ตอน6:พันธนาการรัก

1941 Words
“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นจ๊ะแม่ ทำไมต้องล่ามพี่ธารด้วย” น้ำรินเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นนางเฟ้อล่ามโซ่ธารอยู่ที่เสากลางบ้านพร้อมกับถูกมัดมือปากปิดเอาไว้ โดยที่นางเฟ้อไม่เอ่ยตอบใด ๆ กับคำถามของน้ำริน “ข้าจะล่ามเอ็งไว้จนกว่าจะถึงวันคัดตัวกับแม่ซื้อ จะกิน จะขี้ก็ทำมันตรงนี้ ส่วนเอ็งนังน้ำรินคืนนี้ไปนอนห้องไอ้ธาร” นางเฟ้อหันไปบอกน้ำรินที่นั่งอยู่ไม่ไกลนัก “ทำไมจ๊ะแม่” “ไม่ต้องถามมากข้าสั่งอะไรก็ทำไป!!” นางเฟ้อพูดเสียงดุอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนทำเอาน้ำรินกลัว เธอมองไปทางธารก็อดสงสารไม่ได้แต่ก็ขัดคำสั่งของนางเฟ้อไม่ได้เหมือนกัน ท้องฟ้ายามเย็น วันนี้ช่างหน้ากลัวนักจากสีทองที่เคยเห็นอยู่ทุกวันกลับแดงฉานไม่นานนักก็ถูกความมืดกลบกลืนไปอย่างช้า ๆ ดินที่สลบอยู่ที่ศาลเจ้าพ่อค่อย ๆ รู้สึกตัว พยายามจะขยับตัวก็รู้สึกเจ็บร้าวระบบไปทั้งหัว ดินเอามือแตะที่หัวเลือดที่ไหลออกมาตอนนี้เริ่มแห้งกรังติดหน้าผาก ดินขยับยันตัวเองขึ้นนั่งพิงกับต้นไทรเพื่อไม่ให้ตัวเองล้มลงไปอีก เขาพยายามขยับลุกขึ้นยืน สูดหายใจลึกพยายามรวบรวมกำลังของตัวเอง ตอนนี้ใจเป็นห่วงธารมากเหลือเกิน “ตายเป็นตายวะ!! ชีวิตข้าถ้าไม่มีเอ็งข้าก็ต้องตายอยู่ดี” ดินพูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบาด้วยความมุ่งมั่นก่อนหันไปยกมือไหว้ที่ศาลเจ้าพ่อ “เจ้าพ่อต้นไทร โปรดเห็นใจลูกด้วยเถิด ครั้งนี้ลูกขอแลกด้วยชีวิต หากเจ้าพ่อแม้นหมายชีวิตลูก ลูกขอมอบชีวิตและวิญญาณให้ ขอเพียงให้ลูกกับคนรักหลุดพ้นจากความทุกข์ใจครั้งนี้เสียที” ดินอธิฐานเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกไปจากศาลเจ้าพ่อต้นไทรผลุบหายไปกับความมืดมิด นกแสกตัวโตบินโฉบลงมาเกาะที่ศาลร้องเสียงดังลั่นสนั่นท้องทุ่งราวกับสัญญาณเตือนแห่งโชคชะตาที่กำลังจะเปลี่ยนไป ...น้ำรินกางมุ้งเตรียมตัวนอน นางเฟ้อเดินเข้ามาในห้องและเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ “ไม่ต้องปิด!!” เสียงของนางเฟ้อดังขึ้นเมื่อเห็นน้ำรินกำลังจะลงกลอนหน้าต่าง “ช่วงนี้มันหนาวนะแม่” “ผ้าห่มก็มีเอ็งก็ห่มไปสิ ถ้าไม่พอก็ไปเอาที่ห้องข้า แต่ห้ามปิดหน้าต่างเด็ดขาดส่วนประตูก็ไม่ต้องลงกลอน” นางเฟ้อพูดจบก็เดินออกไป น้ำรินมองตามนางเฟ้ออย่างไม่เข้าใจว่านางเฟ้อกำลังทำอะไรกันแน่ ...ดึกสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดร้องและเสียงของยอดไม้ไหวเบา ๆ ตามลมหนาวที่พัดผ่านยามค่ำคืน คืนนี้อากาศหนาวอย่างประหลาด มันเยียบเย็นเข้าถึงกระดูก ยิ่งคนที่กำลังทุกข์ใจหนักมันยิ่งเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจ ธารนอนขดตัวอยู่กลางบ้าน เขายังคงลืมตาท่ามกลางความมืดอยู่กลางบ้าน น้ำตาคลอหน่วยตาอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งอดห่วงดินไม่ได้ แต่จะให้ทำอย่างไรในเมื่อถูกล่ามอยู่แบบนี้ “เอ็งเป็นอย่างไรบ้างไอ้ดิน เอ็งอย่าเพิ่งทิ้งข้าไปนะ” ธารพึมพำเบา ๆ หยดน้ำตาร่วงผล็อยลงบนพื้นกระดานที่เย็นเยียบ เสียงของไอ้บื้อร้องดังผ่านความเงียบสงัดยามค่ำคืน เงาของใครบางคนกำลังปีนคอกของไอ้บื้อเพื่อขึ้นไปยังห้องธาร ดินมองไปที่หน้าต่างห้องธารที่เปิดอยู่โดยที่ไม่เฉลียวใจเลยซักนิดว่าอาจเป็นกับดัก! ภายในใจตอนนี้หวังแค่เพียงเอาตัวของธารออกมาให้ได้ และหนีไปให้ไกลจากทุ่งบางกะปิเสียที ดินปีนเข้าไปยังหน้าต่างห้องนอนธารอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาได้ก็รีบเดินเข้าไปที่เตียงเปิดมุ้งออก น้ำรินนอนคลุมโปงคุดคู้อยู่บนเตียงด้วยเพราะหนาวและหลับสนิทไม่ได้ยินเสียงของดินที่ปีนเข้าห้องมา มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกดินดึงตัวออกจากที่นอน ...ว๊ายยยยยยย!! น้ำรินกรี๊ดลั่นตกใจกลัวไม่ต่างจากดินที่ทั้งอึ้งทั้งตกใจว่าน้ำรินมาอยู่ในห้องของธารได้ยังไง น้ำรินตั้งสติได้ก็มองไปที่ดินแสงสลัวจากพระจันทร์ด้านนอกทำให้เห็นหน้าของดินลาง ๆ น้ำรินเบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่า คนตรงหน้าคือดิน!! น้ำรินไม่คิดว่าดินคิดจะมาย่ำยีศักดิ์ศรีของตัวเองถึงในบ้าน “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ไอ้ดิน ไอ้ดินมันจะขืนใจชั้น!!” น้ำรินร้องตะโกนลั่นบ้าน ดินตกใจกำลังจะหันหลังหนี ปัง!! ไม่ทันการณ์เสียแล้วเมื่อเสียงปืนของตำรวจดังขึ้น ดินถึงกับชะงัก เมื่อหันไปตามเสียงก็เห็นตำรวจเดินเข้ามาในห้อง ดินตัดสินใจจะกระโดดหน้าต่างหนี แต่ตำรวจอีกคนเข้ามาชาร์ตตัวไว้ก่อน ธารที่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงโครมครามก็พยายามจะลุกเดินไปที่ห้องนอนแต่ก็โดนโซ่รั้งไว้ ธารพยายามดึงขาออกจากพันธนาการแต่ก็ไม่เป็นผลยิ่งดึงก็ทำให้โซ่เหล็กเสียดสีกับข้อเท้าจนเลือดออก ด้านในห้องดินต่อสู้กับตำรวจอย่างสุดแรง ดินได้ทีก็ถีบตำรวจกระเด็นออกไปและวิ่งออกไปที่ประตูห้องจังหวะนั้นเองเสียงปืนก็ดังขึ้นอีกนัด เปรี้ยง!! ดินล้มฟุบลงทันที “หยุดเดี๋ยวนี้!! ไม่งั้นข้าจับตายเอ็งแน่” เสียงตำรวจพูดขู่พร้อมกับจ่อปืนมาทางดิน ธารเห็นดินโผล่ออกมาจากห้องก็มองธารที่ถูกมัดปากอยู่พยายามส่งเสียงอู้อี้ให้ดินหนีไป ดินหันมาทางธารเห็นธารโดนล่ามขามัดมือมัดปากอยู่ก็ใจแทบขาดสองคนสบสายตากันมองกันด้วยความเป็นห่วง ดินตัดสินใจขยับตัวจะเดินไปหาธาร ธารส่ายหัวเป็นเชิงบอกดินว่าอย่าเข้ามา แต่ดินสุดจะห้ามใจเดินเข้ามาหาธารแต่จังหวะนั้นเองเสียงปืนก็ดังขึ้นอีกนัด เปรี้ยง!! ดินล้มลงเลือดค่อย ๆ ไหลออกมาจากขาดิน ธารมองมาที่ดินพยายามคลานไปหาพยายามเอื้อมมือไปจับมือดินที่ยื่นมือเข้าไปหา “ไปกับข้า!!” ดินฝืนขยับเข้าไปหาธารอย่างยากลำบาก สองคนเอื้อมมือเข้าหากัน ขาที่ถูกรั้งไว้ของธารเสียดสีกับโซ่ตรวน เลือดไหลซิบ ๆ มือที่กำลังจะเอื้อมถึงกันถูกเตะออกโดยนางเฟ้อ “คนชั่วอย่างเอ็งสมควรที่จะไปตายในคุก” นางเฟ้อจ้องไปที่ดินเขม็ง ตำรวจเอากุญแจมือใส่ให้ดินแล้วลากดินออกไป ดินพยายามดิ้นสุดกำลังแต่ก็ไม่สามารถหลุดจากการคุมตัวได้ เขาเหลียวมามองดินจนลับตาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงไหลอาบแก้ม เช่นเดียวกับธารที่พยายามคลานไปหาดิน “ข้าจะกลับมา ต่อให้ข้าตายข้าก็จะพาวิญญาณของข้ามาหาเอ็ง!!” ดินตะโกนอย่างสุดเสียงก่อนที่จะโดนตำรวจเอาตัวขึ้นรถออกไป ธารได้แต่ร้องไห้ใจจะขาด เมื่อเห็นคนที่รักต้องเจ็บปวด ฤ ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็นหน้ากัน น้ำรินยืนมองเหตุการณ์อย่างงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายของตัวเอง “เอ็งอย่าไปปากสว่างพูดเรื่องนี้กับใครเชียวนะนังริน” นางเฟ้อหันไปสั่งน้ำรินก่อนที่จะเดินเข้าไปหาธาร “ถ้าเอ็งไม่ไปคัดตัวหรือไปคัดตัวแล้วพลาด แม่ซื้อเค้าไม่เลือกเอ็ง ข้าจะให้ไอ้ดินมันติดคุกหัวโตไม่ได้ออกมา ปล่อยให้มันตายห่าอยู่ในคุกนั่นแหละ” นางเฟ้อพูดขู่ ...เสียงไก่ขันยามเช้า บรรยากาศของท้องทุ่งที่สดชื่นก็ไม่อาจทำให้คนที่นั่งพิงเสากลางบ้านสดใสเหมือนทุกเช้า ตั้งแต่เมื่อคืนธารยังไม่ได้หลับเลยซักวินาที น้ำตาที่ไหลออกมาจนแห้งเหือดไม่มีเหลือที่จะไหลออกมาอีกแล้ว นี่สินะที่เขาเรียกว่าร้องไห้แทบจะเป็นสายเลือด “กินข้าวก่อนนะพี่” น้ำรินวางจานข้าวที่มีเพียงข้าวโป๊ะกับน้ำพริกกะปิและผักอีกสองสามชิ้นมาวางไว้ให้พร้อมกับผูกเชือกที่มัดปากและมือออก “อีเฟ้อ!! อีบ้ามึงให้ตำรวจมาจับลูกกูทำไมวะ!?” เสียงของนางทิพย์มาโวกเวกโวยวายอยู่หน้าบ้านนางเฟ้อแต่เช้าตรู่ “อีผีเฟ้อมึงไปบอกตำรวจให้ปล่อยลูกกูเดี๋ยวนี้เลยนะ อีผีเฟ้อ!! ไม่งั้นกูจะฟันหัวมึงทิ้งทั้งบ้านเลยคอยดู” นางทิพย์ถือมีดพร้ายืนจังก้าอยู่หน้าบ้านพร้อมบุก เมื่อไม่มีเสียงตอบรับมาจากในบ้าน นางทิพย์ก็ก้าวสามขุมตรงเข้าไปที่ตัวบ้านทันที แต่ไม่ทันที่จะถึงตัวบ้านเสียงปืนก็ดังขึ้น เปรี้ยง!! ทำเอานางทิพย์ต้องชะงักเมื่อเห็นนางเฟ้อยืนถือปืนเล็งมาจากหน้าต่าง “แน่จริงมึงก็เข้ามาสิวะ อีเปรต!! กูจะยิงให้หัวหลุดเลย!!” นางเฟ้อพูดพร้อมกับขึ้นไกเตรียมพร้อม “แม่พอเถอะ ข้าทำให้แม่ไม่พอใจแม่ก็ฆ่าข้าสิ จะไปหาเรื่องคนอื่นทำไม” ธารห้ามนางเฟ้อทั้งที่ยังโดนตีตรวนอยู่กลางบ้านเช่นเดิม “เอ็งหุบปากไปเลย” “แต่อย่างน้อยเงินที่เอาไปรักษาพ่อคราวก่อนก็เป็นเงินของไอ้ดิน แม่ควรจะเห็นแก่บุญคุณของน้าทิพย์ด้วยซ้ำ” นางเฟ้อได้ยินที่ธารพูดก็หันควับไปทางธาร "เอ็งว่าไงนะ” “ข้าบอกว่าที่พ่อรอดมาได้คราวก่อนก็เพราะเงินของน้าทิพย์ อย่าง น้อยแม่ก็ควรมีน้ำใจบอกให้ตำรวจปล่อยดินออกมา ไม่ใช่จะไปทำ ร้ายเค้าแบบนี้” “ไอ้ธาร!! เอ็งไปเอาเงินของไอ้คนจัญไรพวกนี้มาให้ข้ารึ” นางเฟ้อโกรธจัดเมื่อรู้ว่าที่ผัวตัวเองรอดมาได้ก็เพราะเงินของคนรักเก่าของผัวตัวเอง นางเฟ้อเดินเข้ามาตบฉาดเข้าที่หน้าของธารอย่างแรงด้วยความโกรธ “ไอ้ลูกชั่ว!!” นางเฟ้อคว้าไม้ตีเข้าไปที่ลำตัวของธารด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาไม่ตอบโต้อะไร ไม่แม้แต่จะป้องกันตัว ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองแม่ที่เป็นคนลงมือ มีเพียงร่างที่สั่นน้อย ๆ และแววตา...ที่ไม่หลงเหลืออะไรอีกแล้ว เสียงรอบตัวเงียบลง... แม้แต่เสียงลมหายใจก็ดูเหมือนจะเบาบางลงอย่างน่ากลัว ริมฝีปากของธารขยับเหมือนจะร้องไห้ แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลย ไม่ใช่เพราะกลัว... ไม่ใช่เพราะเจ็บ... แต่เพราะ ข้างใน มันพังไปหมดแล้ว “ถ้าเอ็งอยากให้ไอ้ดินมันรอด เอ็งต้องคัดตัวกับแม่ซื้อ ไปทำงานที่บ้านเ**กที่พระนครให้ได้!!” นางเฟ้อพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด... หรือนี่จะเป็นหนทางสุดท้ายเพื่อจะช่วยคนรัก ธารน้ำตาไหลพราก ไม่มีคำพูด ไม่มีทางเลือก แต่เพื่อความรอดของคนรัก เขาจำต้องตัดสินใจบางอย่าง... ---จบบทที่ 6---
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD