ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“พี่ไรเนลคะ.. เอรีนเองคะ”
“เข้ามาสิ”
แอ๊ด…
ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้าห้องฉันต้องหยุดชะงักเมื่อทันทีที่ผลักบานประตูให้เปิดออกก็พบว่ามีสายตานับสิบคู่ต่างจ้องมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว และถ้าจำไม่ผิดตามข้อมูลที่ได้รับมาจากองค์กรคนเหล่านี้น่าจะเป็นพวกสมาชิกของสมาพันธ์ที่จะเข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะนัดรวมตัวกันที่นี้ก่อนจะไปประชุมใหญ่ที่ CRT CLUB
“เอ่อ.. เดี๋ยวเอรีนมาใหม่ก็ได้คะ”
“เข้ามาสิ.. ถ้าเป็นตอนนี้พี่อาจจะให้ตามที่เธอขอก็ได้นะ” ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างรู้ทันพร้อมกับสายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองมาทางฉันอย่างไม่วางตา
“เอ่อ..”
“เข้ามาก่อนสิสาวน้อย” หนุ่มวัยกลางคนที่นั่งถัดจากดิเอโก้พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตร
“ค่ะ..” เมื่อโดนรบเร้าทางสายตาฉันจึงตัดสินใจก้าวเท้าเข้าในห้องอย่างอดไม่ได้
“มานั่งกับพี่สิ” ไรเนลพูดพร้อมกับใช้มือหนาตบลงบนตักแกร่งของตัวเองทำเอาฉันต้องหยุดชะงักพร้อมกับขมวดคิ้วยุ่ง
“…..”
“เร็วสิ.. ถ้าไม่ตามใจพี่ งั้นถ้าเราขออะไรพี่ไม่ให้นะ” ฉันเม้มปากเป็นเส้นตรงเมื่อเห็นท่าทางที่ยียวนกวนประสาทของเขา แต่ก็ต้องจำใจเดินตรงไปนั่งบงบนตักแกร่งของเขาอย่างช่วยไม่ได้
หมับ!!
“พี่ไรเนล!!!” ฉันรีบใช้มือบางดันท่อนแขนแกร่งออกเมื่อจังหวะที่นั่งลงบนตักแกร่งเขาก็รีบตวัดท่อนแขนโอบรัดเอวบางไว้ทันที
“ทำไม.. พี่จะกอดน้องสาวบ้างไม่ได้หรือไง?”
เขาเลิกคิ้วถามอย่างหน้าตายทำเอาทุกคนที่นั่งประชุมอยู่ถึงกับยิ้มกริ้มออกมา
“อ่ะแฮ่ม~ เอ่อ.. ท่านผู้นำครับ ผมว่าเราพักกันสักสิบนาทีดีไหมครับ” หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์พูดขึ้นอย่างรู้ทันพริ้มกับยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเลห์
“ดีเหมือนกัน.. บอกพ่อบ้านให้ยกของว่างที่เตรียมไว้เข้ามา” พูดจบชายหนุ่มหันไปสั่งมือขวาที่ยืนอยู่ด้านหลัง มือขวาพยักหน้ารับก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องทันทีและบรรยากาศในห้องจากที่เคยคละคลุ้งไปด้วยควันของซิกก้าตอนนี้ทุกคนกลับเก็บซิกก้าลงกล่องอย่างรู้หน้าที่
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตครับ”
เสียงพ่อบ้านที่เพิ่งเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะผลักบานประตูเปิดเข้ามาพร้อมกับเค้กและช็อกโกแลตอุ่นก่อนจะวางลงตรงหน้าของร่างบาง
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบพ่อบ้านโน้มตัวลงคำนับอย่างสุภาพก่อนจะหมุนตัวเดินจากห้องไปทันที
“กินสิ” ไรเนลพูดสั้นๆ พร้อมกับจ้องมองไปทางร่างบางอย่างไม่วางตา
“แต่เอรีนไม่หิว”
“อย่าดื้อ” ไรเนลขมวดคิ้วยุ่งใส่ร่างบาง เธอจึงก้มมองช็อกโกแลตอุ่นๆ ที่เพิ่งเสริฟพร้อมกับเค้กชิ้นโตอย่างช่างใจ
“…..”
“หรือจะให้พี่ป้อน?” ชายหนุ่มถามขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“มะ ไม่ต้องคะ” คนตัวเล็กรีบตอบพร้อมกับค่อยๆ เลื่อนมือไปหยิบแก้วช็อกโกแลตขึ้นมาดื่ม
“กินเค้กด้วยสิ.. เราชอบของหวานไม่ใช่เหรอ?” ไรเนลพูดพร้อมกับยกชิ้นเค้กที่ตัดไว้พอดีคำขึ้นจ่อปากร่างบาง
“เอรีนกินเองได้คะ”
“พี่ป้อน.. อ้าปากเร็ว” ชายหนุ่มพูดเสียงดุจนร่างบางจึงจำใจรับเค้กที่เขาป้อนให้เข้าปากแต่โดยดี
“แล้วมาหาพี่มีเรื่องอะไรล่ะ?” ไรเนลถามขึ้นหลังจากผ่านไปสักพัก
“เอรีนจะออกไปข้างนอก”
“ไม่ได้!!” ไรเนลฏิเสธขึ้นทันควัน
“ทำไม?!” ฉันถามเสียงแข็งพร้อมทั้งขมวดคิ้วยุ่งใส่เขา ทำเอาบรรยากาศที่เคยสงบเริ่มมาคุจนทุกคนที่เคยพูดคุยกันอย่างสนุกปากต้องรีบสงบปากสงบคำทันที
“แล้วเราแน่ใจหรือเปล่าล่ะ ว่าถ้าพี่อนุญาตแล้วเราจะกลับมาหาพี่?” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทุกคนที่นั่งอยู่บริเวณนั้นรู้ดีเลยว่าหากเขากดเสียงให้ต่ำลงเมื่อไหร่แสดงว่าเขากำลังสะกดความโกรธที่กำลังเกิดขึ้นในใจอยู่
“แล้วทำไมเอรีนต้องกลับมาหาพี่ด้วยล่ะ.. เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!!” คำพูดของร่างบางทำเอาทุกคนต้องเบิกตากว้างพร้อมกับหันไปชำเลืองมองชายหนุ่มทันที ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดอยู่สักพัก
“ออกไป.. ออกไปให้หมด!!! เร็วสิ!!!!” ชายหนุ่มตวาดลั่นทำเอาร่างบางที่นั่งอยู่บนตักแกร่งถึงกับสะดุ้ง เธอทำท่าจะลุกขึ้นเดินตามทุกคนออกไปแต่ชายหนุ่มกลับรั้งไว้ด้วยอ้อมกอดจนเธอขยับตัวแทบไม่ได้
“พะ พี่ไรเนล ปล่อยเอรีนนะคะ” ร่างบางพูดขึ้นหลังจากที่พยายามดิ้นหนีแต่พยายามเท่าไหร่เขาก็ไม่ยอมปล่อย
“จะให้พี่ปล่อยเราไปไหนอีก หืม?” เขาพูดเสียงต่ำพร้อมกับซบหน้าลงไหล่บางๆ ของคนตัวเล็ก
“……”
“แปดปียังไม่พออีกหรือไง?”
“…..”
“จะทรมานพี่ไปถึงไหน?” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกพร้อมกับกอดเธอแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
“แต่พี่ไรเนลก็มีผู้หญิงมากมายที่พร้อมนอนกับพี่นี้คะ” ฉันพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้!
ก็ดูเขาสิปากบอกว่าต้องการฉัน แต่เขายังมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ข้างกายเขาอยู่เลย! แล้วจะให้ฉันเชื่อเขาได้ยังไง..
“พี่ไม่ได้ต้องการผู้หญิงพวกนั้น” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน
“แต่เอรีนไม่ได้ต้องการพี่…” ฉันกลั้นใจพูดประโยคที่เสียดแทงจิตใจตัวเอง เพราะครั้งนี้ฉันอยากตัดใจจากเขาแล้วจริงๆ เพราะฉันไม่ได้เข้มแข็งพอที่จะเห็นเขาจู้จี้กับผู้หญิงคนอื่น
“หึ.. งั้นทำให้เราต้องการพี่ก็จบแล้วใช่มั้ย…” ไรเนลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“พะ พี่ไรเนล จะทำอะ.. อุ๊บบ!!!!!” ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดจบชายหนุ่มรีบประทับริมฝีปากลงบนปากบางทันที ฉันทั้งผลักไสและจิกเล็บลงบนแขนแกร่งของพี่ไรเนล แต่เขากลับรั้งท้ายทอยของฉันไว้และมอบสัมผัสที่รุกล้ำและร้อนแรงมากยิ่งขึ้นทำเอาฉันเริ่มหอบหายใจหนัก
“แฮ่กๆ พะ พี่… อุ๊บบบ!!!” ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พักหายใจเขากลับประกบริมฝีปากเข้ากับเรียวปากบางอีกรอบ เขาพยายามใช้มือหนาล็อคต้นคอฉันไว้เพื่อไม่ให้ฉันถอยหนี ฉันต้องใช้มือบางกำชายเสื้อของเขาไว้แน่นและยอมรับสัมผัสรสจูบที่เขามอบให้แต่โดยดี สัมผัสที่รุนแรงและดุดันเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนฉันไม่รู้ว่าเราจูบกันไปนานเท่าไหร่
“อื้ม ~ พะ พี่ไรเนล พะ พอก่อนคะ” ฉันรีบพูดขึ้นหลังจากที่เขาถอนริมฝีปากออกไปครู่หนึ่ง
“ยัง.. ยังไม่พอ” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“พะ พี่ไรเนล มะ ไม่เอาแล้วคะ ><” ฉันรีบพูดขึ้นพร้อมกับใช้ฝ่ามือบางดันริมฝีปากของชายหนุ่มที่พร้อมจู่โจมลงทาบทับริมฝีปากของฉันอีกรอบให้ออกห่าง
“จุ๊บ…!!! ไม่ดื้อต่อแล้วเหรอ?” เขาใช้มือหนาจับข้อมือบางไว้พร้อมกับจุ้บเบาๆ ลงบนฝ่ามือของฉันก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
“มะ ไม่แล้วคะ ตะ.. แต่เอรีนต้องออกไปข้างนอกจริงๆ นะคะ” ฉันพูดพร้อมกับเบือนหน้าหนี
“พี่ถามแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าเราจะไม่หนีพี่ไปอีกใช่มั้ย?” ชายหนุ่มพูดเสียงอ่อนพร้อมกับใช้มือหนาจับปลายคางของฉันให้หันมาสบตาเขาตามเดิม
“……”
“คำตอบล่ะ?” ชายหนุ่มถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าร่างบางเงียบไปสักพัก
“ก็ได้คะ ไม่หนีก็ไม่หนี” ฉันพูดขึ้นอย่างจำใจ
“งั้นก็ไปสิ เดี๋ยวพี่ให้คนไปส่ง”
“งะ งั้นเอรีนขอไปเตรียมตัวก่อนนะคะ” พูดจบคนตัวเล็กรีบลุกวิ่งหนีออกไปจากห้องทันที ทิ้งไว้แต่ชายหนุ่มที่นั่งยิ้มกริ้มและมองคนตัวเล็กที่วิ่งแจ้นออกไปจนลับสายตา
‘เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก เอรีน’ ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับยกซิกก้าขึ้นมาจุดสูบก่อนจะพ่นควันขาวคลุ้งจนเต็มทั้งห้อง