08:30 น.
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“อื้มมม ~” เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นด้านนอกปลุกให้ร่างบางที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนุ่มเริ่มสะลึมสะลืมตื่น
“คุณหนูค่ะ.. ตื่นแล้วยังค่ะ?”
“หืม ~ คุณหนู? คุณหนูหรอ!!!” ฉันถึงกับเบิกตากว้างหลังจากที่ได้ยินสรรพนามที่ไม่คุ้นหู ก่อนจะรีบลุกขึ้นมองสำรวจรอบห้องที่ไม่คุ้นตา ฉันจึงรีบก้มลงมองสำรวจเสื้อผ้าตัวเองที่ใส่อยู่ตอนนี้และพบว่ามันไม่ใช่ชุดเดียวกันกับเมื่อวาน.. ชุดที่ฉันสวมอยู่เป็นชุดนอนลายสก็อตสีชมพูและแขนเสื้อพองยาวคลุมถึงข้อมือ และถุงเท้าลายลูกหมีที่ฉันชอบใส่ตอนเด็กๆ
“อะไรเนี่ย ~” ฉันขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเห็นสภาพตัวเองและนี้คงจะเป็นฝีมือของพี่ไรเนลแน่นอน เพราะไม่มีทางที่คนใช้เหล่านี้จะรู้จักสไตล์การแต่งตัวของฉันเมื่อก่อนแน่ๆ
แอ๊ด ~
“ตื่นแล้วเหรอค่ะคุณหนู ><” พูดจบลาน่ารีบเดินตามร่างบางเข้าไปในห้องอาบน้ำทันที
2 ชั่วโมงผ่านไป ~
“นี้..ลาน่าพอสักทีเถอะ จะให้ฉันแต่งไปอวดใครเนี่ย~” ฉันที่ยืนอยู่หน้ากระจกเป็นเวลากว่าสองชั่วโมงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเซ็งแซ่ ตอนนี้เสภาพฉันไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาบาบี้ที่โดนลาน่าจับแต่งตัวอย่างบ้าคลั่ง
ผมเคยยาวสลวยถูกดันลอนใหญ่พร้อมกับมัดเปียหลวมๆ ไว้สองข้าง ส่วนปลายผมถูกผูกด้วยริบบิ้นสีแดงเลือดนก เดรสผูกคอลายลูกไม้สีขาวแซมด้วยลายริ้วสีแดงเล็กน้อยปล่อยชายยาวเหนือเข่าเล็กน้อย แขนเสื้อโป่งพองยาวคลุมข้อมือดูน่ารักมากขึ้นเมื่อผูกโบว์ริบบิ้นสีแดงไว้ตรงข้อมือทั้งสองข้าง รองเท้าหุ้มส้นที่เคยมีเชือกยาวถูกมัดขึ้นมาเป็นโบว์จนเกือบถึงเข่า
“เดี๋ยวสิคะ.. ยังไม่ได้ลองสวมตุ้มหูเลย ~”
“ห้ะ!!? พะ พอแค่นี้เถอะนะลาน่า ถือว่าฉันขอร้องเถอะ T_T”
“ไม่ได้คะ คุณหนูจะยอมแพ้ผู้หญิงพวกนั้นเหรอคะ!?” ลาน่าพูดพร้อมกับทำหน้าจริงจัง
“โถ่ว~ ช่างผู้หญิงพวกนั้นสิ ปล่อยฉันไปสักวันเถอะนะ นะๆๆ ลาน่า~” ฉันถึงกับอ้อนวอนอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะรู้ว่าเธอคงไม่ให้ฉันลองตุ้มหูแค่คู่เดียวแน่ๆ
“กะ.. ก็ได้คะ แต่แค่วันนี้วันเดียวนะคะคุณหนู” ลาน่าถึงกับใจอ่อนเมื่อเจอลูกอ้อนของร่างบาง
“เย้!!! น่ารักที่สุดเลยลาน่า~”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณหนูครับ.. พ่อบ้านเองครับ”
“เข้ามาสิคะ”
แอ๊ด…
“สวัสดีครับ ผมเป็นพ่อบ้านประจำคฤหาสต์หลังนี้ครับ เรียกผมว่าอาร์โลก็ได้ครับ” พ่อบ้านกล่าวอย่างสุภาพพร้อมกับโน้มตัวลงคำนับอย่างมีมารยาท
“ยินที่ได้รู้จักนะคะ อาร์โล ฉันเอริน เคนโนช่าคะ” พูดจบฉันคลี่ยยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน แต่ทันทีที่พ่อบ้านได้ยินชื่อตระกูลถึงกับเบิกตากว้างเพราะไม่คิดว่าคุณหนูเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลที่ครองเศรฐกิจของทั้งทวีปไว้ในมือจะมายืนอยู่ตรงหน้าเขา
“เป็นเกียรติที่ได้รับใช้ครับ คุณหนูเคนโนช่า” พ่อบ้านโน้มตัวลงคำนับอีกรอบเพื่อแสดงความเคารพจากใจจริง เพราะตำแหน่งพ่อบ้านก็เปรียบเสมือนหน้าตาของเจ้าของคฤหาสต์แห่งนี้
“ฝากตัวด้วยนะคะ งั้นรบกวนอาร์โลช่วยนำทางฉันไปยังห้องอาหารด้วยนะคะ” ร่างบางพูดขึ้นอย่างสุภาพทำให้พ่อบ้านเชื่อเลยว่าเธอได้เติบโตมาในครอบครัวที่ดีจริงๆ
“ยินดีอย่างยิ่งครับ เชิญทางนี้ครับคุณหนู” พูดจบเข้ารีบผายมือออกเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้ร่างบางเดินตามออกไป
ห้องอาหาร
“เชิญทางนี้ครับคุณหนู” เสียงพ่อบ้านที่พูดขึ้นทำเอาทุกคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ต้องหันไปมองและต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างบางที่ถูกแปลงโฉมให้แตกต่างจากเมื่อวาน เพราะเธอในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาเดินได้เลยด้วยซ้ำ
ทุกย่างก้าวของฉันสาวนแต่มีสายตาทุกคู่จับจ้องมองอย่างไม่วางตาโดยเฉพาะพวกสาวๆ ที่พวกเขาพามาด้วย ต่างก็พอกันมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ขุ่นเคืองใจ โดยเฉพาะคามิเลียที่ฉันสังเกตเห็นว่าเธอกำลังขบเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง ฉันได้แต่ทำท่าที่ไม่ทุกข์ร้อนก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถัดจากพี่ไรเนลและสบตาเข้ากับคามิเลียที่นั่งฝั่งตรงข้าม เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ ฉันก็คลี่ยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร
สไตล์การแต่งตัวของพวกเธอที่ดูจัดจ้านแตกต่างจากฉันโดยสิ้นเชิงไม่ว่าเป็นเดรสรัดรูปที่เน้นโชว์เนินอกจนแถบทะลักออกมา และใบหน้าที่เติมแต่งเครื่องสำอางค์แบบจัดเต็มและเน้นไปทางโทนเข้มโดยเฉพาะลิปสติกสีแดงสดที่ทำให้พวกเธอดูร้อนแรงจนถึงขั้นสุด
ฉันนั่งมองสาวๆ เหล่านั้นอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจเหลือบตาไปมองพี่ไรเนลแต่ต้องชะงักไปเมื่อเห็นว่าพี่เขานั่งมองฉันอยู่ตลอด
‘คงชอบแบบนี้สินะ’ ชายหนุ่มถึงกับหลุดขำออกมาเมื่อเห็นว่าทุกคำพูดบ่งบอกมาทางสีหน้าของคนตัวเล็ก
“นี่ยัยแสบ.. แต่งตัวแบบนี้พวกฉันจำแทบไม่ได้แหนะ~” เซบาสเตียนที่นั่งอยู่ด้านข้างสะกิดต้นแขนของฉันก่อนจะกระซิบลงบนข้างหู
“มันแปลกเหรอ?” ฉันกระซิบตอบ
“น่ารักดี.. เพราะแบบนี้ไงไอ้ไรเนลถึงหวงนักหวงหนา~”
“ห้ะ!!!”
“ฮ่าๆ ไม่มีอะไรหรอก..”
“อะไรเนี่ย ~” ฉันบ่นพึมพำก่อนจะเหลือบไปมองทางพี่ไรเนลที่เอาแต่จ้องมองมาทางฉันด้วยสีหน้าไม่พอใจ แล้วเขาจะอารมณ์อะไรอีกล่ะเนี่ย ~