“ถึงแล้วครับคุณหนู”
เสียงทุ่มของชายหนุ่มวัยกลางคนซึ่งรับหน้าที่เป็นคนขับรถดังขึ้นอย่างนุ่มนวล ฉันค่อยๆ เปิดเปลือกตาที่แสนหนักอึ้งให้ลืมตาขึ้นก่อนจะปรับโฟกัสดวงตาให้ชัดขึ้น
“ขอบคุณคะคุณลุง” ฉันกล่าวอย่างนอบน้อมก่อนจะใช้มือบางเปิดประตูรถโดยไม่รีรอให้คนขับรถลงมาเปิดประตูให้ก่อนจะค่อยๆ ก้าวลงจากรถด้วยความงัวเงีย
“กลับดึกเหมือนกันนะเนี่ย ~” ในขณะที่ฉันกำลังก้าวเท้าลงจากรถเสียงทุ้มลึกของเซบาสเตียนก็ดังขึ้นจนฉันต้องหันหน้ากลับไปมองคนต้นเสียงก่อนจะทำให้หน้ามุ้ยใส่เขาทันที และฉันต้องชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสายตาคู่สวยของฉันเผลอจ้องมองผสานเข้านัยส์ตาสีเขียวมรกตของพี่ไรเนลจนทำให้เหตุการณ์เมื่อเช้าฉายทับขึ้นมาจนฉันต้องรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้เขาเห็นแก้มใสๆ ที่เริ่มมีแดงระเรื่อ
“ไรเนล~ ช่วยคามิเลียหน่อยสิค๊า~” เสียงอ่อยอิ่งจากในรถคันหรูดึงดูดสายตาของฉันให้เหลือบตาไปมอง
ชายหนุ่มหรี่ตามองทางคนตัวเล็กครู่หนึ่งเเละยกยิ้มขึ้นมุมปากอย่างมีเลศนัยก่อนจะโน้มตัวเข้าไปในรถเพื่อช่วยประคองคามิเลียให้ลงจากรถอย่างนุ่มนวล
‘ไหนว่าไม่ให้ใครเข้ามาที่นี้ง่ายๆ ไง!!’ ฉันคิดในใจก่อนจะปรับท่าทางให้เป็นปกติแต่สายตาดันหยุดเฝ้ามองคนทั้งสองที่เดินแนบเคียงกันไม่ได้เลย ฉันรู้สึกปวดหนึบตรงหัวใจและจุกแน่นหน้าอกอย่างบอกไม่ถูกและได้แต่นิ่งเงียบจนเผลอเม้มปากเป็นเส้นตรงก่อนจะเดินตามหลังพี่ไรเนลเข้าคฤหาสต์ไป
ฉันเฝ้ามองคนทั้งสองที่เดินเข้าห้องนอนไปพร้อมกันด้วยหัวใจที่ด้านชา
ปึง!!
“เฮอะ..!!” ฉันเค้นหัวเราะออกมาเมื่อบานประตูห้องนอนของชายหนุ่มปิดลงก่อนจะสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงของดิเอโก้ดังขึ้นข้างหู
“ไหนว่าไม่ต้องการไอ้เนลไง…!!” ดิเอโก้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก คำพูดของดิเอโก้ทำให้ฉันได้สติและนึกถึงคำพูดของมาโค่ก่อนหน้านี้ขึ้นมา ใช่แล้ว.. ยังไงฉันก็ต้องเลือกองค์กร!!
“แค่คิดว่าถ้าพี่คามิเลียได้เป็นนายหญิงของสมาพันธ์คงปวดหัวน่าดู…”
“งั้นเธอก็เป็นเองซะสิ” ดิเอโก้พูดขึ้นพร้อมทั้งยกยิ้มมุมปาก แววตาที่เขาจ้องมองมาทำให้ฉันรับรู้ได้เลยว่าเขาไม่ได้พูดเล่น
“ฝันไปเถอะ…”
“หึ..!! มีเหตุผลที่เธอจะอยู่ข้างไรเนลไม่ได้ด้วยเหรอ?!” ดิเอโก้ถามขึ้นอย่างลองเชิงจนฉันแอบหวั่นใจนิดๆ ว่าเขาจะรู้ตัวตนของฉันแล้ว
“ดูเหมือนในหัวนายจะมีเรื่องอีกมากที่อยากจะถามฉันสินะ..!!” ฉันพูดขึ้นเสียงเรียบก่อนจะคลี่ยิ้มออกพร้อมกับสาวเท้าเข้าใกล้ดิเอโก้มากขึ้น เขาได้แต่จ้องมองมาทางฉันอย่างไม่วางตาพร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างเหี้ยมเกรียม
“ไม่นอนกันหรือไง?!” ยังไม่ทันที่ดิเอโก้จะได้เอ่ยปากพูดอีกรอบเสียงก้องกังวานของไรเนลที่ตวาดลั่นด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขามดังขึ้นมาจากชั้นสองทำเอาคนตัวเล็กต้องรีบตีตัวออกห่างจากดิเอโก้ที่ก่อนหน้านี้ยืนใกล้กันจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว
“อะไรของมึงว่ะ.. เข้าห้องไปแล้วจะออกมาอีกทำไม?!” ดิเอโก้พูดขึ้นอย่างฉุนเฉียวเมื่อถูกขัดจังหวะในขณะที่เขาทำกำลังไล่ต้อนคนตัวเล็กให้จนมุม
“จะเข้าจะออกก็เรื่องของกู” ไรเนลพูดอย่างหน้าตายในสภาพสวมแค่ชุดคลุมอาบน้ำ
“เฮ้อ… เอาเป็นว่าวันนี้เธอรอดตัวไปนะยัยตัวแสบ” ดิเอโก้ก้มลงกระซิบใส่หูคนตัวเล็กก่อนจะขยิบตาให้เธอและเดินขึ้นห้องนอนไปทันที
เมื่อได้ยินเสียงประตูของห้องดิเอโก้ปิดลงฉันจึงรีบเดินขึ้นห้องไปเช่นกันโดยที่ไม่สนสายตาของพี่ไรเนลที่เอาแต่จ้องมองฉันอยู่ตลอด
“ไปทำงานจริงๆ หรือตั้งใจหลบหน้าพี่กันแน่…”
เสียงทุ้มลึกที่ดังขึ้นขณะที่ฉันกำลังเดินผ่านทำให้สองเท้าต้องหยุดชะงักก่อนจะหันกลับไปมองพี่ไรเนลอีกครั้งด้วยใบหน้าเรียบตึง
“ไปทำงานค่ะ อ๊ะ…!! พี่ไรเนล!!! ” ฉันตอบพร้อมกับรีบหมุนตัวกลับเพื่อก้าวเท้าเดินต่อแต่กลับโดนเขารั้งไว้ต้นแขนไว้ก่อน
“พี่ยังพูดไม่จบ…”
“ก็พูดสิคะ ไม่เห็นต้องถึงเนื้อถึงตัวก็ได้” ฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ไม่ได้หรอก เด็กมันชอบหนี”
“……”
“หึงหรือไง?” ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก
“เปล่าค่ะ”
“ไม่หึงก็ทำตัวให้ปกติสิ..”
“ปกติแบบไหนค่ะ..?” ฉันเอียงคอถามโดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำสีหน้าแบบไหน แต่ไม่รู้ทำไมที่จู่ๆ ฉันก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังน้อยใจชายหนุ่มตรงหน้าจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ไม่ใช่แบบนี้..”
“เอรีนก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ”
“เหรอ? แล้วยัยตัวแสบที่ชอบอ้อนพี่ล่ะ หายไปไหนแล้ว?” ไรเนลพูดเสียงอ่อนก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดและก้มลงซบลงบนไหล่บางอย่างอ้อยอิ่ง
“พี่ก็ไปอ้อนผู้หญิงของพี่สิค่ะ!!! เอรีนอยากอ้อนแค่ผู้ชายของตัวเองเท่านั้น!!!” ฉันตอบเสียงแข็ง
“ใคร!” ไรเนลถามเสียงแข็งทำเอาร่างบางสะดุ้ง
“มะ ไม่ใช่พี่แล้วกัน…” ฉันตอบพร้อมกับพยายามผลักดันท่อนแขนแกร่งให้หลุดออกเพราะเริ่มรู้สึกว่าพี่ไรเนลกอดแน่นกว่าเดิม
“มีแล้ว?” น้ำเสียงนิ่งจนเย็นยะเยือกของพี่ไรเนลทำเอาหัวใจของฉันหล่นวูบเกือบไปถึงตาตุ่ม
“อะ.. อื้ม กะ ก็มีแล้วสิ เราไม่เจอกันตั้งหลายปี อ๊ะ!!! พะ พี่ไรเนล จะทำอะไร…!!!” ยังไม่ทันพูดจบฉันถึงกับสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆ เขาก็ใช้ฟันเขี้ยวเเหลมงับลงบนซอกคอนุ่มก่อนจะประทับรอยตีตราไว้จนแดงเถือก
“พูดต่อสิ…” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพร้อมกับมือหนาที่เริ่มลุกล้ำเข้าใต้ชายเสื้อของฉัน ฝ่ามือร้อนๆ ที่สัมผัสลงบนผิวกายทำเอาฉันถึงกับสะดุ้งพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัว
“พะ พี่ไรเนล!!! อ๊ะ!!!” ฉันรีบใช้มือปิดปากตัวเองแน่นเมื่อเขาใช้มือหนาบีบเค้นอกตูมของฉันอย่างเต็มแรง มือหนาเริ่มไล้ไปตามเนื้อตัวของฉันก่อนจะเลื่อนลงและไปหยุดอยู่ตรงกลีบกุหลาบล่างจนฉันเริ่มใจไม่ดี
“บอกมาสิว่าใคร? เธอนอนกับมันแล้วใช่มั้ยเอรีน!!” คำพูดที่ดังออกจากของชายหนุ่มทำเอาฉันฉุนกึก นี้เขาเห็นฉันเป็นคนแบบไหนกันแน่!! ที่ผ่านมาเขาไม่รู้เลยงั้นเหรอว่าฉันคิดยังไงกับเขา?! ทีตัวเขาเองยังนอนกับผู้หญิงคนอื่นไปทั่วได้เลย แล้วทำไมฉันถึงจะทำบ้างไม่ได้?!!!
“จะนอนกับใครก็ไม่เกี่ยวกับพี่สักหน่อย!!!” ฉันตวาดลั่นพร้อมกับใช้แรงเฮือกใหญ่ดิ้นตัวจนหลุดจากอ้อมแขนของพี่ไรเนล
ตอนนี้ฉันโกรธจนแทบอยากจะร้องไห้ เพราะพี่เขาไม่เคยบอกอะไรฉันเลย แล้วจะให้ฉันเรียกความสัมพันธ์ของเราว่าอะไรในเมื่อเขายังควงอยู่กับผู้หญิงคนอื่นอยู่เลย!!
“ไม่เกี่ยวงั้นเหรอ?! อย่างน้อยเราก็เป็นน้องสาวพี่ไม่ใช่หรือไง?!” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับขมวดคิ้วยุ่ง
คำพูดของเขาทำให้ฉันนิ่งอึ้งไปหลายวินาที
“ใช่!! น้องสาว!! แต่ก็ไม่ได้คลานตามกันมาสักหน่อย เพราะงั้นเลิกสนใจเอรีนได้แล้ว!!!” ฉันตวาดลั่นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพราะพยายามสะกดหยาดน้ำตาไว้ไม่ให้ไหล
“หึ..!! งั้นถ้าเป็นน้องสาวไม่ได้.. ก็เป็นอย่างอื่นสิ!!” ไรเนลพูดพร้อมกับแสยะยิ้มมุมปาก
“มะ หมายความว่าไง?” ฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักพร้อมกับเริ่มก้าวถอยห่างจากชายหนุ่มเพราะเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี
“ก็ทำให้เรามาเป็นเมียพี่ไง!! มานี่!!” พูดจบไรเนลรีบกระชากแขนของร่างบางให้เดินตามเขาไปทันที