“ส่งคะ..!!!”
“ไม่ต้อง!!!”
ทั้งไรเนลและเอรีนตะโกนขึ้นพร้อมกันทำเอาบรรยากาศภายในรถเริ่มมาคุขึ้นอีกครั้ง
“เอรีนอยากกลับบ้านแล้วคะ พี่ไรเนล” ฉันพูดขึ้นเสียงอ่อนเพราะวันนี้ฉันเพิ่งทำภารกิจเสร็จและต้องมาเรื่องบาดใจอีก
ตอนนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยทั้งกายใจและอยากจะหนีหน้าพี่ไรเนลไปให้พ้นๆ สีกที
“บ้านไหนล่ะ บอกพี่มาสิ?” พี่ไรเนลเอียงคอถามพร้อมกับแววตาที่กำลังบอกว่าเขากำลังโกรธฉันอยู่แต่พยายามข่มใจเอาไว้
“ก็บ้านที่เอรีนบอกไปไงค่ะ!!!” ฉันพูดเสียงแข็งโดยไม่สนใจตอนนี้พี่ไรเนลจะรู้สึกยังไง
ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนคนบ้าที่กำลังโกรธเขาทั้งๆ ที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย
“บอกที่อยู่จริงๆ มาสิ เผื่อพี่ใจอ่อนพาไปส่ง” ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างรู้ทันเมื่อเห็นคนตัวเล็กเริ่มทำแก้มป่องเพราะโดนขัดใจ
“พี่ไรเนล!!!” ฉันตะโกนใส่เขาพร้อมกับกำหมัดไว้แน่นและพยายามข่มน้ำตาที่เกิดจากความโกรธไว้ไม่ให้ไหล
จริงๆ เลย ทำไมฉันต้องเป็นแบบนี้ต่อหน้าพี่ไรเนลทุกครั้งเลยนะ เหมือนตอนเด็กไม่มีผิด!
“ครับ?” ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้างเหมือนทุกครั้ง
“เอรีนเกลียดคนแบบพี่จริงๆ เลย” พูดจบร่างบางจึงรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ชายหนุ่มจึงหลุดขำออกมาเพราะเธอจะทำแบบนี้ทุกครั้งที่เธอแพ้เขา
“งั้นก็ทำตัวดีๆ ล่ะ ไม่งั้นพี่จะบอกไอ้เอริวจริงๆ ด้วยว่าเราอยู่กับพี่” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบพร้อมกับใช้มือหนาโยกศีรษะคนตัวเล็กไปมา
“พี่ไรเนล!!!” ฉันพูดขึ้นเสียงแข็งพร้อมกับยกมือขึ้นจัดผมที่ยุ่งฟู ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าและหยิบสมาทโฟนขึ้นมากดเปิดเครื่อง เพราะเหนื่อยที่จะทะเลาะกับเขาแล้ว
ติ๊ง!!!
[สายที่ไม่ได้รับ 108 สาย]
ฉันถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นจำนวนสายที่มิกิโทรเข้ามา ฉันถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ก่อนจะกดปิดหน้าจอลงอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่หน้าจอจะล็อกเสียงโทรเข้าก็ดังขึ้นอีกครั้งจนเผลอสะดุ้งตกใจอย่างลืมตัวทำให้โทรศัพท์หล่นจากมือ
“ใครโทรมา? ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น?” ไรเนลเลิกคิ้วถาม
“มิกิโทรมาคะ”
“คนที่ชอบพาเธอไปแอบปีนต้นไม้อ่ะนะ” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบพร้อมกับขมวดคิ้วยุ่งเมื่อนึกถึงวีรกรรมตอนเด็กของฉันสมัยที่พี่ไรเนลไปเรียนต่อต่างประเทศ พี่เอริวมักจะโทรไปฟ้องพี่ไรเนลบ่อยๆ
“ใช่คะ..”
“ทำไมไม่รับล่ะ?”
“กะ ก็กำลังจะรับอยู่เนี่ย” ฉันตอบตะกุกตะกักก่อนจะตัดสินใจกดรับสายทันที
[นี่..!!! เธอบ้าไปแล้วเหรอ!!! ฉันบอกว่ารถที่จอดฝั่งตรงข้ามย่ะ!!! ไม่ใช่รถที่จอดรอไฟแดง!!! บอกมาเลยนะว่าเธออยู่ที่ไหน!!! ใครทำอะไรเธอหรือเปล่า!!! นี้!! ตอบสิ!!!] เสียงที่ดังทะลุออกมาจากสมาทโฟนทำเอาทุกคนที่นั่งอยู่บนรถต้องหันมามองฉันเป็นตาเดียว โดยเฉพาะพี่ไรเนลที่นั่งกลั้นขำอยู่ด้านข้าง
“คือตอนนี้ฉันอยู่กับพี่ชาย…” ฉันตอบเสียงอ่อน
[ห้ะ!! พี่ชาย? นอกจากพี่เอริวเธอยังมีพี่คนไหนอีก!! บอกมาเลยนะว่าพวกมันขู่อะไรเธอ?! ฉันจะรีบไปจัดการพวกมันให้หมด!!!] มิกิตะโกนลั่น ไม่ต้องเดาก็รู่ว่าตอนนี้อารมณ์เธอกำลังเดือดขนาดไหน
“อุ๊บบบ!! ฮ่าๆ ฮ่าๆ” ไรเนลหลุดขำออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ทำเอาฉันต้องถลึงตาใส่เขาทันที
“ฉันพูดจริงๆ นะมิกิ ถ้าไม่เชื่อลองถามแอชเชอร์ดูสิ”
[อ่อ.. อื้ม เข้าใจแล้ว ถ้าถึงบ้านแล้วติดต่อมาด้วยละ] หลังจากที่ฉันพูดชื่อเล่นของบอสให้มิกิได้ยินเธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนสาวของเธอคนนี้กำลังตกอยู่ในภาวะฉุกเฉิน
ติ๊ด!!
ฉันกดตัดสายทันทีหลังจากพูดจบก่อนจะชำเลืองมองพี่ไรเนลที่มีสาวสวยนั่งคล้องแขนอยู่ด้านข้าง เขาไม่มีท่าทีที่จะสะบัดเธอออกเลยแมแต่น้อย.. ฉันจึงตัดสินใจเบือนหน้าหนีภาพตรงหน้าและทอดสายตามองออกไปยังนอกกระจกรถอย่างเหม่อลอยและค่อยๆ พล่อยหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า
“ไม่ใช่น้องสาวธรรมดาใช่มั้ย?” ดิเอโก้ถามขึ้นเสียงเรียบเมื่อพวกเขาส่งสาวๆ ที่พามาด้วยไปยังเพ้นเฮ้าส์อีกหลังเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้รถยนต์คันหรูกำลังขับมุ่งตรงผ่านบานประตูใหญ่ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับคนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้ามาได้
“ใช่” ไรเนลตอบสั้นๆ พร้อมกับโอบกอดคนที่นอนหลับตาพริ้มไว้แน่น
“งั้นมึงจะพรากผู้เยาว์หรอว่ะ!!!!” เซบาสเตียนตะโกนลั่นอย่างลืมตัว ทำเอาไรเนลต้องถลึงตาใส่ทันที เพราะกลัวว่าเสียงของเพื่อนหนุ่มจะทำให้คนตัวเล็กตื่น
“โทษทีๆ ฉันลืมตัวไปหน่อย”
“เอรีน 22 ปีนี้”
“งะ งั้นเหรอ.. ค่อยโล่งใจหน่อย” เซบาสเตียนตบหน้าอกอย่างเบาใจ
“แล้วมึงจะเอาไงต่อ?” ดิเอโก้พูดขึ้นหลังจากเงียบไปนาน
“คงจะให้เธออยู่แต่ที่ๆ ฉันมองเห็นละมั้ง” ไรเนลพูดขึ้นเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก
“กะจะเตรียมกรงทองไว้ให้ยัยนี้หรือไง?! คงยากว่ะ” ดิเอโก้เลิกคิ้วถามอย่างรู้ทัน เพราะดูจากที่เธอเล็ดลอดสายตาพวกเขามาได้นานกว่าแปดปีเต็ม
“เห็นที.. ถึงตอนนั้นฉันคงต้องล่ามโซ่เธอไว้แล้วล่ะ” ไรเนลตอบพร้อมกับโอบกอดร่างบางไว้แน่นก่อนจะทอดสายตามองออกไปนอกกระจกรถ ในใจเขาคิดเพียงแค่ว่าครั้งนี้จะไม่ยอมให้เธอหนีหายไปจากเขาได้อีก ไม่ว่าต้องทำวิธีไหนก็ตามต่อให้จับเธอขังหรือล่ามโซ่ไว้แม้ว่าจะไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเขาก็ยินดีที่จะทำ ถ้าแลกกับการที่มีเธออยู่ข้างกายไปตลอด เขายินดีและพร้อมใจที่จะให้เธอเกลียด!!
02:45 น.
ชายหนุ่มนั่งมองร่างบางที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนุ่ม นิ้วเรียวยาวค่อยๆ เอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมให้พ้นจากใบหน้าของร่างบาง เขาไม่อาจที่จะละสายตาจากเธอได้เพราะกลัวว่าหากลืมตาตื่นขึ้นมาเธอจะจากหายไปเหมือนครั้งที่ผ่านมาอีกและความเจ็บปวดครั้งนั้นยังคงตราตรึงอยู่ภายในใจของเขาเสมอ
ชายหนุ่มหยุดชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มรู้สึกตัว เขาไม่อยากทำให้เธอตื่นเพราะดูๆ แล้วชีวิตที่ผ่านมาของเธอคงผ่านความลำบากมาไม่น้อย
“~ พี่ไรเนล~” ร่างบางที่นอนตะแคงข้างพร้อมกับกอดหมอนข้างไว้แน่นละเมอเรียกชื่อชายหนุ่มด้วยความงัวเงีย
“ฝันดีนะ ยัยตัวแสบ” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมกับจุมพิตลงบนริมฝีปากบางของคนตัวเล็กด้วยความอ่อนโยนก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นหันหลังเดินออกไปจากห้องทันที
ปึง!!
“ไปสืบมาว่าก่อนหน้านี้เอรีนใช้ชีวิตอยู่แบบไหน และคบกับใครอยู่บ้าง แล้วก็ไอ้คนที่ลื่อแอชชเชอร์นั้นด้วย!!” ทันทีที่ชายหนุ่มดึงบานประตูให้ปิดลงเขาก็รีบหันไปสั่งมือขวาที่ดักรออยู่ก่อนแล้ว
“ครับนาย!!!”