ตอน14: จากบ้านสู่พระนคร

1693 Words
ณ.ทุ่งบางกะปิ เสียงโหวกเหวกของนายเลิศดังลั่นหน้าบ้านของดิน “ลูกมึงเอาโฉนดที่ดินมาจำนองกับกู ครบสามเดือนแล้ว มึงต้องไสหัวออกไปจากที่นี่!” “กูไม่เชื่อ!” นางทิพย์แย่งสัญญามาดู พอเห็นชื่อดินในกระดาษจริง มือก็สั่น น้ำตารื้น “ไม่จริง... ไม่จริง” “ไม่เชื่อก็ถามลูกชายมึงนั่น มันมานั่นแล้ว!” ดินเพิ่งกลับจากทำนา ยังไม่ทันตั้งตัว นางทิพย์ก็ปรี่เข้าไปหา “ไอ้ดิน! เอ็งเอาที่ดินไปจำนองจริงเหรอ?” ดินนิ่ง ไม่ทันได้ตอบ นางทิพย์ตะโกนเสียงสั่น “มึงเคยบอกกูว่าจะไม่ขาย! มึงจะให้กูไปนอนวัดหรือไงฮะ!?” “ใจเย็น ๆ นะแม่ เหลือเวลาอีกตั้งหลายเดือน หน้านานี้ขายข้าวหมดเอาเงินมาไถ่ก็ได้แล้ว” “มันครบกำหนดแล้ว! มันมาไล่เราออกจากบ้านแล้วโว้ย!!” ดินคว้าสัญญามาดู พอเห็นรายละเอียดก็เข้าใจทันที เขาโดนหลอก! เขาพุ่งเข้าไปจะชกนายเลิศ แต่ลูกน้องนายเลิศพุ่งเข้ามากันไว้ทัน ดินถูกจับกดนั่งกับพื้น ดิ้นจนสุดแรง “มึงไอ้ขี้โกง!!” “ปล่อยลูกกู!!” นางทิพย์แม้จะโกรธลูกแต่ก็ยังเป็นแม่ เธอก้าวเข้ามาจะตีหัวลูกน้องของนายเลิศแต่โดนผลักล้มกลิ้งไปกองกับพื้น “แม่!!” ดินร้องลั่นจะลุกไปช่วยแม่ แต่แรงยังสู้ไม่ได้ “มึงต้องย้ายออกภายในสามวัน ไม่งั้นกูจะแจ้งจับข้อหาบุกรุก!” นายเลิศยิ้มเยาะก่อนเดินจากไป ยามเย็น…ดินนั่งหน้าเครียดอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน นางทิพย์มานั่งข้าง ๆ “ชั้นขอโทษนะแม่...ชั้นมันโง่ มันหลอกว่าภายในหนึ่งปีจะให้ไถ่คืนได้ แต่แม่...มันโกงชั้น” นางทิพย์เงียบไป ก่อนพูดเสียงเรียบ “เอ็งเอาเงินไปทำอะไร?” ดินนิ่ง...ไม่รู้จะตอบยังไง เขาเอาเงินทั้งหมดไปช่วยพ่อของธาร แต่จะอธิบายไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา เงียบเสียดีกว่าที่จะต้องพูดอะไรออกไป “ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก กูจะได้ไปเก็บเสื้อผ้าไปนอน ศาลาวัดให้มันรู้แล้วรู้รอด” นางทิพย์ลุกเดินกลับเข้าบ้าน ทิ้งดินไว้กับความอับจนในใจ ร้านนายเลิศ วันต่อมา... “ชั้นมาไถ่โฉนดให้แม่ทิพย์” จันทร์ยื่นซองเงินตรงหน้านายเลิศ “พ่อเอ็งรู้มั้ย ว่าเอ็งเอาเงินมาไถ่ที่ไร้ราคาแบบนี้?” นายเลิศเปิดซองนับ ยิ้มเยาะ “ถ้าไร้ราคา ลุงคงไม่หาทางโกงเอาไปหรอก” เมื่อถูกย้อนตรง ๆ นายเลิศก็หน้าเจื่อน “ถ้าจะเอาคืน จ่ายมาอีกเท่าหนึ่ง” จันทร์มองนายเลิศอย่างเหนื่อยใจเพราะรู้ดีว่าคนขี้โกงอย่างนายเลิศต้องมาไม้นี้ แต่ไม่คิดว่าจะเรียกเยอะขนาดนี้ จันทร์ถอดสร้อยทองเส้นโตวางลง “เอาไปก่อน วันพรุ่งชั้นจะเอาเงินมาให้” วันถัดมา... “ไม่ต้องย้ายแล้วนะพี่ดิน ชั้นไถ่ที่คืนให้แล้ว” จันทร์พูดพร้อมกับเดินเข้ามาหาดินที่นั่งหน้าเครียดอยู่ริมทุ่ง ดินมองกระดาษในมือจันทร์ รู้สึกอับอายที่ต้องให้ผู้หญิงมาไถ่ที่ให้ “เอ็งไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้...” “ถ้าชั้นไม่ทำ แล้วพี่จะไปอยู่ไหน? จะให้แม่พี่ไปนอนศาลาวัดเหรอ” ดินเงียบ ถอนหายใจ จันทร์ยัดโฉนดใส่มือเขา “ชั้นรักพี่นะ พี่ดิน ชั้นทำได้ทุกอย่างเพื่อพี่” “พี่ขอบใจเอ็ง พี่จะหาเงินคืนให้ภายในหนึ่งปี” น้ำเสียงของดินทำให้จันทร์รู้ว่าเขาไม่ยอมรับความช่วยเหลือของเธอ จันทร์นิ่งไป น้ำตาคลอ “แล้วถ้าชั้นบอกว่าไม่ล่ะ?” แววตาของจันทร์แข็งกร้าวขึ้นอยากรู้นักว่าดินยังจะปฏิเสธอีกหรือเปล่า “งั้นเอาโฉนดไป พี่จะพาแม่ไปอยู่พระนคร อย่างน้อยที่นั่นยังมีงานให้ทำ” “พี่รังเกียจชั้นมากขนาดนั้นเลยเหรอ?” “พี่ไม่ได้รังเกียจ...แต่พี่ไม่ได้รักเอ็งแบบนั้น” คำพูดนั้นปักกลางใจ จันทร์กัดฟันกลั้นน้ำตา ในใจทั้งเสียใจและน้อยใจ ที่ดินไม่คิดจะเห็นใจเปิดใจรักเธอบ้างเลยซักนิด หัวใจเธอร้อนเหมือนไฟ ราวกับจะเผาทุกความรู้สึกอ่อนหวานให้มอดไหม้ เธอไม่เคยอ้อนวอนใครขนาดนี้มาก่อน แต่วันนี้...เธอกลับแพ้ แพ้ให้กับผู้ชายที่ไม่เคยหันมามองเธอด้วยสายตารักใคร่ แพ้ให้กับความรักที่เธอไม่อาจควบคุม ดวงตาของจันทร์แข็งกร้าว น้ำตาถูกกลืนลงคอ “ได้! ถ้าภายในหนึ่งปีพี่ยังหาเงินมาไม่ได้ ชั้นจะขายที่คืนให้ลุงเลิศ แต่แม่พี่ต้องอยู่ที่นี่ เป็นตัวประกันว่าพี่จะไม่ผิดสัญญา!” คำพูดสุดท้ายของเธอปิดกั้นความเจ็บไว้ในใจไม่อยากให้ใครเห็น เช้าตรู่ ที่ท่าน้ำ สายลมอ่อนพัดผ่านผิวน้ำ เกิดระลอกเบา ๆ ที่สะท้อนเงาเรือจ้างจอดนิ่งอยู่ริมท่าน้ำ หมอกบางคลุมท้องน้ำไว้ราวม่านแห่งความไม่แน่นอน เสียงนกแซ่ซ้องเป็นระยะ ราวกับขับกล่อมลาทั้งคู่ในยามเช้า ดินย่อตัวลงก้มกราบที่เท้าของนางทิพย์ มือของแม่ลูบศีรษะเขาเบา ๆ ไม่พูดคำใด แต่หัวใจส่งถึงกันหมด นางทิพย์กลั้นน้ำตาไม่ไหว โอบกอดลูกชายแน่น “รักษาตัวดี ๆ นะลูก แล้วส่งข่าวมาหาแม่บ้าง” บรรยากาศเงียบจนได้ยินเสียงน้ำกระทบไม้ของโป๊ะเรือ ดินลุกขึ้นยืน สบตาแม่ครั้งสุดท้าย แล้วก้าวขึ้นเรือ...เสียงพายจ้วงน้ำดังแผ่วเบา เรือจ้างค่อย ๆ ล่องออกจากท่า “ไอ้ธาร...เอ็งจะเป็นยังไงบ้าง ข้าคิดถึงเอ็งสุดหัวใจ...” ดินพึมพำเบา ๆ กับสายน้ำ เสียงหัวเราะของธารลอยมากับสายลม ภาพหนึ่งผุดขึ้นในใจ...ภาพของเด็กหนุ่มสองคนในวัยยังเยาว์ ใต้ต้นไม้ใหญ่กลางทุ่งบางกะปิ ดินกับธารนอนเอนหลังแนบหญ้าแห้ง แสงแดดลอดผ่านใบไม้แผ่วเบา เสียงธารหัวเราะกลั้วลม “เอ็งอย่าทิ้งข้านะ ไอ้ดิน” “ข้าไม่ไปไหนหรอก” มือของธารยื่นมากุมมือของดินไว้อย่างแน่น สัมผัสนั้นยังอุ่นอยู่ในความทรงจำ การเดินทางครั้งนี้...ไม่ใช่แค่เพื่อใช้หนี้ แต่เพื่อไปตามหาหัวใจ อย่างน้อยในความทุกข์และมืดมน ก็ยังมีใครบางคนรอเป็นความสว่างอยู่ที่ปลายทาง พระนคร... กลิ่นควันจากปล่องรถรางลอยปะปนกับกลิ่นข้าวแกงจากปากตรอก เสียงล้อเกวียน เสียงแตรรถ เสียงหัวเราะของเด็กวิ่งเปลือยครึ่งตัวริมฟุตบาท ทุกอย่างผสานกันเป็นเสียงของเมือง... ดินยืนนิ่งอยู่ข้างถนน ดวงตาสอดส่ายไปทรอบตัวอย่างคนไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี ตึกแถวสีหม่นปลูกเรียงรายต่างจากท้องนาที่มันเคยเห็น "นี่เหรอวะ…พระนคร" เขาพึมพำกับตัวเองไม่คิดไม่ฝันว่า พระนครมันจะเจริญหูเจริญตาแบบนี้ แต่สีหน้าของเขาเริ่มตึงเครียดไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี “แม่ซื้อเค้ามาคัดตัวพวกคนหนุ่มไปทำงานอยู่ บ้านเ**กอยู่แถวเยาวราช” เสียงของชาวบ้านที่คุยกันเรื่องแม่ซื้อผุดขึ้นในความทรงจำ “เยาวราช? อยู่ที่ไหนวะ” สีหน้าของดินครุ่นคิดหันซ้ายหันขวาไปเจอสามล้อรับจ้างจึงเดินเข้าไปถาม “พี่ชาย รู้จักเยาวราชมั้ยจ๊ะ” “บาทนึง” ดินตกใจกับค่าจ้างสามล้อ “บาทนึงชั้นไม่มีหรอกพี่ พอจะบอกทางให้เดินไปได้มั้ย?” “ไม่จ้างก็หาทางไปเองแล้วกัน…” ดินสูดลมหายใจลึก หันกลับไปมองถนนอีกครั้ง แล้วจึงตัดสินใจเดิน มุ่งหน้าไปเยาวราช แม้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันอยู่ตรงไหน โรงน้ำชาหย่งฉิน... ภายในห้องรับรองคุณชายแดงนั่งอยู่ที่โต๊ะเปลือยท่อนบน ใบหน้ายังคงสวมหน้ากากแดงไว้ “เธออยากออกไปข้างนอกบ้างมั๊ย” “ผมไปไม่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต” คุณชายแดงหัวเราะเบา ๆ กับท่าทีที่ดูซื่อ ๆ ของธาร ธารพูดพลางรินชาจีนร้อนให้คุณชายแดงอย่างประณีต “ชานี่แม่ซื้อเอามาจากเมืองจีน เห็นว่าผสมสมุนไพรบำรุงกำลัง” ธารพูดพลางรินชาจีนร้อนให้คุณชายแดงอย่างประณีต เขาไม่สนว่าจะได้ไปเที่ยวที่ไหน เขาสนใจแค่เมื่อไหร่จะได้กลับไปที่ทุ่งบางกะปิ...ไปหาคนรัก “เธอไม่คิดหนีบ้างเลยเหรอ” คุณชายแดงพูดพลางจิบชาร้อนที่ธารรินให้ “ไม่ครับ หนีไปก็ไม่พ้นอยู่ดี แถมคนที่บ้านยังต้องเดือดร้อนอีก” “แต่ถ้าหนีพ้น เธอก็จะไป” คุณชายพูดขึ้นอย่างรู้ทัน “ไม่มีใครชอบการถูกกักขัง” “วันนี้ชั้นจะให้เธอเป็นอิสระ...” ธารมองคุณชายอย่างแปลกใจ “ไปชมพระนครกับชั้น” คุณชายพูดพลางยิ้มบางให้ธาร สายตานั้นดูเป็นมิตร จริงใจ และอ่อนโยนกว่าครั้งไหน เย็นมากแล้ว... ดินเดินถามผู้คนถึงทางที่จะมายังเยาวราช และตอนนี้เบื้องหน้าของเขาคือถนนสายยาวที่มีตัวอักษรจีนเต็มไปหมด สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงเบียดเสียดกันไม่เว้นช่องไฟ ป้ายไม้สลักอักษรจีนแขวนเรียงรายเหนือศีรษะ คนเดินสวมเสื้อผ้าแพรและเสื้อกุยเฮงปะปนกับชาวบ้านในเสื้อผ้าฝ้าย เด็กเร่ขายขนมหวานและหนังสือพิมพ์ส่งเสียงเจื้อยแจ้วแข่งกับเสียงตีเหล็ก เสียงเคาะกระทะจากร้านบะหมี่ริมทางลอยคลุ้งผสมกลิ่นน้ำมันงาและเครื่องเทศ สามล้อถีบขับสวนกันไปมา เสียงกระดิ่งจากจักรยานแว่วจากตรอกด้านใน ข้างทางมีโรงน้ำชาเปิดไฟสว่าง แม้พระอาทิตย์กำลังลับขอบตึกแต่ชีวิตที่นี่กลับเหมือนเพิ่งเริ่มต้น “ที่นี่สินะ เยาวราช” ดินสูดหายใจลึก ยิ้มออกมาเบา ๆ ความหวังที่จะได้เจอคนรัก...อยู่เบื้องหน้าแล้ว ---จบบทที่ 14---
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD