ไม่เจียมตัว

1230 Words
สิบนาทีผ่านไป~ “ไรเนลคะ.. ช่วยหั่นเนื้อให้คามิเลียหน่อยได้ไหมค่ะ?” คามิเลียพูดขึ้นหลังจากที่เริ่มทานมาได้สักพัก เธอใช้น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับหันไปสบตาเข้ากับไรเนลด้วยสายตาที่หยาดเยิ้ม ชายหนุ่มจึงเหลือบมองร่างบางครู่หนึ่งก่อนจะยกยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “กินจานนี้สิ.. ฉันหั่นไว้แล้ว” พูดจบไรเนลยกจานที่ตัวเองเพิ่งหั่นเสร็จวางลงตรงหน้าคามิเลียอย่างเอาใจทำให้หญิงสาวยกยิ้มออกมาอย่างพอใจเพราะเธอไม่เคยถูกชายหนุ่มเอาใจมาก่อน “ขอบคุณนะคะ.. ไรเนล” พูดจบคามิเลียจุ๊บเบาๆ ลงบนแก้มของชายหนุ่มที่กำลังก้มลงวางจานสเต็กให้กับเธอ ฉันชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าก้มตากินสเต็กเนื้อในจานตัวเองต่อ ถึงตัวฉันจะเตรียมใจไว้อยู่ก่อนแล้วแต่ก็รับไม่ได้ทุกทีที่ต้องมาเห็นภาพของผู้ชายที่ตัวเองเคยชอบนั่งจู้จี้กับคนอื่น “อิ่มแล้วค่ะ งั้นเอรีนขอตัวก่อนนะคะ” พูดจฉันรีบลุกขึ้นทันที แต่ทว่า.. “ทำไมกินนิดเดียวล่ะ?” พี่ไรเนลพูดเสียงอ่อนแต่แววตาเขากลับเป็นประกาย ดูก็รู้ว่าเมื่อกี้เขาแกล้งกวนประสาทฉันใช่ไหม! “ปกติเอรีนไม่ทานมื้อเช้าอยู่แล้วคะ ขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบฉันก็รีบเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนทันทีโดยไม่รีรอให้พี่ไรเนลได้พูดต่อ ปึง! “เฮ้อ.. พี่ไรเนลบ้าที่สุดเลย!!!” ทันทีที่ปิดประตูสนิทฉันก็พึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะฟุบหน้าลงบนเตียงนุ่มอย่างหมดแรง ยัยโง่เอรีน! ลืมพี่เขาได้แล้ว.. เขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอสักหน่อย!! ทั้งๆ ที่ต้องคิดแบบนั้นแท้ๆ แต่ทำไมถึงเจ็บปวดจังน่ะ?! ครืด~ ครืด~ ในขณะที่ฉันกำลังจมอยู่กับความคิดที่ฟุ้งซ่าน จู่ๆ สมาทโฟนที่ตั้งไว้บนเตียงนอนก็ดังขึ้น ฉันจึงเอื้อมมือไปคว้าเอาสมาทโฟนขึ้นมาเพื่อดูรายชื่อที่โทรเข้ามา ‘แอชเชอร์’ เมื่อเห็นรายชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอถึงจึงรีบกดรับสายทันที “ไงคะบอส~” ฉันกรอกเสียงใส่ปลายสายอย่างเซ็งแซ่ [เจอรักแรกแล้วคิดจะทิ้งบอสคนนี้แล้วหรือไง?” แอชเชอร์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มันก็ไม่แปลกที่เขาจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับฉันทุกอย่างเพราะเขาเป็นถึงผู้นำของหน่วยข่าวกรองและยังเป็นคนที่มีพระคุณต่อฉันอีกด้วย หรือจะพูดให้ถูกต้องก็คือพวกระดับหัวกะทิในองค์กรตอนนี้ก็ได้รับความช่วยเหลือจากแอชเชอร์ทั้งนั้น และด้วยเหตุผลนี้ทุกคนจึงทำงานให้เขาอย่างถวายชีวิต “อย่าน้อยใจไปเลยค๊า~ ยังไงบอสก็เป็นที่หนึ่งในดวงใจของเอรินคนนี้ค๊า ><” [ฮ่าๆ คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าลับหลังเธอบ่นฉันว่ายังไงบ้าง หืมม?” แอชเชอร์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน ทำเอาฉันต้องแอบมุ้ยแกใส่เขาทันที “รู้ทันตลอด แฮะๆ” [เอาเป็นว่ารีบหาทางออกมาได้แล้ว.. หรือจะให้ส่งคนไปรับ?] นี้ฉันรู้สึกไปเองหรือเปล่านะว่าน้ำเสียงของแอชเชอร์วูบหนึ่งดูเกรี้ยวกราดเล็กน้อย.. “ไม่เป็นไรคะ.. เดี๋ยวลองหาวิธีเองดูก่อน แต่ถ้าไม่ได้ยังไงจะรีบติดต่อไปอีกทีคะ” [อื้ม.. เอาตามนั้นก็ได้] ติ๊ด! “เฮ้ออ… แล้วจะออกไปยังไงละเนี่ย ~” ฉันทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงพึมพำออกมาอย่างจำใจเมื่อบอสวางสายไปสักพัก และฉันก็ไม่คิดว่าจะหนีออกไปจากที่นี้ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว นอกจากจะไปขออนุญาติจากพี่ไรเนลโดยตรง เมื่อคิดวิธีได้แล้วฉันจึงดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะมุ่งตรงไปหาพี่ไรเนลทันที ตึก.. ตึก ตึก… “อ้าว.. น้องเอริน กำลังจะไปไหนค่ะ?” ระหว่างทางที่ฉันกำลังเดินหาห้องทำงานของพี่ไรเนลอยู่นั้น จู่ๆ เสียงแหลมใสของหนึ่งในนางแบบสาวที่พวกหนุ่มๆ พามาก็ดังขึ้นมาจากที่ไหนสักที่ทำให้สองเท้าของฉันต้องหยุดชะงักก่อนจะชะโงกหน้ามองหาต้นเสียง “ทางนี้คะ.. น้องเอริน” เมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นอีกรอบฉันจึงหันไปทางซ้ายมือจึงพบว่าทั้งสามสาวกำลังนั่งทำเล็บอยู่ตรงห้องรับแขกทางซ้ายมือ ฉันจึงรีบเดินมุ่งตรงไปทางนั้นทันที “กำลังจะไปไหนเหรอคะ.. น้องเอริน?” คามิเลียถามขึ้นอีกครั้งพร้อมทั้งฉีกยิ้มกว้าง แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก “ไปหาพี่ไรเนลคะ” ฉันตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร “ดีจังเลยนะคะที่น้องเอรินเดินไปไหนมาไหนในคฤหาสน์นี้ได้” นางแบบสาวที่นั่งถัดจากคามิเลียพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหน็บแหนมทำเอาฉันขบกรามแน่นและคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่สะท้กสะท้าน “อ้าว~ แล้วทำไมพวกพี่ๆ ถึงเดินไม่ได้ละคะ?!” ฉันเอียงคอถามพร้อมทั้งใช้สายตาใสซื่อจ้องมองไปทางนางแบบสาว ถึงแม้ตัวฉันเองนั้นจะรู้เหตุผลในข้อนี้ดีก็เถอะ.. แต่พวกเขาดันมาหาเรื่องฉันก่อนนี้สิ! “แต่แปลกจังเลยนะคะ.. ทั้งๆ ที่น้องเอรินไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเลือดอะไรเลยกับไรเนลและยิ่งไม่เกี่ยวกับพวกสมาพันธ์มาเฟียอีก แต่กลับมีอภิสิทธิ์มากมายขนาดนี้.. พวกพี่ยังอดสงสัยในความสัมพันธ์ของเอรินกับไรเนลไม่ได้เลยคะ” คามิเลียพูดเสียงอ่อนแต่แววตาของเธอกลับฉายแววประกายโรจน์สายตาของคามิเลียนั้นบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเธอทั้งอิจฉาและเกลียดชังอย่างเห็นได้ชัด “ถ้าพี่คามิเลียอยากมีอภิสิทธิ์แบบนั้นคงต้องขึ้นเป็นนายหญิงของเรนาโต้แล้วละคะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง ทำเอาคามิเลียที่ได้ยินต้องกำหมัดแน่นเพื่อสะกดความเดือดดาลเอาไว้ “แหม่~ พี่ก็พยายามอยู่นี้ไงคะ.. หวังว่าน้องเอรินจะเอาใจช่วยพี่ด้วยนะคะ ^^” คามิเลียยังคงพูดต่อ “เรื่องนั้นแน่นอนคะ.. งั้นเอรินขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบฉัรฉีกยิ้มกว้างก่อนจะรีบหันเดินออกไปทันที ‘ผู้หญิงดีๆ ตั้งเยอะแยะทำไมไม่พามานะ.. ทำไมต้องเอาผู้หญิงแบบนี้มาด้วย!!!!’ ฉันพูดออกมาพร้อมกับท่าทางกระฟัดกระเฟียดหลังจากเดินห่างจากพวกนางเเบบสาวมาสักพักก่อนจะปรับอารมณ์ให้คงที่เมื่อหยุดยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ซึ่งเป็นห้องทำงานของพี่ไรเนลตามที่พวกสาวใช้ได้บอกมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD