สิบนาทีผ่านไป~
“ไรเนลคะ.. ช่วยหั่นเนื้อให้คามิเลียหน่อยได้ไหมค่ะ?” คามิเลียพูดขึ้นหลังจากที่เริ่มทานมาได้สักพัก เธอใช้น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับหันไปสบตาเข้ากับไรเนลด้วยสายตาที่หยาดเยิ้ม ชายหนุ่มจึงเหลือบมองร่างบางครู่หนึ่งก่อนจะยกยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“กินจานนี้สิ.. ฉันหั่นไว้แล้ว” พูดจบไรเนลยกจานที่ตัวเองเพิ่งหั่นเสร็จวางลงตรงหน้าคามิเลียอย่างเอาใจทำให้หญิงสาวยกยิ้มออกมาอย่างพอใจเพราะเธอไม่เคยถูกชายหนุ่มเอาใจมาก่อน
“ขอบคุณนะคะ.. ไรเนล” พูดจบคามิเลียจุ๊บเบาๆ ลงบนแก้มของชายหนุ่มที่กำลังก้มลงวางจานสเต็กให้กับเธอ
ฉันชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าก้มตากินสเต็กเนื้อในจานตัวเองต่อ ถึงตัวฉันจะเตรียมใจไว้อยู่ก่อนแล้วแต่ก็รับไม่ได้ทุกทีที่ต้องมาเห็นภาพของผู้ชายที่ตัวเองเคยชอบนั่งจู้จี้กับคนอื่น
“อิ่มแล้วค่ะ งั้นเอรีนขอตัวก่อนนะคะ” พูดจฉันรีบลุกขึ้นทันที
แต่ทว่า..
“ทำไมกินนิดเดียวล่ะ?” พี่ไรเนลพูดเสียงอ่อนแต่แววตาเขากลับเป็นประกาย ดูก็รู้ว่าเมื่อกี้เขาแกล้งกวนประสาทฉันใช่ไหม!
“ปกติเอรีนไม่ทานมื้อเช้าอยู่แล้วคะ ขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบฉันก็รีบเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนทันทีโดยไม่รีรอให้พี่ไรเนลได้พูดต่อ
ปึง!
“เฮ้อ.. พี่ไรเนลบ้าที่สุดเลย!!!” ทันทีที่ปิดประตูสนิทฉันก็พึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะฟุบหน้าลงบนเตียงนุ่มอย่างหมดแรง
ยัยโง่เอรีน! ลืมพี่เขาได้แล้ว.. เขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอสักหน่อย!! ทั้งๆ ที่ต้องคิดแบบนั้นแท้ๆ แต่ทำไมถึงเจ็บปวดจังน่ะ?!
ครืด~ ครืด~
ในขณะที่ฉันกำลังจมอยู่กับความคิดที่ฟุ้งซ่าน จู่ๆ สมาทโฟนที่ตั้งไว้บนเตียงนอนก็ดังขึ้น ฉันจึงเอื้อมมือไปคว้าเอาสมาทโฟนขึ้นมาเพื่อดูรายชื่อที่โทรเข้ามา
‘แอชเชอร์’
เมื่อเห็นรายชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอถึงจึงรีบกดรับสายทันที
“ไงคะบอส~” ฉันกรอกเสียงใส่ปลายสายอย่างเซ็งแซ่
[เจอรักแรกแล้วคิดจะทิ้งบอสคนนี้แล้วหรือไง?” แอชเชอร์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มันก็ไม่แปลกที่เขาจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับฉันทุกอย่างเพราะเขาเป็นถึงผู้นำของหน่วยข่าวกรองและยังเป็นคนที่มีพระคุณต่อฉันอีกด้วย หรือจะพูดให้ถูกต้องก็คือพวกระดับหัวกะทิในองค์กรตอนนี้ก็ได้รับความช่วยเหลือจากแอชเชอร์ทั้งนั้น และด้วยเหตุผลนี้ทุกคนจึงทำงานให้เขาอย่างถวายชีวิต
“อย่าน้อยใจไปเลยค๊า~ ยังไงบอสก็เป็นที่หนึ่งในดวงใจของเอรินคนนี้ค๊า ><”
[ฮ่าๆ คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าลับหลังเธอบ่นฉันว่ายังไงบ้าง หืมม?” แอชเชอร์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน ทำเอาฉันต้องแอบมุ้ยแกใส่เขาทันที
“รู้ทันตลอด แฮะๆ”
[เอาเป็นว่ารีบหาทางออกมาได้แล้ว.. หรือจะให้ส่งคนไปรับ?]
นี้ฉันรู้สึกไปเองหรือเปล่านะว่าน้ำเสียงของแอชเชอร์วูบหนึ่งดูเกรี้ยวกราดเล็กน้อย..
“ไม่เป็นไรคะ.. เดี๋ยวลองหาวิธีเองดูก่อน แต่ถ้าไม่ได้ยังไงจะรีบติดต่อไปอีกทีคะ”
[อื้ม.. เอาตามนั้นก็ได้]
ติ๊ด!
“เฮ้ออ… แล้วจะออกไปยังไงละเนี่ย ~” ฉันทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงพึมพำออกมาอย่างจำใจเมื่อบอสวางสายไปสักพัก และฉันก็ไม่คิดว่าจะหนีออกไปจากที่นี้ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว นอกจากจะไปขออนุญาติจากพี่ไรเนลโดยตรง เมื่อคิดวิธีได้แล้วฉันจึงดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะมุ่งตรงไปหาพี่ไรเนลทันที
ตึก.. ตึก ตึก…
“อ้าว.. น้องเอริน กำลังจะไปไหนค่ะ?” ระหว่างทางที่ฉันกำลังเดินหาห้องทำงานของพี่ไรเนลอยู่นั้น จู่ๆ เสียงแหลมใสของหนึ่งในนางแบบสาวที่พวกหนุ่มๆ พามาก็ดังขึ้นมาจากที่ไหนสักที่ทำให้สองเท้าของฉันต้องหยุดชะงักก่อนจะชะโงกหน้ามองหาต้นเสียง
“ทางนี้คะ.. น้องเอริน” เมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นอีกรอบฉันจึงหันไปทางซ้ายมือจึงพบว่าทั้งสามสาวกำลังนั่งทำเล็บอยู่ตรงห้องรับแขกทางซ้ายมือ ฉันจึงรีบเดินมุ่งตรงไปทางนั้นทันที
“กำลังจะไปไหนเหรอคะ.. น้องเอริน?” คามิเลียถามขึ้นอีกครั้งพร้อมทั้งฉีกยิ้มกว้าง แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
“ไปหาพี่ไรเนลคะ” ฉันตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
“ดีจังเลยนะคะที่น้องเอรินเดินไปไหนมาไหนในคฤหาสน์นี้ได้” นางแบบสาวที่นั่งถัดจากคามิเลียพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหน็บแหนมทำเอาฉันขบกรามแน่นและคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่สะท้กสะท้าน
“อ้าว~ แล้วทำไมพวกพี่ๆ ถึงเดินไม่ได้ละคะ?!” ฉันเอียงคอถามพร้อมทั้งใช้สายตาใสซื่อจ้องมองไปทางนางแบบสาว ถึงแม้ตัวฉันเองนั้นจะรู้เหตุผลในข้อนี้ดีก็เถอะ.. แต่พวกเขาดันมาหาเรื่องฉันก่อนนี้สิ!
“แต่แปลกจังเลยนะคะ.. ทั้งๆ ที่น้องเอรินไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเลือดอะไรเลยกับไรเนลและยิ่งไม่เกี่ยวกับพวกสมาพันธ์มาเฟียอีก แต่กลับมีอภิสิทธิ์มากมายขนาดนี้.. พวกพี่ยังอดสงสัยในความสัมพันธ์ของเอรินกับไรเนลไม่ได้เลยคะ” คามิเลียพูดเสียงอ่อนแต่แววตาของเธอกลับฉายแววประกายโรจน์สายตาของคามิเลียนั้นบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเธอทั้งอิจฉาและเกลียดชังอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าพี่คามิเลียอยากมีอภิสิทธิ์แบบนั้นคงต้องขึ้นเป็นนายหญิงของเรนาโต้แล้วละคะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง ทำเอาคามิเลียที่ได้ยินต้องกำหมัดแน่นเพื่อสะกดความเดือดดาลเอาไว้
“แหม่~ พี่ก็พยายามอยู่นี้ไงคะ.. หวังว่าน้องเอรินจะเอาใจช่วยพี่ด้วยนะคะ ^^” คามิเลียยังคงพูดต่อ
“เรื่องนั้นแน่นอนคะ.. งั้นเอรินขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบฉัรฉีกยิ้มกว้างก่อนจะรีบหันเดินออกไปทันที
‘ผู้หญิงดีๆ ตั้งเยอะแยะทำไมไม่พามานะ.. ทำไมต้องเอาผู้หญิงแบบนี้มาด้วย!!!!’ ฉันพูดออกมาพร้อมกับท่าทางกระฟัดกระเฟียดหลังจากเดินห่างจากพวกนางเเบบสาวมาสักพักก่อนจะปรับอารมณ์ให้คงที่เมื่อหยุดยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ซึ่งเป็นห้องทำงานของพี่ไรเนลตามที่พวกสาวใช้ได้บอกมา