พ่อเลี้ยงภูวินทร์

837 Words
เสียงรถไถ หลายคันที่กำลังขับอยู่บนลานดินกว้าง ที่เพิ่งซื้อที่ดินต่อจากชาวบ้านมาใหม่อีกหลายแปลง พื้นที่ทำกินที่ จัดสรรโดยทางการ ถูกเปลี่ยนมือ แทบจะทันที ที่เสร็จสิ้น ขั้นตอนทางกฏหมาย เหงื่อเม็ดใหญ่ ที่ไหลซึมอยู่ทั่วร่างกายตั้งแต่เช้า ทำให้ลูกน้อง ยื่นกระติกน้ำประจำตัวส่งให้ "เดี๋ยวผมจัดการให้เอง พ่อเลี้ยงไปพักเถอะครับ " คนสนิท ที่อยู่ด้วยกันมานานนับสิบปี มองหน้าพ่อเลี้ยง ที่สวมแว่นกันแดด มองออกไปตรงลานดิน "เออ ดูให้ด้วย " เสียงเข้ม แต่ไม่ได้ดุดัน บอกออกมา แล้วเดินเข้ามานั่งในศาลาไม้ ที่อยู่ด้านใน ใบหน้าคร้ามแดด หนวดเครารุงรัง ทำให้ดูดุดัน และน่ากลัว แต่ทำไม คนใกล้ตัว กลับไม่เคยกลัวเขาเลยสักครั้ง โทรศัพท์มือถือราคาครึ่งแสน ที่เก็บอยู่ในซองหนังอย่างดี ถูกหยิบขึ้นมา ภาพใบหน้าสวยหวาน ที่สะดุดตาสะดุดใจตั้งแต่แรกเห็น แต่นึกไม่ออก ว่าเคยเจอที่ไหน มือหยาบกร้านจากการทำงาน เปิดเข้าไปดู สังคมออนไลน์ ที่มีเอาไว้ สำหรับติดต่อการงาน แล้วภาพคู่ ที่เห็น ก็ทำให้ คนอย่างพ่อเลี้ยงภูวินทร์ ใจเต้นแรง นักธุรกิจหนุ่มหล่อ วัยไล่เลี่ยกันกับตัวเอง ตั้งรูปโปรไฟล์ เป็นรูปคู่ของเจ้าตัว กับ หญิงสาวอีกคน รายละเอียดที่ทำงาน คือ เคทีกรุ้ป และ บรรทัดต่อมา ทำเอาต้องอ่านซ้ำอีกครั้ง หัวใจของผม ชื่อ ดุจดวงใจ รูปคู่ นับสิบรูปที่ลงเอาไว้ หลากหลายอิริยาบถ สี่พี่น้อง ที่รักกัน จนใครหลายตอหลายคนอิจฉา หญิงสาวที่อยู่ในทุกรูป พร้อมกับรอยยิ้มกว้าง เธอคนนั้น ไม่ใช่แค่ลูกคุณหนูธรรมดา แต่ คือ ดุจดวงใจ ของอาณาจักร เคทีกรุ้ป และลูกสาวคนเดียว ของนายแพทย์ แดนไท รถกระบะสี่ประตูที่ขับเข้ามา จอดที่หน้าศาลาไม้ หญิงสาวผิวขาวจัด สวมเดรสสีเหลืองสดใส ลงมาจากรถ แล้วเดินเข้ามาข้างใน คนงานที่นั่งกันอยู่ ทยอยลุกออกไป ปล่อยให้ พ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยง ใช้เวลาด้วยกันตามลำพัง มือบางที่ไม่เคยทำงานอะไรเลยทั้งนั้น ลูบไล้ที่หน้าอกแกร่ง แล้ว กระชากเสื้อตัวเก่าของเขาอย่างแรง ลิปสติกสีแดงสด ที่ทาลงบนปากเล็ก กดจูบลงไป ที่ซอกคอ สูดกลิ่นเหงื่อ แต่ก็ถูกผลักออก อย่างไม่เบานัก ร่างบอบบางเซถลาลงไป แล้วหันมายิ้ม กับสามี ที่กำลังโกรธจัด "ทำไมคะ เกลียดนารีมากหรือไง " ชายหนุ่มเดินออกมาจากศาลา แล้วเธอ ก็เดินตามออกมา ดึงเสื้อคลุมตัวเก่าของเขาเอาไว้ กระชากจนขาดติดมือ เสียงเสื้อขาดดังแคว้ก ทำให้เจ้าของเสื้อ ต้องหันไปมอง ถอดเสื้ออก แล้วโยนใส่เธอ "หยาบคาย ต่ำ เลว " เสียงก่นด่า ออกจากปาก คนที่กำลังโกรธจัด คนงานนับสิบคน มองพ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงทะเลาะกัน "จะเอาอะไร " "นารี จะไปกรุงเทพ " พิมนารี บอกกับสามี แล้วยิ้มออกมา "นารีไม่อยู่ อย่าดื้อ อย่าซนนะคะ ถ้านารีรู้ ว่าอีตัวไหน มันมายุ่งกับพ่อเลี้ยง นารีไม่เอาไว้แน่นอน " พิมนารี บอกเสียงหวาน แล้วเดินไปที่รถ ที่จอดรอเธออยู่ พ่อเลี้ยงภูวินทร์ มองรถกะบะสี่ประตูป้ายแดง แล้วกำหมัดแน่น เขาเกลียด เขาโกรธ และโมโหตัวเอง ที่เป็นคนแบบนี้ เจ็บแล้วจำ คือคน เจ็บแล้วต้องทน คือภูวินทร์ รถไถดินคันใหญ่ ขับออกไป ถึงสุดขอบเขต ท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุ ในตอนกลางวัน ชายวัยสามปลายๆ ปาดเหงื่อของตัวเองไม่ให้เข้าตา ใบหน้าคร้ามแดด ที่ทำงานหนัก เพื่ออนาคต อันสดใส แต่จะมีประโยชน์อะไร ถ้ามีเงินมากมาย แต่ไม่มีความสุขเลย หญิงสาวในชุดเกาะอกสีดำ ขับผิวขาวผ่อง เดินเข้ามาในคลับหรู ชายหนุ่มหน้าตาดี หลายคน มองเธอ ด้วยความใส่ใจ มือเรียกยกเครื่องดื่มมาจิบ แล้วมองคนที่เพิ่งเดินเข้ามา ร่างสูงใหญ่ ของชายหนุ่มที่หล่อละลายใจ ด้วยเสื้อสีดำสนิทแนบลำตัว กับ กางเกงเข้ารูปพอดีตัว "ทางนี้ ทอย " ชายหนุ่มเดินผ่านเธอไป พร้อมกับกลิ่นน้ำหอม หอมละมุน พิมนารี มองตามเขาคนนั้นไป อย่างไม่คลาดสายตา วิสกี้ราคาแพง ขวดใหญ่ ถูกนำมาเสิร์ฟ ที่โต๊ะ " "ไม่ได้สั่ง " ชายหนุ่ม3คน มองหน้ากัน แล้วก็มองไปที่เธอ ที่นั่งคนเดียว มือขาวจัด สวมกำไลแบรนด์หรู หยิบเหล้ามา แล้ววางลงบนโต๊ะ ตรงหน้าเธอ "ขอบคุณนะ แต่ไม่ต้อง " ลูกชายคนเล็กของเคทีกรุ้ป ไม่เคยต้องให้ผู้หญิงเปย์ คนอย่างทอย จ่ายเอง ถ้าถูกใจ แต่คนนี้ ไม่ใช่ทาง ใบหน้าหล่อเหลา เดินกลับไปที่โต๊ะ แล้วคุยกับเพื่อนต่อ คนที่เสียหน้า ได้แต่กัดฟันของตัวเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD