ปึด ปึด ..
กระดุมเสื้อเชิ้ตของอิงฟ้าถูกมือหยาบหลนกระชากจนขาดวิ่น เสียงผ้าฉีกขาดดังชัดเจนในความเงียบ ร่างเล็กสั่นสะท้านด้วยความสิ้นหวัง
เธอหลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย ในใจได้แต่ร้องไห้โฮและคิดว่าชีวิตของเธอคงต้องจบสิ้นลงในคืนนี้
ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความมืดมิดนั้นเอง
แก๊ก !!
เสียงขึ้นนกปืนเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลังของมุมมืด พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นเฮือกจนถึงขั้วหัวใจที่แผ่รังสีฆาตกรรมออกมาอย่างรุนแรง
"พวกมึง... กำลังทำเหี้ยอะไรกัน?"
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยพลังอำนาจอันกดดันจนบรรยากาศรอบข้างคล้ายจะหยุดหมุน ชายฉกรรจ์ทั้งสามชะงักกึก พวกมันหันขวับไปมองยังเงามืดท้ายซอยด้วยความหงุดหงิด
"มึงเป็นใครวะ ยุ่งไม่เข้าเรื่อง อยากตายหรือไง" หนึ่งในพวกมันตวาดพร้อมกับชักมีดพับออกมาถือไว้
แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ขยับตัว
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก็ก้าวออกจากเงามืด ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายดุจรูปสลัก ทว่านัยน์ตาคู่คมกริบกลับดุดันและเย็นชาเหมือนพญามัจจุราช เขาคือ นาวา มาเฟียหนุ่มผู้มากอิทธิพล
คืนนี้
นาวาเพิ่งจะหลบการซุ่มโจมตีของคู่อริฝั่งตรงข้ามมา เขาจำต้องสลัดลูกน้องและพาตัวเองหลบเข้ามาในซอยเสื่อมโทรมแห่งนี้เพื่อรอให้คนของเขามารับ แต่เขากลับต้องมาเจอกับภาพการทำร้ายร่างกายอันน่ารังเกียจตรงหน้า
นาวาไม่เสียเวลาเอื้อนเอ่ยคำใด สายตาเรียบเฉยจับจ้องไปยังชายฉกรรจ์ทั้งสามราวกับมองเศษขยะ เพียงแค่ก้าวขาประชิดตัวด้วยความเร็วที่มองตามไม่ทัน มือหนาของนาวาก็พุ่งเข้าจับข้อหารือของชายที่ถือมีดแล้วบิดอย่างแรง
แกร๊ก!! กร้อบ
"โอ้ย แขนกู"
เสียงกระดูกหักดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน มีดพับร่วงลงพื้น
นาวาใช้เข่าลอยเสยเข้าที่ใบหน้าของมันจนฟันหักสะบั้น ร่างลอยกระเด็นไปนอนแน่นิ่ง ชายอีกสองคนเห็นดังนั้นก็ตกใจสุดขีด พวกมันพยายามจะพุ่งเข้ามาทำร้าย แต่นาวาเพียงแค่วาดเท้าเตะเข้าที่ก้านคอของคนหนึ่งจนล้มตึงหมดสติ
ก่อนจะจับหัวของคนสุดท้ายกระแทกเข้ากับกำแพงปูนอย่างแรงจนเลือดไหลซึมและสลบไปในทันที
เเละเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง
เหลือเพียงเสียงสายฝนโปรยปรายกระทบพื้นปูน และเสียงหายใจหอบสะอื้นของร่างเล็กที่กองอยู่บนพื้น
นาวาหมุนตัวกลับมามองเด็กสาวที่กำลังนอนขดตัวสั่นสะท้าน
อิงฟ้ากอดตัวเองไว้แน่น นัยน์ตากลมโตที่คลอไปด้วยน้ำตามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าเขาคือใคร และไม่รู้ว่าเขาจะร้ายกาจยิ่งกว่าพวกเมื่อครู่หรือไม่
นาวาย่อตัวลงตรงหน้าเธอ นัยน์ตาคมกริบไล่สำรวจสภาพของเด็กสาว
เสื้อเชิ้ตของเธอฉีกขาดจนเห็นผิวกายขาวผ่องและรอยเขียวช้ำที่ใบหน้าสวย
ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกตัวเล็กๆ ที่เพิ่งผ่านพายุฝนอันเลวร้าย กลิ่นหอมอ่อนๆ บริสุทธิ์จากตัวเธอปะทะเข้ากับกลิ่นฝนและกลิ่นควันปืนบนตัวเขาอย่างประหลาด
นาวาถอนหายใจยาว ก่อนจะถอดเสื้อสูทเนื้อดีราคาแพงของตัวเองออก แล้วบรรจงคลุมลงบนไหล่บางที่กำลังสั่นระริก เพื่อช่วยปกปิดรอยฉีกขาดของเสื้อผ้าและมอบความอบอุ่นให้เธอ
ความนุ่มและอบอุ่นของเสื้อสูท ทำให้ดวงตาคู่สวยของอิงฟ้าช้อนขึ้นมองเขาอย่างตกตะลึง
"เจ็บตรงไหนอีกไหม?"
นาวาเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาราบเรียบ แต่กลับไม่มีความหยาบกระด้างเลยแม้แต่น้อย
"ฮึก... ขะ...ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆ"
อิงฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตายังคงไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย
"หนู...หนูไม่เป็นไรแล้วค่ะ"
"ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมถึงมาเดินอยู่ในที่อันตรายแบบนี้คนเดียว?"
นาวามองใบหน้าหวานที่บวมช้ำเล็กน้อย
"บ้านอยู่ที่ไหน ทำไมพ่อแม่ไม่มารับ?"
คำถามนั้นราวกับสะกิดบาดแผลลึกในใจของเด็กสาว อิงฟ้าก้มหน้าลงต่ำ หยดน้ำตาร่วงผละลงบนเสื้อสูทของเขา
"หนู... หนูไม่มีพ่อแม่แล้วค่ะ..."
เธอตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับสายฝน
"พ่อกับแม่เสียไปหมดแล้วเหลือหนูตัวคนเดียว วันนี้เพื่อนที่กลับด้วยกันป่วย หนูก็เลยต้องเดินกลับคนเดียวฮึก..."
ความเงียบครอบงำคนทั้งคู่ไปชั่วขณะ
นาวามองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย หัวใจที่เคยเย็นชา มืดบอด
และผ่านความโหดร้ายในโลกมาเฟียมานับไม่ถ้วน กลับรู้สึกกระตุกวูบ ความสงสาร ความเอ็นดู และความรู้สึกอยากปกป้องสลักลึกขึ้นมาในจิตใจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน
เด็กสาวอายุเพียงแค่นี้ แต่กลับต้องแบกรับความสู้ชีวิตและความโดดเดี่ยวไว้เพียงลำพังในขณะที่เขามีพร้อมทุกอย่าง
ทันใดนั้น เสียงรถตู้สีดำพรีเมียมหลายคันก็แล่นเข้ามาจอดที่ปากซอย พร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทนับสิบคนวิ่งตรงเข้ามาหาเสนอตัวด้วยความตื่นตระหนัก
"นายท่านครับ นายท่านเป็นอะไรหรือเปล่าครับ
" ภีม ลูกน้องคนสนิทวิ่งเข้ามาหานาวาด้วยสีหน้าเครียดขรึม
"ฉันไม่เป็นไร"
นาวาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
อิงฟ้ามองกลุ่มคนชุดดำมากมายที่เข้ามายืนล้อมรอบชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกใจและหวาดเกรง เธอรู้ได้ทันทีว่าชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน เขาดูมีอำนาจ ลึกลับ และอันตรายเกินกว่าที่คนอย่างเธอจะเข้าใกล้
"เอายังไงกับพวกมันสามคนครับนายท่าน?"
ภีมหันไปมองพวกวัยรุ่นที่นอนสลบไสลบนพื้น
"จัดการส่งให้ตำรวจ เอาให้มันไม่มีโอกาสได้ออกมาเห็นแสงตะวันอีก"
นาวาสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดุดัน จนอิงฟ้าแอบสะดุ้ง
นาวาหันกลับมามองร่างเล็กที่ยังคงนั่งกองอยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบ เขายื่นมือหนาที่ผ่านคราบเลือดและอาวุธมานับไม่ถ้วนไปตรงหน้าเธอ
"ลุกไหวไหม?"
อิงฟ้ามองมือใหญ่ตรงหน้าด้วยความลังเลและประหม่า แต่เมื่อเห็นสายตาที่แม้จะดูเย็นชาทว่าแฝงไปด้วยความจริงใจของเขา เด็กสาวก็ค่อยๆ ยื่นมือเล็กๆ ที่เย็นชืดและสั่นเทาของตนเองไปวางลงบนฝ่ามือหนานั้น
นาวากระชับมือเล็กไว้แน่นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะดึงร่างบางให้ลุกขึ้นยืน
อิงฟ้าเซเล็กน้อยเพราะความจุกที่หน้าท้อง แต่นาวาก็ใช้แขนแข็งแรงช้อนประคองเอวบางไว้ได้อย่างทันท่วงที
"เธอชื่ออะไร?"
นาวาเอ่ยถามขณะประคองเธอเดินไปที่รถ
"อิง... อิงฟ้าค่ะ"
"อิงฟ้า"
นาวาทวนชื่อนั้นในคอเบาๆ นัยน์ตาคมทอดมองใบหน้าหวานที่เปียกปอนด้วยหยดน้ำตา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและหนักแน่น
"ฟังฉันนะอิงฟ้า ในเมื่อเธอไม่มีพ่อแม่ ไม่มีใคร และไม่มีที่ไปจากวันนี้เป็นต้นไป
"คะ... คุณหมายความว่ายังไงคะ?"
อิงฟ้าขมวดคิ้วด้วยความสับสน
นาวาเปิดประตูรถยนต์คันหรูให้เธอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่เปลี่ยนชีวิตของเด็กสาว
"ไปอยู่กับฉัน... ฉันจะดูแลเธอเอง"
อิงฟ้ามองหน้าชายหนุ่มแปลกหน้าผู้ลึกลับด้วยความตื่นตระหนัก
แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจที่เคยอ้างว้างและโดดเดี่ยวของเธอกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน นาวาประคองเธอขึ้นไปนั่งบนรถหรูก่อนจะก้าวตามขึ้นไป และปิดประตูลง
รถยนต์คันหรูค่อยๆ แล่นออกไปจากซอยมืดมิดท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปรายมุ่งหน้ายังบ้านหลังใหญ่ของเขา...