ตอนที่22:กลีบกุหลาบกับควันปืน

2000 Words
ผ่านวันและคืน ทุกเย็นก่อนพลบค่ำ...โรงแรมเหมยอันคือสถานที่แห่งความสุขของดินและธาร ความสุขที่ร้อนแรงภายในห้องหมายเลขเดิม “อ่าส์...ซี๊ดดดดดดด” เสียงแห่งความสุขสะท้อนก้องอยู่ทั่วห้อง สองร่างเปลือยเปล่าคลอเคลียกันไม่รู้เบื่อ ไม่มีคำพูดใดจำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย...เพียงการสัมผัสและลมหายใจที่ประสานกัน จังหวะหัวใจและร่างกายของสองคนยังคงเต้นไปพร้อมกัน โรงน้ำชาหย่งฉิน ตะวันเพิ่งลับขอบฟ้าไปไม่นาน ธารกลับเข้ามาที่บ้านเ**กหลังโรงน้ำชา ธารเพิ่งก้าวพ้นประตูหลังเข้ามา เขาถอดหมวกออก ขยับปกเสื้อนิด ๆ แต่ยังไม่ทันจะก้าวไปไหน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมห้อง “คุณชายแดง...มาแล้ว” มั่นยืนพิงผนังไม้ หันมามองธารด้วยสายตานิ่ง ๆ “หือ?” ธารชะงัก ก่อนจะถามซ้ำ “มาแล้วเหรอ?” มั่นพยักหน้าเบา ๆ “เข้าห้องรับรองไปได้ครู่หนึ่งแล้ว” “คุณชายไม่เคยมาเวลานี้” ธารพึมพำแววตาธารสั่นเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าวันนี้คุณชายจะมาเร็ว ธารรีบเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องด้านหลังทันทีท่าทางดูเร่งรีบกว่าปกติเล็กน้อย มั่นมองตาม...แววตายังนิ่ง สีหน้าของมั่นเครียด เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบเพื่อให้ผ่อนคลายความตึงเครียด เขาค่อย ๆ พ่นควันบุหรี่ออกมาเบา ๆ ภายในใจนึก...อย่าให้เป็นอย่างที่เขาคิดเลย ภายในห้องรับรองพิเศษ...โรงน้ำชาหย่งฉิน เสียงประตูไม้เลื่อนเปิดเบา ๆ ธารในชุดบางเบาสะอาดเรียบร้อย ก้าวเข้ามาในห้องรับรองที่เงียบงัน ภายในห้อง...คุณชายแดงนั่งอยู่ที่โต๊ะ ดวงตาคมคู่นั้นมองตรงมาที่เขา ธารก้าวเข้ามาใกล้ เทบรั่นดีใส่แก้วให้คุณชายอย่างคล่องแคล่ว “ไปไหนมา” เพียงคำถามธรรมดาที่ควรจะฟังดูเป็นแค่การทักทาย... แต่มือกลับสั่นเล็กน้อย จนขวดกระทบขอบแก้วดังแกร๊กเบา ๆ “ผม...” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเล็กน้อย ก่อนยื่นแก้วบรั่นดีให้คุณชาย “ผมไปเดินเล่นน่ะครับ อยู่แต่ในโรงน้ำชาทั้งวัน...ผมเบื่อ ต้องขอโทษคุณชายที่มาช้า” คุณชายรับแก้วบรั่นดีมา ไม่ได้พูดอะไร เพียงยกแก้วขึ้นจิบช้า ๆ ธารกัดริมฝีปากแน่น ก้มหน้านิด ๆ กลัวว่าคุณชายจะสงสัย “…ขอโทษครับ ที่ไม่ได้บอกก่อน” คุณชายวางแก้วลงบนโต๊ะ นิ้วเรียวเคาะเบา ๆ ที่ขอบแก้ว ราวกับใช้จังหวะนั้นจัดระเบียบความคิด “ไม่เป็นไร” เสียงเรียบนั้นยังคงฟังนิ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มแต่หนักแน่น “งั้นคืนนี้...เราไปเดินเล่นด้วยกัน” ธารเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่าคุณชายจะพูดเช่นนั้นออกมา คุณชายเอื้อมมือมาแตะไหล่ของเขาแผ่วเบา ก่อนจะดึงร่างเขาเข้ามากอดไว้แน่น “ชั้นต้องขอโทษเธอด้วย ที่ไม่สามารถพาเธอไปไหนมาไหนอย่างเปิดเผยได้” “ไม่เป็นไรครับ...ผมจะรอคุณชายอยู่ตรงนี้เสมอ” ธารตอบด้วยรอยยิ้มที่ฝืนยิ่งกว่าเดิม แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกแย่ที่ไม่อาจบอกความจริงได้ เขาเกลียดตัวเองขึ้นทุกครั้งที่ต้องโกหก เกลียดที่ต้องหลอกลวงคนที่ดีกับเขาเสมอ และยิ่งเกลียดตัวเองที่ทำร้ายหลอกลวงหัวใจของดินโดยไม่อาจห้ามได้เลย ถนนเยาวราช...ยามค่ำ แสงนีออนจากป้ายอักษรจีนหลากสีสาดฉาบผิวถนนจนสว่างวูบวาบ กลิ่นหอมของเกี๊ยวทอด หมูแดงย่าง และเป็ดย่างในตู้กระจกริมทาง บนถนนผู้คนคลาคล่ำเพื่อมาเสาะหาของกินยามค่ำคืน คุณชายแดงในชุดสูทสีเข้ม เดินอยู่ริมฟุตบาทโดยสวมเพียงหมวกทรงต่ำใบเล็ก บังใบหน้าข้างหนึ่งจากแสงไฟธารเดินตามอยู่ด้านหลังเล็กน้อย ใส่หมวกลักษณะคล้ายกันเพื่อพลางใบหน้า ทั้งสองเดินเคียงกันอย่างเงียบ ๆ ไม่พูดจา ไม่มีการแตะเนื้อต้องตัว ให้เป็นที่สังเกตของผู้คนว่าเขาทั้งสองมีความสัมพันธ์กันแบบไหน คนภายนอกจะเห็นเพียงสหายสองคนที่เดินไปตามท้องถนนเท่านั้น คุณชายเหลือบตามอง ก่อนจะชะลอฝีเท้าแล้วเอ่ยเสียงเบาเมื่อเห็นธารเหงื่อซึมบนใบหน้า “ร้อนเหรอ?” ธารพยักหน้ารับ “รอตรงนี้ เดี๋ยวชั้นไปซื้อจับเลี้ยงให้” ยังไม่ทันรอฟังคำค้าน คุณชายแยกออกไปยังร้านรถเข็นข้างทางที่ขายน้ำสมุนไพร ธารยืนมองตามแผ่นหลังนั้นเงียบ ๆ ผู้ชายคนนี้…ดีกับเขามาก มากเสียจนเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า ถึงกล้าหลอกเขาได้ทุกวันแบบนี้... จังหวะนั้น…หน้า ภัตตาคารจินหยู่วัง เสี่ยวัยกลางคนร่างท้วมในสูทหรู กำลังจะก้าวขึ้นบันได เขาชะงักเมื่อสายตาเหลือบมาเห็น เด็กหนุ่มในหมวกใบเล็กที่เดินอยู่ริมฟุตบาท เด็กบ้านเ**ก…? เสี่ยเพ่งมองอีกครู่ก็แน่ใจ...ใช่จริง ๆ เด็กจาก บ้านเจ๊ก ที่เขาเคยพลาดจากการประมูล เด็กที่เขาเคยหมายตาไว้ ว่าอยากได้ไว้ข้างกายสักคืน เด็กที่เขาเคยพยายามจองผ่านคนกลางหลายครั้ง...แต่ไม่เคยได้ วันนี้กลับเดินลำพัง เสี่ยเลิกคิ้วขึ้นช้า ๆ ดวงตาวาววับทันทีเขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ลื้อเข้าไปก่อน เดี๋ยวอั๊วตามไป” เขาหันไปพูดกับคนข้างตัว จากนั้นก็รีบก้าวเท้าตามเงาร่างของธารไปทันทีโดยไม่รู้เลยว่า...ธารไม่ได้มาคนเดียว ในขณะเดียวกัน...คุณชายแดงยืนต่อแถวรอคิวอยู่หน้าแผงน้ำจับเลี้ยง ท่ามกลางกลิ่นหอมของเก๊กฮวยอุ่น ๆ และเสียงพูดคุยของผู้คนที่เดินพลุกพล่าน เขาเหลือบไปเห็นร้านขายดอกไม้เล็ก ๆ ด้านข้าง ดอกกุหลาบสีขาววางเรียงอยู่ในตะกร้าไม้ไผ่กลม เขาตัดสินใจเดินเข้าไปซื้อ ทางด้านธาร...ยืนรออยู่ตรงริมทาง ยังไม่ทันได้หันไปมอง คุณชายก็หายไปจากสายตาแล้ว และคนที่เข้ามาแทนกลับเป็น...เงาร่างของชายร่างท้วมในสูทหรู “แก...ไอ้เด็กบ้านเ**กใช่มั้ย?” น้ำเสียงต่ำกระซิบใกล้ใบหู มือหนัก ๆ ของ ******อบบ่าธารไว้แน่น ธารสะดุ้งทันที เสี่ยขยับหมวกของเขาขึ้น ก่อนจะดึงหมวกของธารให้หลุดออกจากศีรษะ ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้เงาหมวก ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน “ใช่จริง ๆ ด้วย…แหม วันนี้ฟ้าคงส่งมาให้” สายตาหื่นกระหายของเสี่ยไล่จากหน้าลงไปจนถึงแผ่นอก ธารขยับตัวถอยหนีทันทีแต่เสี่ยกลับดึงแขนไว้แน่น “เดินไปกับอั๊วซะดี ๆ” ธารตั้งท่าจะสู้แต่ จังหวะนั้นเอง เสี่ยล้วงบางสิ่งจากกระเป๋าเสื้อในออกมา แกร๊ก!! ปลายกระบอกปืนจี้เข้าที่สีข้างของธารใต้ชายเสื้อพอดี “เดินไปเฉย ๆ อย่าให้ใครสงสัย” ธารนิ่งหัวใจเต้นกระหน่ำ มือเย็นเฉียบ และขาก็เหมือนถูกตรึงไว้ด้วยน้ำหนักของความกลัว ธารจำต้องก้าวไปตามแรงลากของเสี่ย ท่ามกลางฝูงชนที่เดินสวนกันไปมา ไม่มีใครสังเกตเห็น...ไม่มีใครได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือที่กึกก้องอยู่ข้างใน คุณชายแดงเดินกลับมาพร้อมน้ำจับเลี้ยงในมือ และดอกกุหลาบขาวช่อหนึ่งในมืออีกข้าง เขาก้าวกลับไปยังที่เดิม ริมฟุตบาทหน้าร้านต้มเลือดหมูเล็ก ๆ แต่… ธารหายไปแล้ว เขาชะงักก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นหมวกของธารที่ตกอยู่ เขาหยิบมันขึ้นมาคิดในใจว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ เขาสายตากวาดมองไปรอบบริเวณ ใจเริ่มเต้นถี่ แล้วทันใดนั้น แวบหนึ่ง เขาเห็นแผ่นหลังของธาร ธารกำลังถูกชายร่างท้วมลากหายเข้าไปในฝูงชนตรงหัวมุมถนนที่พลุกพล่านที่สุด น้ำจับเลี้ยงหล่นกระแทกพื้นแตกกระจาย มือที่ถือดอกไม้กำแน่นแล้วออกวิ่งสุดแรงตามไปทันที แต่เมื่อเขาวิ่งไปถึงมุมตึก…ไม่เหลือเงาของธารอยู่ตรงนั้นแล้ว มีเพียงความว่างเปล่าของตรอกแคบ ๆ ที่ทอดยาวไปในความมืด กลีบดอกไม้ขาวในมือเขาหล่นลงแตะพื้นเงียบ ๆ และใจของเขา…ก็หล่นตามลงไปด้วยเช่นกัน รถคันใหญ่สีดำจอดแน่นิ่งอยู่ในตรอกแคบมืด เสี่ยผลักร่างของธารเข้าไปอย่างแรง ธารพยายามดิ้นรนทั้งที่หัวใจเต็มไปด้วยความกลัว “ปล่อยผม!!” เสียงตะโกนนั้นไม่มีใครได้ยิน ไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในรถคันนี้ เสี่ยล็อกประตู ปิดกระจก แล้วหันกลับมามองร่างของธารที่พยายามจะหนี เพียงเสี้ยววินาที เขายกด้ามปืนขึ้น ฟาด! เสียงกระแทกดังหนัก โลกของธารดับวูบไปในทันที เสี่ยหายใจหอบ มือหนายังจับปืนแน่น ก่อนจะโยนมันลงเบาะข้าง เขาหันมาที่ร่างแน่นิ่งของเด็กหนุ่ม ดวงตาเต็มไปด้วยความกระหาย เขาก้มลง ปลดกางเกงของธารออก มืออวบอ้วนลูบผ่านผิวเนื้อเย็นเฉียบ ริมฝีปากขยับยิ้มอย่างพอใจ เหมือนสัตว์ป่าที่ได้เหยื่อมาไว้ในครอบครอง เสี่ยถอดกางเกงของตัวเองออก เขาเริ่มใช้มือขยับแก่นกายของตัวเองไปมา อีกมือลูบไล้ไปที่แก่นกายของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า เมื่อแก่นกายแข็งขึงเต็มกำลัง เขาจับตัวของธารพลิกคว่ำ สะโพกงอนนั้นเร่งความหื่นของสัตว์ป่าอย่างไอ้เสี่ยเต็มที่ เสี่ยใช้มือจับสะโพกของธารให้ตั้งขึ้น จังหวะนั้นเอง...ธารเริ่มรู้สึกตัว เปลือกตาค่อย ๆ เปิดขึ้น โลกเบลอหมุน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้า...กลับชัดเจนอย่างเจ็บปวด เสี่ยกำลังจะทำอะไรกับเขา! “อย่าแตะต้องผม!” ธารตะโกนสุดเสียง เขาพลิกตัวกลับมา และ ถีบเสี่ยออกไปอย่างสุดกำลัง ร่างอ้วน ๆ กระแกประตูกระเด็นออกจากรถ ร่วงลงไปนอนบนพื้นถนน เสียงสบถดังตามมา “ไอ้เด็กเวร!!” เสี่ยลุกขึ้นทันที จะพุ่งเข้าไปในรถอีกครั้ง แต่ธารไวกว่า เขาคว้าปืนที่ถูกทิ้งไว้บนเบาะขึ้นมา ปัง! เสียงปืนดังสนั่นในตรอกแคบ ร่างของเสี่ยทรุดลงกับพื้น เสียงลมหายใจสะดุด ก่อนจะหมดแรง จังหวะนั้นเอง คุณชายแดงที่วิ่งไล่ตามเสียงปืนมาถึง ก็มาหยุดตรงหน้ารถพอดี เขาชะงักแทบหยุดหายใจ ประตูรถเปิดออก ธารก้าวลงมา เด็กหนุ่มในสภาพไร้กางเกง มือยังกำปืนแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา “ธาร...” เสียงคุณชายแผ่วเบา ไม่ใช่เพราะตกใจที่เห็นเลือดหรือปืน แต่เป็นเพราะเจ็บลึกที่เห็นคนตรงหน้า...ต้องเผชิญสิ่งนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ธารหันมา ทันทีที่เห็นคุณชาย เขาทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลไม่ขาดสาย คุณชายรีบวิ่งเข้าไป คว้าร่างนั้นมากอดแน่นอย่างอ่อนโยน ไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่…อยู่ตรงนี้ ธารร้องไห้ ซบหน้าลงกับไหล่ของเขาอย่างหมดแรง เสียงสะอื้นดังกลบทุกอย่างรอบตัว ในมุมหนึ่งของตึก ด้านหลังซากลังไม้ สายตาคู่หนึ่งมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ ไม่ไกลนัก อาฉียืนแนบตัวอยู่กับเงาตึก เขาเห็นทุกอย่าง ตั้งแต่เสียงปืน ร่างของเสี่ยที่ล้ม ธารในสภาพนั้น... และคุณชายที่วิ่งมากอดเด็กหนุ่มไว้แน่น ใบหน้าของอาฉีนิ่งสนิท ดวงตาวูบไหวด้วยความสงสัยลึก ๆ ในใจ “ระหว่างสองคนนั้นมันมีกันแน่!” ---จบบทที่ 22---
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD