เสียงระฆังวัดดังกลบเสียงลมหนาวยามเช้าตรู่ ขบวนชาวบ้านเดินมายังลานกว้างหน้าวัดบางกะปิ ที่วันนี้ถูกใช้เป็นสถานที่คัดตัวลูกบ้านไปทำงานในพระนคร ธารยืนอยู่ปลายแถว ใบหน้าซีดเซียวไร้รอยยิ้ม สายตาเหม่อลอยเหมือนคนที่วิญญาณหลุดลอยไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืน
“ตั้งใจฟังให้ดี”
เสียงของแม่ซื้อจากพระนครที่เดินทางมาด้วยตัวเองเอ่ยขึ้น แม่ซื้อใครอาจจะคิดว่าเธอเป็นหญิง แต่จริง ๆ แล้วเขาคือ ชายสูงวัยแต่งตัวดีท่าทางตุ้งติ้งเหมือนขันทีในหนังจีน ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ เขาจ้องเด็กหนุ่มตรงหน้าเหมือนกำลังเลือกของใช้สักชิ้น
การคัดตัวเริ่มจากให้หนุ่ม ๆ ที่มาคัดตัวขี่วิ่งควาย หาบน้ำ ไปจนต่อยมวย หมัดลุ่น ๆ กระแทกเข้าที่หน้าธารจนล้มคว่ำ วินาทีนั้นมันจุกและเจ็บจนแทบไม่อยากลุก แต่เสียงของนางเฟ้อดังแว่วมาในหัว
“ถ้าเอ็งไม่ได้ไปทำงานที่บ้านเจ๊ก กูจะให้ไอ้ดินมันติดคุกตายในตาราง”
อ๊ากกกกกกกก!! ธารกัดฟันลุกขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าไปกระหน่ำรัวหมัดใส่คู่ต่อสู้อย่างไม่กลัวตาย โดยไม่มีใครคาดคิด...คนที่กำลังจะแพ้กลับฮึดสู้และน็อคฝ่ายตรงข้ามจนสลบคาที่ ได้อย่างเหลือเชื่อ
ธารผ่านการตัดเลือกมาจนถึงรอบสุดท้าย แม่ซื้อที่ก่อนหน้านี้มีเพียงใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์กลับมองธารด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม ร่างกายรูปร่างหน้าตาและผิวพรรณที่ดูสะอาดสะอ้านมากกว่าใคร แม้ผ่านการคัดตัวมาอย่างหนัก ธารก็ยังดูเปล่งปลั่งสะดุดตา เหงื่อไหลย้อยลงมาตามร่องกล้ามรอนเล็ก ๆ ทำรอยยิ้มของแม่ซื้อกว้างขึ้น เมื่อสายตาเคลื่อนมาหยุดตรงหว่างขา กางเกงทรงจีนสั้นชุ่มน้ำทำให้ส่วนนั้นของเขาปูดขึ้นมา ดึงสายตาของแม่ซื้อ
"คนนี้ พาไปลงเรือ” แม่ซื้อพูดเรียบ ๆ ธารเหลือบตามองเพียงเล็กน้อย ไม่ยินดียินร้ายกับการได้รับคัดเลือกที่หลายคนต้องการ ไม่มีใครรู้ว่าในใจของเขากำลังสั่นไหวเพียงใด
...หน้าโรงพักบางกะปิ
“ปล่อยลูกข้าซะไอ้พวกตำรวจเฮงซวย! ไอ้ดินลูกข้าไม่ได้ทำผิด!!”
นางทิพย์ตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่หน้าโรงพักด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด ในมือถือไม้หน้าสามจะบุกขึ้นไปบนโรงพักแต่ตำรวจกันเอาไว้ไม่ให้ขึ้น
...ไม่นานนักไอ้ดินก็เดินมาจากโรงพักพร้อมกับตำรวจ
“ดีนะที่แม่เฟ้อแกเมตตาสงสาร ไม่งั้นเอ็งโดนขังลืมแน่ แล้วอย่าไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้เค้าอีกล่ะ”
ดินพยักหน้ารับ เดินลงมาจากโรงพักเห็นนางทิพย์กำลังโวยวายอยู่ด้านล่างก็รีบวิ่งเข้ามาหา
“แม่...”
นางทิพย์ได้ยินเสียงของดินก็หันไป เมื่อเห็นหน้าดินก็ดีใจจนน้ำตาไหลที่ได้เจอลูกชาย นางทิพย์ทิ้งไม้ในมือรีบวิ่งเข้าไปกอดดินแน่น
“ขวัญเอ๊ย ขวัญมานะลูก”
นางทิพย์พูดพลางลูบหัวดิน แม้จะไม่ค่อยแสดงความรักต่อกันนัก แต่เมื่อเกิดเรื่องคอขาดบาดตายเช่นนี้ ความรักที่อยู่ข้างในก็แสดงออกมาชัดเจน
“ไปวัดให้พระรดน้ำมนต์ซักหน่อยนะ”
นางทิพย์จูงมือดินออกไป สีหน้าของดินยังคงเคร่งเครียด ในหัวของเขาคิดเป็นห่วงว่าธารจะเป็นยังไงบ้าง
วัดบางกะปิ...
“เอ็งเข้าไปรอข้างในก่อน เดี๋ยวข้าจะไปตามหลวงพ่อ”
นางทิพย์เอ่ยบอกดินเมื่อมาถึงหน้าโบสถ์ เมื่อนางทิพย์เดินออกไป ดินก็หันไปเห็น น้ำรินวิ่งถือห่อผ้าตรงไปที่ท่าน้ำวัด ดินมองอย่างสงสัยก่อนจะก้าวตามไป
ท่าน้ำ...นางเฟ้อยืนส่งธารลงเรือไปพร้อมกับแม่ซื้อและไอ้มั่น พร้อมชายหนุ่มอีกสองสามคนที่ถูกเลือก ดินรู้ทันทีว่า ธารจะต้องไปทำงานที่บ้านแม่ซื้อเป็นแน่แล้ว ดินคิดว่าจะเอายังไงต่อเพราะถ้าเข้าไปห้ามตอนนี้ ยังไงก็ไม่สำเร็จเป็นแน่ ดินตัดสินใจเดินออกมาอย่างเงียบ ๆ
เรือของแม่ซื้อลอยไปตามคลองมุ่งหน้าสู่พระนคร... ธารนั่งเหม่อลอยมองสายน้ำ ...ลาก่อนไอ้ดิน ธารเอ่ยลาดิน เขาแตะมือลงบนผืนน้ำเพื่อบอกลาหมายจะให้สายน้ำส่งคำลาไปให้ชายอันเป็นที่รัก
จังหวะนั้นเองมือของเขาก็ถูกบางอย่างเกาะกุมไว้ ธารสะดุ้งจะชักมือขึ้นแต่กลับถูกดึงไว้แน่น เมื่อมองไปก็เห็นไอ้ดินที่เกาะกาบเรืออยู่ ธารเหลียวซ้ายแลขวากลัวใครจะเห็น
“เอ็งจะไปจริง ๆ เหรอ” ดินพูดอย่างแผ่วเบา
“ข้าต้องไป...”
ธารพูดน้ำตาคลอ สองมือยังจับกันไว้แน่น ไอ้มั่นที่อยู่หัวเรือหันมามอง ใช่!! ไอ้มั่นรู้
“จอดเรือที่ริมตลิ่งข้างหน้านี่ก่อน”
“มีอะไรรึ” แม่ซื้อถามขึ้นเมื่อได้ยินไอ้มั่นสั่งให้จอดเรือ
“ข้าปวดท้องน่ะแม่”
“เร็วหน่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวจะไปถึงพระนครมืด”
คนขับเรือหันหัวเรือจอดที่ริมตลิ่ง
“ใครจะไปกับข้าบ้าง”
ไอ้มั่นพูดพลางสายตามองทางธาร ธารเลิ่กลั่กจะเอาไงดี กลัวมั่นจับได้ ดินพยักหน้าให้เป็นสัญญาณเงียบว่าให้ไป ธารลังเลเพียงอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินตามมั่นขึ้นฝั่งไป
“ข้าไป!!”
ธารตะโกนบอกก่อนจะเดินขึ้นจากเรือไปพร้อมกับมั่น
มั่นกับธารยืนฉี่อยู่บริเวณดงกล้วยห่างจากริมตลิ่งมาไม่ไกลนัก ดงกล้วยเงียบสงบ มีเพียงเสียงใบกล้วยไหวตามลม ดินค่อย ๆ โผล่ขึ้นจากพุ่มไม้เงียบ ๆ เงื้อไม้จะฟาดมั่น แต่มั่นกลับหันมาทัน พร้อมชักปืนจ่อด้วยสีหน้าเย็นชา
“พี่มั่นอย่า!!”
ธารตะโกนห้ามด้วยความตกใจ มั่นถอนหายใจพลางลดปืนลงช้า ๆ
“ข้าไม่ได้อยากจะทำมัน แต่หากมันยังใจร้อนอยู่แบบนี้ มันไม่ได้ตายดีแน่” มั่นเหน็บปืนไว้ที่เอวอย่างเดิม
“เอ็งคุยกับเพื่อนเอ็งให้จบ จะได้ไม่มีเรื่องวุ่นวายตามมาทีหลัง ส่วนเอ็ง...”
มั่นมองสลับหน้าธารกับดิน ก่อนจะพูดเสียงเรียบ
“ถ้าเอ็งรักไอ้ธาร เอ็งก็ต้องทนให้ได้ แค่ 2 ปี ถ้าเอ็งรักกันมากพอก็ไม่มีใครทำลายความรักของพวกเอ็งได้”
ธารกับดินถึงกับอึ้งที่มั่นรู้ มั่นยิ้มบาง ๆ ใช่!! เขารู้ทุกอย่าง แม้แต่รักต้องห้าม แต่เขาไม่เคยรังเกียจ เพราะสิ่งที่ธารต้องไปเจอจะทำให้ไม่ต้องฝืนใจตัวเองเหมือนกับเขาในอดีต
“จะทำอะไรก็ทำซะ แต่รีบหน่อยก็แล้วกัน” มั่นพูดจบก็เดินออกไป
ธารมองดินอย่างอัดอั้น ก่อนจะโผเข้ากอดแน่น ความอบอุ่น และความคุ้นเคยทั้งหมดกลับมาในพริบตาไม่มีคำพูดใด ๆ มีเพียงริมฝีปากที่โหยหากันราวกับจะแทนทุกคำลา บัดนี้ริมฝีปากของทั้งคู้บดขยี้กันอย่างโหยหา แม้จะรับรสหวานของกันและกัน หากแต่ในใจของทั้งคู่รู้ดีว่านี่คือจูบลา น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมา
“ข้ารั้งเอ็งไว้ไม่ได้แล้วใช่มั๊ย”
“ข้าจะคิดถึงเอ็ง”
น้ำตาคลอในดวงตาทั้งคู่ ก่อนที่ธารจะยกมือปาดมันเบา ๆ แล้วสบตาอีกครั้ง
“จดจำความรักของข้าไว้...ข้ารักเอ็งยิ่งกว่าใครในโลก”
“ข้าก็เช่นกัน...ไม่มีวันลืม”
สิ้นคำบอกรักกัน ดินดันตัวธารเข้าไปในดงกล้วย ภายในดงกล้วยนี้แน่นพอที่จะไม่ให้ใครมองเข้ามาเห็น
ร่างทั้งสองแนบชิด เสื้อผ้าถูกปลดออก ดินจูบธารอย่างอ่อนโยน มือลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปียกชื้น สัมผัสแผ่วเบาค่อย ๆ รุนแรงขึ้น เต็มไปด้วยความเสน่หาและความอาลัย มือของดินเคล้าคลึงไปทั่วร่าง ปากก็กระหน่ำจูบอย่างไม่บันยะยันยัง มือของธารสัมผัสกับไอ้ช่อนยักษ์ของดิน มือของเขากำไอ้ช่อนแล้วขยับเบา ๆ ก่อนที่จะเร็วขึ้นจน คนที่ถูกทำทนไม่ไหว
“อ่าซ์....” ดินเปล่งเสียงออกมาอย่างเกินจะกลั้น
“ดูด!! ให้ข้าที..”
ดินพูดด้วยเสียงกระเส่า ธารทรุดตัวลงต่อหน้าแก่นกายที่กำลังตั้งตระหง่านพร้อมระเบิด ธารค่อย ๆ ละเลงลิ้นร้อนเลียตั้งแต่โคนวนม้วนล้อเล่นกับหัวจรวดเสียง จ๊วบจ๊าบ จ๊วบจ๊าบ
“อูยยส์...” …ไม่นานนักไอ้ดินก็สุดกลั้น เมื่อถึงจุดระเบิดน้ำรักก็พุ่งออกมา สาดใส่หน้าธาร
“อ๊ากกกกซ์...ซี๊ดดดดด”
ดินซี๊ดปากใบหน้าเคลิบเคลิ้ม น้ำรักที่ไหลลงมามีหรือที่ธารจะปล่อยไว้ เขาเลียรสหวานของมัน เก็บทุกหยดน้ำราวกับว่าจะไม่ได้ดื่มด่ำมันอีก และไม่ต่างอะไรกัน เมื่อถึงคิวของไอ้ดินที่จะเติมความหวานให้กับยอดดวงใจของเขา ไอ้ดินทั้งดูด ทั้งอม ตั้งใจมอบความตราตรึงที่ไม่รู้ลืมให้กับธาร เขาพลิกตัวของธารเข้าหากับต้นกล้วย ธารกอดต้นกล้วยไว้ ขาทั้งสองถูกกางออก ไอ้ช่อนยักษ์ที่หิวโหยของไอ้ดินเตรียมพุ่งเข้าสู่รูสวาท
ปั๊ก!!
ดินกระแทกท่อนเอ็นร้อนของเขาเข้าไปในรูสวาทของไอ้ธาร
เอื๊อก!!
ความใหญ่และแรงกระแทกของไอ้ดิน ทำเอาธารจุก เพราะไอ้ความแกร่ง ใหญ่ จังหวะที่หนักหน่วงของไอ้ดินนี่แหละที่ทำให้เขาทั้งสองพุ่งขึ้นสู่สวรรค์ทุกครั้ง ดินขยับคลึงไอ้ช่อนยักษ์ก่อนจะขยับเร็วขึ้น
ตั๊บ ตั๊บ ตั๊บ!!
มือของธารกอดต้นกล้วยแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว เขารู้ว่าครานี้ไอ้ดินเล่นหนักแน่ เพราะกว่าจะได้เจอกันอีกครั้งไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหน?จริงอย่างที่คิด...ไอ้ช่อนยักษ์ตัวเขื่องซุกแน่นในรูสวาท ทุกครั้งที่ถูกกระแทกเข้าไปเต็มรัก ธารแทบจะดิ้นพล่าน ต้นกล้วยที่เกาะกุมไว้แทบจะหัก แรงกระแทกของไอ้ดินกระหน่ำเพลงรักด้วยลำบ้องขนาดใหญ่ ซุกแน่นรูสวาททั้งจุกทั้งเสียว
“โอ๊ววววส์...ซี๊ดส์! &$%&&_)(_)**^(*_(+_%”
ธารครางออกมาไม่เป็นศัพท์ เมื่อนึกได้ว่าเสียงนั้นจะดังเกินไปก็ยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ไม่ให้เสียงดังเล็ดลอดออกไปมากนัก แรงกระแทกของไอ้ดินสั่นสะเทือนจนต้นกล้วยที่ถูกเกาะอยู่ถูกขย่มสั่นไหวราวกับว่าจะหักลงมา
เอื๊อกกก ปั๊ก ปั๊ก!!
ไม่มีคำพูดใด ๆ อีกแล้ว เพราะร่างกายที่เคลื่อนอยู่ในร่างเดียวกัน เป็นภาษากายที่เด่นชัดเกินกว่าจะสรรหาคำไหนมาแทนคำว่ารัก และครั้งนี้ดูเหมือนว่าไอ้ดินจะตีตราความรักอย่างหนักหน่วง ไม่ให้ธารลืมความหอมหวานของมัน ความเสียวซ่านแผ่กระจายไปทุกรูขุมขน
ร่างกายเคลื่อนไหวสอดประสานในจังหวะที่ช้า ทว่าแน่นลึก ทุกสัมผัสเหมือนจะสลักบางสิ่งลงในเนื้อใจ เสียงลมหายใจสลับเสียงใบกล้วยไหว ขณะที่ธารกัดริมฝีปากพยายามกลั้นเสียงสะท้อนในหัวใจไม่ให้หลุดออกไป ไม่มีคำว่าตัณหา มีแต่การฝากรักให้จดจำ การเคลื่อนไหวที่ไม่ใช่เพื่อตอบสนอง แต่เพื่อ...ส่งผ่านความรู้สึกสุดท้าย... เพราะหลังจากนี้ ก็คงไม่มีโอกาสได้แตะต้องกันอีก
“ทำไมมันนานนักวะไอ้มั่น” แม่ซื้อถามขึ้นเมื่อเห็นว่าธารไปนานผิดปกติ
“มันท้องเสียน่ะแม่”
“นานขนาดนี้รูโบ๋ไปหมดแล้วมั้ง”
มั่นได้ยินแม่ซื้อพูดก็อดขำไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าธารกำลังโดนทะลวงรูสวาทเพื่อสั่งลา เขามองไปที่ดงกล้วยที่ไหวสั่นที่บัดนี้สงบลงแล้ว
“คงเสร็จแล้วล่ะแม่”
สองคนกอดกันแน่นหลังเสร็จภารกิจธารอดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลออกมา เมื่อถึงเวลาจากกันจริงมากถึง...ธารดึงมือออกจากการเกาะกุมของดิน ไม่พูดอะไรเพราะหากพูดออกมาก็พาลจะร้องไห้เปล่า ธารตัดสินใจหันหลังให้ดินแล้วเดินออกไปเงียบ ๆ ดินจะขยับตามแต่รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ เขามองธารเดินห่างออกไปจนลับตา
เรือของแม่ซื้อค่อย ๆ ไหลล่องไปตามลำน้ำ ไอ้ดินน้ำตาไหลออกมาอย่างสุดกลั้น
---จบบทที่ 7---