ห้องทำงานของไรเนล
“นี้ครับนาย.. รายงานที่นายสั่งให้ตามสืบ” อัลวินมือขวาของไรเนลวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานก่อนที่จะกลับไปยืนประจำตำแหน่ง ไรเนลเหลือบมองซองเอกสารครู่หนึ่งก่อนจะวางซิกก้าที่อยู่บนนิ้วเรียวยาวลงที่เขี่ยและดับมันลง เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปแกะซองเอกสารก่อนจะหยิบรายงานแต่ละใบขึ้นมาดู
“แค่นี้…?!” ไรเนลขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเห็นว่าตลอดแปดปีที่ผ่านมาแทบจะไม่มีอะไรเลย
“ครับ.. เราสืบได้แค่บางส่วนแต่ที่แน่ชัดก็คือคุณหนูได้รับการช่วยเหลือจากคนที่ชื่อแอชเชอร์ในระยะแปดปีที่ผ่านมา”
“แล้วไอ้แอชเชอร์ที่ว่ามันเป็นใคร!!!” ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดก่อนจะขมวดคิ้วยุ่งด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่
“เขาเป็นเจ้าของสำนักข่าว JJ TV ครับ และก็เป็นคนพาคุณหนูเข้าทำงานที่สำนักข่าวด้วยครับ” อัลวินพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แล้วเรื่องบัตรนักเรียนนั้นล่ะ?” ชายหนุ่มยังคงถามต่อเพราะถ้าหากเขาถามร่างบางตรงๆ เธอก็คงไม่ยอมบอกอีกเช่นเคย
“บางครั้งคุณหนูต้องปลอมตัวเพื่อไปตามข่าวครับ”
” แค่นี้?!”
“ครับ..?”
“ไปสืบมาเพิ่มสิว่ะ.. สืบมาว่าเธอทำงานหนักไหม ทำงานวันละกี่ชั่วโมง แล้วปกติทำงานร่วมกับใคร กลับบ้านยังไง การกินอยู่เป็นยังไง!!!” ชายหนุ่มตคอกเสียงดังลั่นพร้อมกับขมวดคิ้วยุ่งเมื่อลูกน้องของตัวเองทำงานไม่บรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้
“คะ.. ครับนาย”
“ออกไปได้แล้ว!!!” ไรเนลสะบัดมือไล่พร้อมกับเอนตัวพิงพนังเก้าอี้อย่างเหนื่อยหน่าย
“ครับ.. ผมจะรีบสืบให้เร็วที่สุดครับ” อัลวินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นก่อนจะโน้มตัวลงคำนับอย่างสุภาพก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องทำงานทันที
สำนักข่าว JJ TV
02:40 น.
“คุยกันหน่อยสิ ยัยกระต่าย” ในขณะที่ฉันกำลังวุ่นอยู่กับการโหลดข้อมูลลงแฟลชไดฟ์ มาโค่ที่เพิ่งฝึกซ้อมเสร็จก็เดินตรงมาทางฉันในสภาพผมเปียกโชก กลิ่นแชมพูอ่อนที่ลอยคละคลุ้งมาแตะจมูกทำให้ฉันรู้ว่าหลังจากอาบน้ำเสร็จเขาก็รีบตรงมาหาฉันทันที
“คุยอะไร? บอกเลยนะว่าถ้าจะแกล้งกันขอเป็นเวลาอื่น ตอนนี้ฉันทำงานอยู่” ฉันพูดขึ้นโดยที่สายตาไม่ละไปจากจอคอมแม้แต่วินาทีเดียว
“เธอเห็นฉันเป็นคนยังไงเนี่ย ยัยบื้อ.. เฮ้อ~ เอาเถอะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า” มาโค่ทำหน้าเอือมระอา
“……”
“ฉันรู้นะว่าเธอไม่คิดจะทรยศองค์กรยู่แล้ว.. แต่การที่เธอคลุกอยู่กับพวกสมาพันธ์มาเฟียมันไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะเอรีน” มาโค่พูดขึ้นหลังจากเงียบไปสักพัก ฉันละสายตาจากจอคอมครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อรู้ว่ามาโค่ยังมีสิ่งที่อยากพูดอีก แต่เขาคงไม่กล้าพูด
“พูดต่อสิ…”
“ถึงบอสจะบอกว่าเข้าใจเธอ แต่คนในองค์กรอาจจะไม่คิดแบบนั้นก็ได้นะ.. ถึงตอนนี้เจ้าพวกนั้นยังไม่รู้อะไรมากก็เถอะ” มาโค่พูดขึ้นด้วยสีหน้าหนักใจพร้อมกับน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอึดอัด
“นี้ยังไม่ใช่เรื่องทั้งหมดที่นายจะพูดใช่มั้ย?” ฉันพูดขึ้นอย่างรู้ทัน ก่อนจะหันไปสบตากับมาโค่พร้อมกับนั่งกอดอกและจ้องมองเขาอย่างไม่วางตา
“ถ้าถึงเวลาที่เธอต้องเลือกจริงๆ เธอจะเลือกองค์กรจริงๆ ใช่มั้ยเอรีน?” มาโค่มองจ้องลึกเข้ากับดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่สวยอย่างแน่วแน่
“……..” ฉันนิ่งชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินสิ่งที่มาโค่เอ่ยถาม ถึงแม้ว่าจะเป็นคำตอบที่แน่นอนอยู่แล้วว่าฉันจะเลือกองค์กร แต่ภายใจของฉันกลับรู้สึกสับสนและลังเลอย่างบอกไม่ถูก และจู่ๆ เหตุการณ์เมื่อเช้านี้ก็เด่นชัดเข้าในหัวพร้อมกับสัมผัสซิกก้าอ่อนๆ ที่ยังตรึงติดอยู่บนริมฝีปากฉันอยู่เลย
“…….”
“อะไรกันเล่า.. เดิมทีองค์กรเราก็ไม่ได้เป็นศัตรูกับพวกสมาพันธ์ขนาดนั้นสักหน่อย~” ฉันตอบอย่างขอไปทีหลังจากที่เงียบไปหลายวินาทีทำเอามาโค่ที่ยืนรอคำตอบทำหน้าเอือมระอากับความไม่ทุกข์ร้อนของฉัน
“เฮ้อ… งั้นรีบจัดการกับความคิดของตัวเองเข้าเถอะ ก่อนที่พี่จะกลับมา ไม่งั้นพี่คงตามไปลากคอเธอกลับมาเองแน่!!!”
“พี่?!” ฉันถึงกับขมวดคิ้วยุ่ง
“เออ.. ได้ยินว่าภารกิจคราวนี้เสร็จเร็วเลยรีบกลับมาก่อน”
“ทำไมเร็วขนาดนี้เนี่ย!!! ไหนบอกว่าภารกิจสองปี L” ฉันถึงกับกุมขมับ เพราะคนที่พวกเราเรียกว่าพี่ ก็คือคนที่ก่อตั้งองค์กรหน่วยข่าวกรองก่อนที่เขาจะยกตำแหน่งบอสใหญ่ให้กับแอชเชอร์ ส่วนตัวเขานั้นก็ขึ้นเป็นผู้อวุโสที่สุดในองค์กรซึ่งแม้แต่แอชเชอร์ยังต้องเคารพเขาเลย
“เห็นว่าคิดถึงลูกศิษย์คนเดียวของเขาอ่ะนะ” มาโค่พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มยียวน
“ตายๆ ตายแล้ว.. ตายแน่ๆ ไม่น่าแอบเอาครีมโกนหนวดใส่แทนยาสีฟันเลยย T_T” ฉันร้องขึ้นก่อนจะทำท่าร้อนรนจนนั่งไม่ติดเก้าอี้
“อุ๊บบ ฮ่าๆ ฉันว่าแล้ว.. ครั้งนี้บอสก็ช่วยเธอไม่ได้หรอกนะ แถมตอนนี้เธอดันมีชงักติดหลังซะด้วย” มาโค่ถึงกับหลุดขำออกมา
“แงงงง~ มาโค่ช่วยฉันหน่อยสิ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับเขย่าแขนมาโค่ไปมา
“ใจเย็นน่า~กว่าจะกลับถึงแถบเหนือก็เกือบเดือนโน่นน!!”
“เชื่อไม่ได้หรอก.. ไม่ได้การละ งั้นฝากบอกบอสด้วยว่าฉันลางานจนกว่าพี่จะไปทำภารกิจอีกรอบ”
“เดี๋ยวๆ เธอจะบ้าหรือไง?! พี่แค่ฝากเธอไว้กับพวกฉันนะ”
“ก็ฉันยังไม่อยากกลับองค์กรนี้นา..?! อีกอย่างอยู่กับพวกนายก็สนุกจะตายไป”
“ไม่เอาด้วยหรอก.. แค่นึกก็ขนลุกแล้ว” มาโค่รีบปฏิเสธทันทีหลังจากนึกถึงความโหดของคนที่พวกเรากำลังพูดถึง
“งั้นฉันก็ไม่รู้ล่ะ.. ไปล่ะ บาย ~” พูดจบฉันรีบโบกมือลาก่อนจะรีบวิ่งแจ่นออกไปทันที