สายฝนเม็ดเล็กๆ เริ่มโปรยปรายลงมาจากผืนฟ้าค่ำคืนอันมืดมิด ไอเย็นของหยดน้ำสัมผัสลงบนผิวกายทำให้ร่างเล็กในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวนวลและกระโปรงทรงเอสั้นระดับเข่าต้องยกแขนขึ้นกอดตัวเองไว้หลวมๆ
อิงฟ้า เด็กสาววัยยี่สิบสองปี ก้าวเท้าเดินไปตามริมฟุตบาทด้วยความอ่อนล้า
ร่างกายของเธอเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานพาร์ตไทม์เป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่งมาตลอดทั้งวัน
ปกติแล้วหลังเลิกงานดึกดื่นเช่นนี้ เธอจะได้อาศัยซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กลับพร้อมกับเพื่อนสนิทที่ทำงานด้วยกันและพักอยู่หอพักย่านเดียวกัน ทว่าวันนี้เพื่อนของเธอเกิดป่วยจนต้องลาหยุดกะทันหัน ส่งผลให้เด็กสาวเรือนร่างบอบบางต้องเดินเท้ากลับหอพักด้วยตัวคนเดียวในยามดึก
เมื่อก้าวเข้าสู่ถนนสายหลักที่เชื่อมต่อไปยังซอยหอพัก ความเงียบสงัดก็เริ่มปกคลุม แสงไฟกิ่งข้างทางเปิดติดๆ ดับๆ ส่งกลิ่นอายความน่ากลัวอย่างประหลาด
"ทำไมมันวังเวงแบบนี้นะ..."
ร่างเล็กบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ความหวาดหวั่นเริ่มเกาะจับหัวใจ ในขณะเดียวกัน อิงฟ้าก็รีบก้าวเท้าให้เร็วขึ้นเท่าที่จะทำได้
เสียงรองเท้าคัทชูกระทบพื้นปูนเจิ่งน้ำดังเป็นจังหวะถี่รัว เพราะเธอเริ่มรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ากำลังมีสายตาคู่หนึ่งมองตามเธออยู่ห่างๆ และเสียงก้าวเท้าด้านหลังก็เริ่มร่นระยะห่างเข้ามาเรื่อยๆ
หัวใจของเด็กสาวเต้นระทึกด้วยความตื่นตระหนก เธอสับเท้าเร็วขึ้นจนเกือบจะเป็นการวิ่ง แต่แล้วเมื่อมาถึงบริเวณกลางซอยซึ่งเป็นจุดอับสายตาและไฟกิ่งดับสนิท
ร่างของชายฉกรรจ์สองคนก็ก้าวพรวดออกมาจากมุมมืด ดักหน้าเธอเอาไว้ในระยะกระชั้นชิด
อิงฟ้าชะงักกึกด้วยความตกใจ ชาไปทั้งตัว และเมื่อเธอพยายามจะหมุนตัวหันหลังกลับ ก็พบว่ามีชายฉกรรจ์อีกคนก้าวเข้ามาปิดทางรอดด้านหลังไว้เป็นที่เรียบร้อย
"จะไปไหนจ้ะคนสวย"
ชายคนด้านหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยิ้มกวนประสาท กลิ่นเหล้าหืนๆ และกลิ่นสารเสพติดคละคลุ้งออกมาจากลมหายใจของมัน
"นั่นสิ วันนี้กลับคนเดียวหรอ ให้พี่ไปส่งไหมจ้ะ"
อีกคนแค่นหัวเราะในคอพลางส่งสายตาลวนลามแทะเล็มไปทั่วเรือนร่างของเธอ
อิงฟ้าจำได้ทันทีว่าชายพวกนี้คือกลุ่มวัยรุ่นทาสยาที่ชอบมั่วสุมนั่งมูกันอยู่ที่หน้าปากซอยทางเข้า พวกมันมักจะส่งเสียงแซวผู้หญิงที่ผ่านไปมาเสมอ แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาเผชิญหน้ากับพวกมันในระยะใกล้และไร้ทางสู้เช่นนี้
"ถอยออกไปเลยนะ เราจะกลับบ้าน "
เด็กสาวพยายามทำใจดีสู้เสือ เธอเอ่ยเสียงแข็งพร้อมกับกระชับสายกระเป๋าสะพายในมือแน่นขึ้น อิงฟ้าอาศัยจังหวะที่พวกมันหัวเราะเยาะ รวบรวมกำลังทั้งหมดแล้วตั้งท่าจะเบียดตัววิ่งแทรกช่องว่างออกไป
ทว่าความหวังของเธอถูกทำลายลงในเสี้ยววินาที
หมับ!!
"จะหนีไปไหนวะ"
กลุ่มผมยาวสลวยของเธอถูกมือหนาหยาบกร้านของชายคนด้านหลังกระชากอย่างแรงจนหัวคลอน อิงฟ้าส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะเสียหลักล้มพับลงไปกองกับพื้นปูนที่เปียกไปด้วยหยดน้ำ
ร่างบางพยายามจะหยัดตัวลุกขึ้น
แต่ชายฉกรรจ์คนหนึ่งก็ง้างหมัดแล้วเงื้อชกเข้าที่หน้าท้องของเธออย่างจัง
ผัวะ !!
"อึ้ก .."
ความเจ็บปวดแล่นริ้วจุกแน่นไปทั่วช่องท้อง
อิงฟ้าตัวงอเป็นกุ้ง ลมหายใจขาดช่วง เรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดปลิวหายไปในอากาศ ดวงตากลมโตบวมช้ำไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อล้นด้วยความจุกและความหวาดกลัวอย่างที่สุดหมดทางสู้โดยสิ้นเชิง
"จะไปไหน มาสนุกกับพวกฉันก่อนสิ"
ชายคนนั้นตวาดพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"อย่า.. อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ปล่อยฉันไปเถอะ..."
อิงฟ้าพยายามฝืนความจุก ยกมือสองข้างขึ้นไหว้อ้อนวอนขอกับชายทั้งสามตรงหน้า หยดน้ำตาไหลพรั่งพรูเปรอะเปื้อนแก้มเนียน
"ฮึก... ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ..."
แต่มีหรือที่พวกคนชั่วไร้สติจะยอมปล่อยเหยื่ออันหอมหวาน
"ปล่อยหรอ.. สวยหวานขนาดนี้ ปล่อยไปพวกกูคงเสียดายแย่เลยวะ"
ชายอีกคนพูดขึ้นด้วยสายตากระหายอยาก มันเค้นหัวเราะอย่างชอบใจ
ก่อนจะร่วมมือกับเพื่อนอีกคนลากร่างบางที่ไร้เรี่ยวแรงของอิงฟ้าเข้าไปในซอยแยกข้างทาง ซึ่งเป็นซอยเล็กๆ ก่อนจะถึงหอพักของเธอ มันเป็นมุมอับที่ทั้งมืดมิด สกปรก และไร้ผู้คนผ่านไปมา
"หยะ...อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ปล่อยฉันไปเถอะ อยากได้เงินก็เอาไปเลย ให้ทั้งกระเป๋าเลย ฮึก... แต่ขอร้องล่ะ อย่าทำอะไรฉันเลยนะ"
เด็กสาวร้องไห้โฮ สะอื้นจนตัวโยน มือเล็กพยายามยื่นกระเป๋าสะพายที่มีเงินเก็บก้อนสุดท้ายจากการทำงานให้พวกมัน เพื่อแลกกับอิสรภาพและเรือนร่างของตนเอง
"ปล่อยก็ได้แต่ขอพวกกูเอามึงให้หนำใจก่อนนะเว้ย"
พวกมันหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง ไม่แม้แต่จะสนใจกระเป๋าเงิน เพราะสิ่งที่พวกมันต้องการคือตัวเธอ
"เฮ้ยมึง จับมันไว้ดีๆ อย่าให้มันดิ้น "