ภายในห้องเก็บของเล็กแคบ จูบแห่งความโหยหายังคงดำเนินต่อเนื่อง ต่างคนต่างตกอยู่ในห้วงเวลาที่ไม่มีสิ่งใดสำคัญเท่ากันและกัน เสื้อผ้าหลุดร่วงลง เหลือเพียงไออุ่นร้อนรุ่มของเรือนกายที่สัมผัสกันในแสงสลัว แต่แล้ว...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน
“เสี่ยวตี้...อยู่ในนั้นหรือเปล่า?”
ทั้งสองชะงักเหมือนโดนสายฟ้าฟาด ธารรีบคว้าเสื้อขึ้นมาคลุมตัว ดินเองก็ขยับตัวอย่างลนลาน พวกเขาหันมองประตูราวกับมันกำลังจะถูกเปิดออกในวินาทีนั้น
“ข้าให้ใครรู้ไม่ได้ว่ามาเจอเอ็ง...”
เสียงธารแผ่วเบา เขาสบตาดินอย่างจริงจัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความหวาดกลัวปะปนกัน
ประตูห้องเก็บของค่อย ๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าเรียบนิ่งของคุณชายหงเซี่ยนในชุดสีอ่อนเรียบหรู เขากวาดสายตาเข้ามาในห้องอย่างไม่ติดใจสงสัย ดินยืนอยู่หน้าประตู เขาพยายามตั้งสติ ดึงชายเสื้อขึ้นให้เข้าที่ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“มีธุระอะไรเร่งด่วนหรือเปล่าครับ? ผมกำลังจะไปทำงานพอดีครับ ”
เขาถามด้วยเสียงราบเรียบ กลบเกลื่อนความตื่นตระหนกในอก ใต้เตียงไม้หลังเก่า ร่างของธารขดตัว เหงื่อไหลซึมทั่วใบหน้า กลั้นลมหายใจแทบไม่ไหว อย่าให้เขาเห็น... ขอแค่นี้...
คุณชายมองดินครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ
“แค่จะแวะมาชวนแกไปที่โรงฝ**น”
“โรงฝ**น?”
“อืม มีคนบอกว่าเห็นอาเม้งแถว ๆ นั้น ชั้นจะไปดู เผื่อจะเจอตัวสักที”
ดินพยักหน้ารับทันที ทั้งสองออกจากห้องไปโดยไม่เอะใจ ดินหันกลับมามองทางธารที่ซ่อนตัวอยู่ภายในห้องด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเดินตามคุณชายออกไป
ภายในห้องกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง...ธารค่อย ๆ ขยับตัวออกมาจากใต้เตียง ผ้าห่มฝุ่นเขรอะติดหลัง เสื้อหลุดลุ่ย หน้าชุ่มเหงื่อ ดวงตายังเต็มไปด้วยแววตื่นกลัว เขาทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ ข้าให้ใครรู้ไม่ได้...เสียงของตนเองเมื่อครู่ยังดังก้องในหัว
ธารผลักประตูบ้านเ**กเข้ามา แสงแดดยามสายส่องเข้ามาทาบกับพื้นไม้เป็นทางยาว มั่นยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“จัดการกับไอ้ดินเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย?”
“ไอ้ดินจะไม่มาที่นี่อีก”
มั่นยังคงจ้องหน้าอีกฝ่าย ราวกับพยายามอ่านความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ประโยคนั้น
“แน่ใจเหรอ?” มั่นถามย้ำไม่มั่นใจ
“แน่ใจ”
เขาทิ้งคำสั้น ๆ ไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินหายลับไปทางหลังบ้าน มั่นยังยืนอยู่ตรงเดิม มองตามแผ่นหลังนั้นไปเงียบ ๆ เขายังไม่มั่นใจในสิ่งที่ธารบอกเท่าไหร่นัก เพราะดูเหมือนธารจะมีท่าทีปกติเรียบเฉยเกินไป หากไปบอกตัดขาดกับดินคงไม่นิ่งแบบนี้ มันไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการเสียใจ มั่นแอบหวั่นใจว่าธารกำลังปกปิดอะไรอยู่หรือเปล่า
โรงฝิ่น...กลิ่นฝ**นยังอบอวลเหมือนเดิม ดินเดินตามคุณชายหงเซี่ยนเข้ามาในห้องด้านในสุดของโรงฝ**นเงียบ ๆ ผ่านบรรดานักสูบฝ**นที่กำลังเคลิบเคลิ้มจนเดินเข้าไปถึงห้องด้านในสุด
คุณชายแอบดูที่หน้าประตูห้องก็ตกใจเมื่อเห็นหลิน พี่สาวต่างมารดาของเขา กำลังนั่งคุยบางอย่างอยู่กับอาเม้ง
“เจ้หลิน...เจ้มาทำอะไรที่นี่”
หลินตกใจที่จู่ ๆ คุณชายก็โผล่มา
“ทางการกำลังต้องการตัวอาเม้ง เรื่องฝ**นเถื่อน”
“กูไม่ยอม..ติดคุกเพราะไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างมึง”
อาเม้งชักปืนออกมาจ่อไปทางคุณชายหงเซี่ยน ดินขยับตัวเข้ามาบัง
“เขาเป็นพี่ชายของแม่อั๊ว เป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ ต่อให้เขาจะทำผิดยังไง...อั๊วก็ไม่ยอมให้ลื้อจับอี”
“ถ้าอีไม่ไปมอบตัวกับทางการและยอมรับว่าเป็นคนทำ
"ทางการจะปิดโกดังของเราฐานมีส่วนรู้เห็นในการขนฝ**นเถื่อน”
“ก็เพราะมึงเป็นคนเอาตำรวจมา ถ้ามึงอยู่เฉย ๆ ตำรวจก็ไม่รู้ เพราะมึงนั่นแหละ!!” อาเม้งตะโกนใส่หน้าคุณชายด้วยความโกรธแค้น
“ไม่ใช่เพราะอั๊ว แต่ทางการเค้าจับตาดูลื้อมานานแล้ว” คุณชายขยับเข้ามาอีกก้าว สีหน้าเข้มขึ้น “ไปกับอั๊ว มอบตัวกับทางการซะ!!”
“กูไม่ไป ถ้ากูพังพวกมึงก็ต้องพังด้วย”
อาเม้งพูดจบ มือที่กำปืนแน่นก็ขยับนิ้วไปที่ไก แกร๊ก... คุณชายหงเซี่ยนยืนนิ่ง สีหน้าไม่ไหวติง ดิน รู้ในวินาทีนั้นว่าเขามีเวลาไม่ถึงเสี้ยวลมหายใจ ร่างของดินพุ่งเข้าใส่อาเม้งเต็มแรง เหมือนเสือกระโจนเหยื่อ
เสียงปืน แชะ! ดังขึ้น แต่ไม่มีเสียงระเบิด กระสุนยังไม่ทันถูกเหนี่ยว! ดินฟาดแขนอาเม้งอย่างแม่นยำ ปืนกระเด็นตกพื้น เขาตามเข้าล็อกตัวอาเม้งทันทีจากด้านหลัง ใช้แขนรัดคออีกฝ่ายแน่นก่อนคว้าปืนขึ้นมาได้ในพริบตา ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่อเข้าที่ขมับของอาเม้ง ทั้งห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่ของดินที่ยังตื่นจากจังหวะเฉียดตายนั้นไม่หาย
“อย่าขยับ...”
เสียงดินต่ำลึก อาเม้งดิ้นขลุกขลัก แต่ถูกล็อกแน่น ขณะที่หลินผวาเข้ามา มือสั่นเทาแต่ใจยังกล้า
“ลื้อบอกให้คนของลื้อปล่อยตัวอาเม้งเดี๋ยวนี้!!” หลินหันไปทางคุณชายน้ำตาคลอ เสียงหลินสั่น
“อั๊วรู้ว่าอาเม้งผิด...แต่อั๊วขออย่าทำอะไรอาเม้งเลยนะ อั๊วขอ” เธอพูดพลางก้มหน้าร้องไห้ มือยังจับแขนคุณชายไว้แน่น
“ปล่อยอาเม้งไปเถอะ...นะคุณชาย อั๊วไม่ขออะไรอีกแล้ว”
หลินเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาแดงช้ำเธอยอมลดศักดิ์ศรีของตัวเอง ขอร้องเพื่อช่วยชีวิตของญาติคนเดียวที่เหลืออยู่
“อั๊วจะพาเขาออกจากที่นี่ เราจะไม่ยุ่งกับธุรกิจของตระกูลอีก ต่างคนต่างทำหน้าที่...”
คุณชายไม่ตอบทันที ดินมองสีหน้าของเขาว่าจะตัดสินใจอย่างไร
“เสี่ยวตี้!! พาตัวอีไปส่งให้ทางการ!!” น้ำเสียงของคุณชายเฉียบขาด ดินพาตัวอาเม้งออกไป
“อั๊วขอโทษ...” คุณชายเอ่ยออกมาเบา ๆ อย่างจริงใจก่อนจะเดินออกไป ที่หลินกำหมัดแน่นโกรธ
“อั๊วจะทำลายลื้อให้ได้ หงเซี่ยน!!” หลินพึมพำด้วยความเจ็บแค้น
หน้าสถานีตำรวจ... คุณชายหงเซี่ยนยืนอยู่หน้าประตูสถานี ดินยืนข้าง ๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่สองคนพาตัวอาเม้งเข้าไปข้างใน คุณชายหันมาหาดิน สีหน้าเขานิ่งสงบ แต่ในแววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“ครั้งนี้...ชั้นคงเป็นหนี้ชีวิตแกอีกครั้ง”
“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ”
คุณชายมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ เขารู้ดีว่าดินพูดจริง คนอย่างดินไม่ทำเพื่อหวังคำชม เขาทำเพราะหน้าที่
“วันนี้แกไปพักเถอะ ชั้นคงต้องอยู่ที่นี่อีกนาน”
ดินพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไป ที่คุณชายมองดินอย่างชื่นชม...นี่คือลูกน้องที่เขาไว้ใจที่สุดในเวลานี้
ห้องเก็บของ...ศาลเจ้า ดินผลักประตูเข้ามาในห้อง ในห้องว่างเปล่า ธารไม่อยู่แล้ว...ดินเดินมาหยุดที่ข้างเตียง กระดาษแผ่นหนึ่งถูกทิ้งไว้บนหมอน ดินหยิบมันขึ้นมา เปิดอ่าน ตัวอักษรบนกระดาษขาวมีเพียงประโยคสั้น ๆ
“เจอกันที่โรงแรมเหมยอัน”
ไม่มีชื่อ...
ไม่มีคำลงท้าย...
ไม่มีคำอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น
แต่แค่นั้นก็พอแล้ว...เขาจำลายมือของธารได้ จำได้แม้แต่เส้นโค้งของตัวหนังสือ จำได้ทุกอย่างที่เป็นธาร แม้ไม่มีชื่อ เขาก็รู้ว่าใครเขียน หัวใจของเขาเต้นแรง เขาหมุนตัวออกจากห้อง
เสียงฝีเท้าของเขาเร่งขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นกึ่งวิ่งไปตามถนน เป้าหมายเดียวของเขาในตอนนี้... คือโรงแรมเหมยอัน
โรงแรมเหมยอัน... แสงไฟสีอุ่นส่องสว่างทั่วล็อบบี้ของโรงแรม เสียงผู้คนพลุกพล่าน ทั้งแขกที่เช็กอิน พนักงานที่เดินสวนกันไปมา เสียงลากกระเป๋าและกลิ่นชาอ่อน ๆ ลอยคลุ้งไปทั่วโถง ดินก้าวเท้าเข้ามาดวงตากวาดมองรอบห้องด้วยความเร่งร้อนที่พยายามเก็บซ่อนไว้ใต้สีหน้าเรียบเฉย เขามองหา...ใครบางคน
ในมุมหนึ่งของโถง ธารนั่งอยู่บนโซฟา สวมหมวกปีกกว้างปิดบังใบหน้า เสื้อคลุมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีอ่อน ราวกับนักเดินทางธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีใครสนใจเขา เขาก้าวเข้ามาชิดกระซิบข้างหูเสียงเบา
“เดินตามข้ามา...ห่าง ๆ”
ดินไม่พูดอะไร เขาพยักหน้านิดหนึ่ง ก่อนจะเดินตามธารไปทางบันได เขาเดินตามทิ้งระยะพอสมควร ชั้นบนของโรงแรมเงียบกว่าชั้นล่าง แสงไฟนวลตาแตะต้องผนังทางเดินสีครีมอ่อน ธารหยุดหน้าห้องหมายเลขหนึ่ง เขาเสียบกุญแจ เปิดประตู แล้วเดินนำเข้าไป ดินตามเข้ามาเงียบ ๆ เสียงประตูปิดลง ...ก่อนจะล็อกจากด้านใน
ภายในห้อง...แสงไฟสลัว ผ้าม่านทึบผืนใหญ่ปิดหน้าต่างไว้แน่นสนิท ไม่มีคำพูดใดระหว่างกัน เพียงแค่ก้าวเข้าไปในห้อง แขนของธารโอบรัดร่างดินทันที ริมฝีปากของทั้งคู่บดเบียดเข้าหากันอย่างร้อนแรง เหมือนจะชดเชยเวลาทั้งหมดที่ต้องกักเก็บไว้
เสียงลมหายใจหนักกระชั้น ลิ้นพันเกี่ยวกันอย่างบ้าคลั่งและโหยหา เพียงครู่เดียว เสื้อผ้าของทั้งคู่ก็หลุดออกจากร่าง ร่างเปลือยเปล่าสองร่างทิ้งตัวลงบนเตียงสีขาวสะอาด ในห้องที่มีเพียงเสียงเต้นของหัวใจ และไอร้อนที่ลอยอบอวลไปทั่วทุกมุม
ไอ้ช่อนยักษ์ตัวเดิมที่คุ้นเคย...กลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง!!
---จบบทที่ 20---