***หมายเหตุ :: อ่านฟรีไม่มีติดเหรียญ ลงจบก็ไม่ติดเหรียญ
*******************
“พอร์ชน่าจะตอบรับคำสารภาพรักของรัญดาไปนะ”
เสียงคุ้นเคยทำให้ผู้เกี่ยวข้องในบทสนทนาชะลอฝีเท้าลงจนหยุดนิ่ง “พอร์ชกับยิปโซ?” ถึงจะมั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แต่เพื่อความชัวร์จึงชะโงกหน้าไปดู เห็นเพื่อนสนิทกับผู้ชายที่เธอไปสารภาพรักแล้วถูกเขาปฏิเสธกลับมาเมื่อวานกำลังยืนจับมือถือแขนคุยกันอย่างสนิทสนม
บอกตามตรง ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น
แต่ใครจะโง่ขนาดหลอกความจริงตรงหน้าได้ถ้าคนคนนั้นไม่โง่จริงๆ
“ทำไมฉันต้องฝืนใจทำในสิ่งที่ฉันไม่ต้องการด้วยล่ะ”
“รัญดาน่าสงสาร”
“ฉันล่ะ? หรือเพราะฉันเป็นผู้ชายที่รักยิปโซ ไม่ใช่เพื่อนสนิทแบบรัญดาเลยดูไม่น่าสงสาร”
“มันไม่ใช่แบบนั้นนะ”
“งั้นอธิบายมาสิ ฉันจะได้รู้ว่าควรอยู่ต่อหรือตัดใจ”
คนถือไพ่เหนือกว่าตัวจริงคือพอร์ช
แค่เขาแสดงท่าทางจริงจังเข้าหน่อยก็ทำให้หญิงสาวผู้เป็นเบี้ยล่างไม่กล้าเล่นตัว คนที่ทั้งหล่อ รวย ใจสปอร์ต ไม่ได้จะมีเข้ามาในชีวิตง่ายๆ เธอพยายามพูดประจบเอาใจเขาสารพัด ไม่เว้นแม้แต่การดูถูกเหยียดหยามเพื่อนสนิทของตัวเองเพื่อให้เขารู้สึกดี
“คนรากหญ้าแบบรัญดาจะเทียบกับคนชั้นสูงแบบพอร์ชได้ยังไง หรือแม้แต่ฉันก็ไม่สามารถลดตัวลงมาคบหากับคนระดับต่ำกว่าตัวเองได้ คุณพ่อคุณแม่สอนฉันเสมอว่า ‘คนระดับเดียวกันย่อมต้องคบหากับคนระดับเดียวกัน’ แล้วมีความจำเป็นอะไรที่ฉันต้องแคร์รัญดาซึ่งไม่มีค่าอะไรเลย”
“แต่รัญดาเป็นเพื่อนสนิทของยิปโซ”
“เพื่อนสนิท?” เธอพูดกลั้วหัวเราะราวกับเป็นเรื่องตลก “ฉันไม่เคยให้ค่าคำว่า ‘เพื่อนสนิท’ อะไรนั่นเลยด้วยซ้ำ แค่รู้สึกสงสารและเห็นรัญดาพอจะมีประโยชน์เรื่องเรียนเลยจำใจคบหาด้วยเท่านั้นแหละ”
“เป็นแบบนี้นี่เอง”
“พอร์ชเข้าใจฉันแล้วสินะ”
“เข้าใจแล้ว”
พอร์ชรั้งร่างบางเข้ามากอดแล้วจูบปากเธออย่างดูดดื่ม
“คนเมืองกรุงหลอกเก่งยิ่งกว่าผี” รัญดาถูกทำให้เข้าใจผิดว่าพอร์ชมีใจจากการกระทำเชิงจีบของผู้ชายเจ้าชู้โดยมีเพื่อนสนิทคนดี (จอมปลอม) เชียร์ให้เธอไปสารภาพรักจนได้รับความผิดหวังอันน่าอับอายกลับมาให้พวกเขาเอามานินทาลับหลังกันสนุกปาก แหงนหน้าขึ้นมองฟ้ากะพริบตาถี่ๆ ขับไล่น้ำตาที่เอ่อคลอไม่ให้ไหลรินพลางปลอบใจตัวเอง “ช่างมันเถอะ ถึงวันนี้จะมีเรื่องให้ต้องเสียใจแต่นั่นก็ทำให้เราได้เห็นธาตุแท้สันดานของยิปโซ”
ทีหน้าทีหลังจำเอาไว้
อย่าได้หลงเชื่อคนปากหวานหน้าตาดีง่ายอีก
** **
บ่ายวันเดียวกันที่ตู้ ATM หน้าร้านสะดวกซื้อภายในมหาวิทยาลัย D เธอยืนจ้องจำนวนเงิน 50,000 บาท ที่ต้องโอนไปให้คนทางบ้านนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและใช้หนี้ก้อนสุดท้ายด้วยความอาลัยอาวรณ์ก่อนจะข่มใจกด ‘ตกลง’ เพื่อยืนยันการทำรายงาน
สองนาทีต่อมาโทรศัพท์มีสายเรียกเข้า
“ฮัลโลยาย”
[ป้าเราบอกว่าหนูดาโอนเงินมา 50,000 บาท ทำไมถึงโอนเงินมาให้ยายเยอะแบบนี้ล่ะหนูดา]
“หนูอยากปิดหนี้ให้จบภายในเดือนนี้ค่ะ”
[แล้วหนูดาจะมีเงินกินเงินใช้พอเหรอลูก]
“ยายไม่ต้องเป็นห่วงหนูเลย เงินหมดหนูก็หาใหม่ได้ รัญดาของยายเก่งจะตาย เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ”
[เป็นเพราะยายเลี้ยงลูกสาวไม่ดีแท้ๆ]
“อย่าโทษตัวเองสิคะ คนจะดีหรือชั่วอยู่ที่ตัวของคนนั้น และหนูรู้ความพยายามของยายดีกว่าใคร ที่หนูเติบโตเป็นคนดีได้จนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะยายเลี้ยงหนูมาอย่างดีทั้งนั้นค่ะ”
[โธ่ลูก~ ทำไมถึงมองโลกในแง่บวกแบบนี้]
“หนูเป็นหลานสาวของยายนี่คะ”
[ถึงยังไงก็เถอะ ถ้าหนูดาขาดเหลืออะไรต้องโทรมาบอกยายนะ ตอนนี้ป้าของเราเพิ่งได้ที่ขายของในตลาด ยายกับป้าตั้งใจจะทำขนมและตัดผลไม้กับผักสวนครัวที่บ้านของเราไปขาย ถ้ามันไปได้สวยเราคงช่วยแบ่งเบาภาระของหนูได้เยอะกว่าเมื่อก่อน]
“ค่ะยาย”
คุยกับยายต่อสักพักหนึ่งก่อนจะวางสาย
รัญดาเดินกลับหอในมหาวิทยาลัยพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
ตอนนี้เธอยังตัดขาดกับยิปโซไม่ได้ทันที เนื่องจากรับปากจะทำรายงานให้อีกฝ่ายแลกกับค่าจ้าง 500 บาท และไปร่วมปาร์ตี้วันเกิดซึ่งมีลางสังหรณ์ว่ายิปโซจะเปิดตัวคบหาดูใจกับพอร์ชเพื่อหักหน้าเธอ หลังจากนั้นพวกเธอจะบาดหมางกันเพราะ ‘รักสามเส้า’ โดยฝ่ายรัญดาเป็นตัวร้ายที่ถูกนางเอกกับพระเอกทิ้งให้เดียวดายพร้อมกับคำด่าและสายตาเหยียดหยามจากผู้คน
อย่างไรก็ตาม นั่นอาจเป็นเรื่องดีเพื่อให้เราแตกหักกันแบบไม่เผาผี
ดังนั้นจึงยิ่งต้องไปร่วมปาร์ตี้วันเกิดในครั้งนี้ให้ได้
“รัญดา!” ยิปโซทำหน้าเป็นโบกมือเรียก
การกระทำเสแสร้งนั้นเกือบทำให้เธออยากแค่นหัวเราะใส่หน้าคนหน้าอย่างใจอย่างแล้วด่าว่า ‘ตอแหล’ แทบไม่ไหว
เย็นไว้
ทนไว้
ทำเพื่อเงินไม่ใช่เพื่อใคร
“รอแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวเราขึ้นไปเอารายงานลงมาให้เธอ”
“หน้าเธอดูซีดๆ ไม่สบายหรือเปล่า”
เหอะ ตลกสิ้นดี!
จนถึงตอนนี้เธอยังแสดงละครเป็นนางเอกได้แนบเนียนอย่างน่าทึ่ง
“เราสบายดี” รัญดาตอบพลางก้าวถอยหลังเมื่อมือเรียวอันเลอค่าทำท่าจะยื่นมาแตะเนื้อต้องตัวเธอ
ยิปโซขมวดคิ้วงุนงงแต่ไม่ได้ติดใจ
“เหรอ”
“อืม”
“ก็ดี คืนพรุ่งนี้เธอต้องไปปาร์ตี้ของฉัน เพราะงั้นเธอจะป่วยไม่ได้เด็ดขาด”
“จ้ะ”
รัญดารีบวิ่งขึ้นบันไดไปเอารายงานลงมาให้ยิปโซและรับเงินค่าจ้าง เมื่อเสร็จธุระก็บอกลาห้วนๆ ไม่มีการเดินไปส่งขึ้นรถกลับบ้านเหมือนคนรับใช้อย่างทุกที