ปี พ.ศ. 2479 ณ ท้องทุ่งบางกะปิ เรื่องราวความรักต้องห้ามได้ก่อตัวขึ้นระหว่างเด็กหนุ่มสองคน ที่เกิดและเติบโตมาด้วยกัน
จากเพื่อนกลายมาเป็นเพื่อนรัก จวบจนวันนี้สิบแปดปีเต็มทำให้ทั้งสองคนรู้ว่า ความรักที่มีให้กันไม่ได้เป็นความรักฉันท์เพื่อนอีกต่อไป
แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาทั้งสองต่างเป็นชาย แถมสองครอบครัวยังเกลียดขี้หน้ากันยังกับอะไรดี ขนาดเป็นเพื่อนกันยังต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆและเมื่อวันที่หัวใจของทั้งสองคนมีให้กันมากกว่าความเป็นเพื่อน ความรักต้องห้ามนี้จะดำเนินไปอย่างไร
“ดิน” หนุ่มผิวเข้ม ผมหยักศก จมูกเป็นคมสัน คิ้วเข้ม ดวงตากลมโต หน้าตาหล่อเหลาตามแบบฉบับชายไทย อีกทั้งยังมีรูปร่างกำยำทำเอาสาวๆทั่วทั้งท้องทุ่งต่างหลงใหล แต่เขาไม่เคยลังเลคิดมอบใจให้สาว ๆ เหล่านั้น เพราะในใจของเขามีแต่ธาร
“ธาร” หนุ่มน้อยผิวสีน้ำผึ้ง เนียนละเอียดกว่าดิน เพราะเป็นคนชอบดูแลตัวเอง ผิวพรรณที่ควรจะคล้ำเพราะตากแดดตากลมกลับมีความผ่องกว่าชายทั่วไป ถึงแม้จะมีฐานะยากจน แต่ธารมักจะหาสมุนไพรมาดูแลผิวตัวเองอยู่เนือง ๆ ประกอบกับหน้าตาจิ้มลิ้มยิ้มง่าย แฝงเสน่ห์ด้วยลักยิ้ม ที่ทำให้ดินอดหงุดหงิดไม่ได้เมื่อธารเผลอยิ้มให้ใคร ๆ ไม่ว่าจะสาว ๆ หรือหนุ่มที่ไหน เพราะดินถือว่า รอยยิ้มของธารมีให้เขาคนเดียวเท่านั้น
ภายในคลองที่ไหลผ่านทุ่ง แดดอ่อนยามบ่าย ดินกำลังตกปลาเพื่อเอาไปทำอาหารมื้อเย็นอยู่ที่ชายคลอง ไกลจากหมู่บ้านพอสมควร เพื่อหลบสายตาจากผู้คน ผิวกายของชายหนุ่มที่ไม่ได้สวมเสื้อสะท้อนกับแสงแดดอ่อน กระทบกับผืนน้ำ ทำให้ผิวกำยำแน่นไปด้วยมัดกล้ามดูเงาวาวช่างน่าหลงใหลเป็นพิเศษ
"มาหาปลาซะไกล ข้าขี่ไอ้บื้อมา เล่นเอาเมื่อยตูดชะมัด"
ธารบ่นขณะที่ลงจากไอ้บื้อควายตัวโปรด
"อยู่แถวนี้นะไอ้บื้อ"
เขาผูกควายไว้กับต้นไม้แถวชายคลองแบบหลวม ๆ ก่อนจะเดินมาหาดิน ที่นั่งเฝ้าเบ็ดตกปลาอยู่
"ได้กี่ตัวแล้ว"
ธารชะโงกหน้าดูในถังเห็นปลาอยู่สองสามตัว ดินไม่ได้สนใจคำถามของธารแต่กลับเอามือเอื้อมไปจับขอบกางเกงด้านหลังหมายจะดึงลง
"ไหนดูก้นเอ็งหน่อยซิ"
"มาถึงก็ขอดูก้น เอ็งนี่มันทะลึ่ง"
ธารรีบจับกางเกงไว้ก่อนที่จะถูกมือซนดึงลง แต่มือซนนั้นไม่วายแทรกผ่านขอบกางเกงไหลเลื้อยไปที่สะโพกหนา
"ก็ข้าได้ยินเอ็งบ่นว่าเมื่อยตูด ข้าก็อยากจะดูว่าไอ้บื้อมันทำก้นเอ็งช้ำมากน้อยแค่ไหน ข้าจะได้ทายาให้"
ดินพูดพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่มมือนั้นก็ลูบสะโพกของธารไปมาเบา ๆ ใต้ร่มผ้า
"เอ็งอย่ามามองข้าแบบนี้ ฟ้ายังไม่ทันมืด อายผีสางบ้างเถอะ"
"ไม่ต้องอายหรอก ผีสางที่ไหนมาแอบดูข้าจะจับลงหม้อเสียให้หมด มาขอข้าดูหน่อยเถอะ ไอ้บื้อมันทำเอ็งเจ็บตรงไหน"
ดินพูดพลางมือก็ขยำสะโพกธารหนักขึ้น ธารรู้ทันว่าดินอยากจะทำอะไร แต่ถ้าจะให้ดินทำอะไรได้ตามใจง่ายเกินไปก็คงไม่สนุก
"ข้าร้อนอยากเล่นน้ำ"
ธารลุกพรวดแล้วกระโดดลงไปในคลอง ในขณะที่ดินโน้มตัวลงมาเพื่อจูบปากเรียวบางของธาร ดินไม่ได้ทันตั้งตัวถึงกับหน้าคว่ำจูบพื้น พอดีกับที่ไอ้บื้อหันมามองพร้อมร้องราวกับว่าเยาะเย้ยดินที่พลาดเสียทีให้ธาร
"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้บื้อ"
ดินมองไอ้บื้ออย่างเข่นเขี้ยวก่อนจะหันไปมองธารที่ตอนนี้ลอยคออยู่ในน้ำ
"อย่าให้ข้าจับได้นะ เอ็งเจ็บตัวแน่ ข้าจะฟัดให้น่วมไปทั้งตัวเลย"
ดินตะโกนบอกธารก่อนจะกระโดดน้ำลงคลองตามธารลงไป ดินว่ายน้ำตามธารไปส่วนธารว่ายหนี สองค**ำผุดดำว่ายอยู่ในคลอง ไม่นานนักดินก็ตามจับตัวธารได้
"เอ็งหนีข้าไม่พ้นหรอก"
ดินรวบธารไว้ในอ้อมกอด สองคนสบตากันดินเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ธารกำลังจะจูบ ส่วนมือก็ลูบไล้ไปภายในเสื้อของธาร แต่จังหวะนั้นเอง ดินก็ชะงักไป
"ข้าว่าเอ็งโดนดีเข้าแล้วล่ะ"
ธารมองหน้าดินเป็นเชิงว่ามีอะไร ดินพาธารว่ายน้ำเข้าฝั่ง เมื่อขึ้นถึงฝั่งธารก็นอนราบลงกับพื้นหลับตาปี๋
"ดูท่าเลือดเอ็งคงจะหวาน ขนาดใส่เสื้อไอ้ปลิงบ้ายังดอดเข้าไปดูดเลือดเอ็ง ดูสิกินจนตัวเป่งเชียว"
"เอ็งรีบเอาออกเถอะ ข้าไม่ชอบ"
หนุ่มเจ้าสำอางอย่างธารหลับตาปี๋เพราะไม่ชอบและขยะแขยงเต็มทน ดินค่อย ๆ เอามือลูบไปรอบ ๆ ท้องน้อยของธารที่มีปลิงตัวเขื่องเกาะอยู่
"เอ็งทำอะไรของเอ็ง รีบ ๆ เข้าเถอะ เลือดข้าจะหมดตัวอยู่แล้ว" รอยสากจากมือใหญ่ของดินก็ทำให้ธารรู้สึกเสียวไปทั่วท้องน้อย จนเผลอร้องซี๊ดออกมา
"ซี๊ดดดดด อ่า..."
"เอ็งชอบให้ไอ้ปลิงชั่วนี่ดูดหรอกรึ" ดินพูดอมยิ้มยั่ว มองหน้าธาร
"เอ็งจะทำอะไรก็รีบ ๆ ทำเถอะ" ธารรู้สึกขยะแขยงปลิงที่เกาะอยู่เต็มทน
"เอ็งพูดแล้วนะว่าข้าจะทำอะไรก็ได้"
"เออ... มัวแต่พูดมาก ข้าได้เลือดหมดตัวตายเพราะปลิงชั่วแน่"
"ข้าไม่ปล่อยให้เอ็งตายเพราะไอ้ปลิงนี่หรอก แต่ข้าจะให้เอ็งมาตายบนอกของข้านี่"
ดินเลื่อนมือไปจับปลิงที่เกาะอยู่ที่ท้องน้อยของธาร ดึงปลิงออกอย่างแรงเพราะปลิงเกาะแน่นจนเกือบดึงไม่ออก จากแรงดึงของดินกระชากจนปลิงหลุดออกมาดินโยนปลิงทิ้งอย่างรวดเร็ว
เลือดจากรอยปลิงกัดไหลออกจากผิวของธาร ดินค่อย ๆ ก้มลงดูดเลือดที่ไหลออกมา จังหวะการดูดของดินไม่ใช่แค่การดูดเลือด แต่ดันดูดเนื้อท้องจนกล้ามท้องของธารชักจะเกร็งตัวเด้งขึ้นมารับกับปากของดิน เสียงดูดจ๊วบจ๊าบ ปลายลิ้นเลียไปรอบท้องน้อยทำเอาธารเสียววื้ดไปทั่วทั้งหน้าท้อง ดินเห็นปฏิกิริยาของร่างกายธารก็อดยิ้มไม่ได้ ค่อย ๆ ดึงกางเกงของธารลง
"อย่า!!"
ธารบอกดินด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมกับดึงรั้งกางเกงของตัวเองไว้
"จะฝืนตัวเองทำไม ดูไอ้ช่อนของเอ็งสิ ผงกหัวพะงาบ ๆ คงอยากรับน้ำเต็มที"
ดินพูดกลั้วหัวเราะเมื่อเห็นแก่นกลางกายความเป็นชายของธารตั้งชูชันขึ้นจนทำเอากางเกงขาก๊วยทรงจีนโด่ขึ้นมาพร้อมรับศึกเต็มที่
"ฟ้ายังสว่าง ข้ากลัวใครมาเห็นเข้า" ธารขยับตัวลุกขึ้นฝืนความอยากเอาไว้
"เอ็งทนไหวแต่ข้าทนไม่ไหวแล้ว เอ็งไม่รู้รึ ไม่เจอกันตั้งหลายวัน ข้าคิดถึงเอ็งใจแทบขาด ไม่เห็นใจข้าหน่อยรึ"
ดินทนไม่ไหวรวบตัวธารมากอดไว้ ก่อนจะจู่โจมบดขยี้ริมฝีปากของธารอย่างเร่าร้อน
ธารที่ฝืนในตอนแรกก็เกินต้านทานความต้องการของร่างกาย ได้จูบตอบดินอย่างเร่าร้อนเช่นกัน ปลายลิ้นตวัดสู้กันบดขยี้อย่างไม่มีใครยอมใคร สองร่างเสียดสีกันจนร้อนผ่าว ดินผลักธารลงนอนขึ้นคร่อมร่างของธาร ที่ตอนนี้อ่อนระทวย ไปกับการเคล้าคลอของดินตั้งแต่จูบปาก ลิ้นร้อนเลียไล่ลงมาที่ซอกคอ กระซิบรักข้างหูอย่างแผ่วเบา
"ธารของข้า ข้ารักเอ็ง" เสียงกระซิบข้างหูทำเอาธารเสียวซ่านไปทั้งตัว
"ข้าอยากกินไอ้ช่อนของเอ็ง"
"เอ็งจะทำอะไรก็รีบทำเถอะ ข้าไม่ไหวแล้ว"
ธารบอกด้วยเสียงกระเส่า ดินเห็นท่าทางของธารจวนจะไม่ไหวก็ใช้มืออันแสนซุกซนของตัวเอง ลูบลงไปที่เจ้าปลาช่อนน้อยของธารที่กำลังชูคอขึ้นมาอีกครั้ง แค่ดินสาวมือล้อเล่นกับมันไม่กี่ครั้ง ไอ้ช่อนน้อยก็กลายเป็นช่อนยักษ์ที่แสนจะดุดัน
"อื้อ.."
เสียงของธารครางในลำคอ เสียงนี้ทำให้ดินชอบใจที่ทำให้ธารส่งเสียงแห่งความสุขออกมาไม่ขาดสาย ในขณะที่มือล้อเล่นกับไอ้ช่อนยักษ์ ส่วนปากก็บดขยี้แลกลิ้นกันพัลวัน ดินขยับปากไหลเลื่อนลงมาจนถึงไอ้ช่อนพร้อมกับอ้าปากกว้างเตรียมพร้อมจัดการกินไอ้ช่อนยักษ์ แต่ไม่ทันที่ไอ้ช่อนจะเข้าปาก เสียงใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น
"พี่ธาร พี่ธาร"
เสียงของน้ำรินตะโกนเรียกธาร ธารรีบผลักดินที่กำลังจะงับไอ้ช่อนออกโดยอัตโนมัติเพราะกลัวคนมาเห็น
"พี่ธารอยู่ไหน แม่ให้ชั้นมาตามพี่ พี่ธาร" เสียงของน้ำรินดังใกล้เข้ามาทุกที
"เอ็งหลบไปก่อน"
ธารบอกดินพร้อมกับเอามือกุมดันไอ้ช่อนของตัวเองให้ลู่ลงแต่ปากก็ยังซี๊ด เพราะอารมณ์ที่ค้างเติ่ง ไม่ต่างจากดินที่สูดหายใจลึกแล้วผ่อนลมหายใจยาวออกมา นั่งคุกเข่ากำมือแน่นเกร็งไปทั้งตัว เพื่อสลัดอารมณ์หื่นของตัวเองเมื่อครู่ออก
“พี่ธาร!!”
เสียงเรียกของน้ำรินเด็กสาววัยสิบสี่ น้องสาวของธารที่กำลังย่างเข้าสู่วัยแตกเนื้อสาวร้องเรียกธาร พร้อมกับโผล่หน้ามาธารลุกพรวดขึ้นมาเพื่อบังดินไว้ ดินพลิกตัวหลบไปในคลอง
"พี่อยู่กับใคร?"
"คนเดียว"
น้ำรินชะโงกหน้ามองไปที่คลอง ดินรีบผลุบดำน้ำลงไป
"แต่ตะกี้ชั้นได้ยินเสียงเหมือนมีใครอยู่ในน้ำ"
"ไม่มี๊...เอ็งนี่ยังไม่แก่ก็หูเฝื่อนแล้วรึ"
"แล้วนั่นพี่เป็นอะไร"
ธารมองน้ำรินเป็นงงๆ ว่าน้ำรินหมายถึงอะไร
"ก็นั่นไง ไอ้จู๋ของพี่มันโด่พ้นมือพี่มา โดนมดตะนอยกัดรึ"
น้ำรินชี้ไปที่เป้ากางเกงของธาร ที่ธารเอามือข้างหนึ่งกุมอยู่ หวังให้มันรีบหดลู่ลงไป แต่อารมณ์ที่ค้างอยู่เมื่อครู่ทำเอามันแข็งโด่ไม่ยอมลง ขนาดเอามือปิดแล้วยังโด่พ้นมือ แถมน้องสาวจอมเผือกก็ดันตาไวสังเกตเห็นซะด้วย ดินที่แอบอยู่ในคลองข้างกอผักตบชวาก็เกือบจะกลั้นขำไม่อยู่
"เอ็งนี่เป็นผู้หญิงประสาอะไรลามก"
ธารพูดแกมหงุดหงิดหันไปหยิบผ้าขาวม้าที่ตกอยู่ที่พื้นมาพันเอวปล่อยให้ชายผ้าขาวม้าปิดไอ้ช่อนยักษ์เอาไว้
"เรื่องของความเป็นชายแบบนี้เอ็งไม่เข้าใจหรอก แถมเอ็งยังเป็นเด็กไม่ควรไปพูดจาทะลึ่งตึงตังกับใครแบบนี้ แล้วนี่เอ็งมาทำอะไรแถวนี้" ธารบ่น ๆ รัว ๆ เปลี่ยนเรื่องพูด
"ก็แม่ให้ชั้นมาตามพี่ แล้วชั้นก็เห็นไอ้บื้ออยู่แถวนี้ ชั้นก็คิดว่าพี่น่าจะอยู่แถวนี้ ก็เลยมาดูก็เห็นพี่ยืนจู๋โด่อยู่นี่แหละ"
"ไอ้น้องบ้า ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าพูดทะลึ่ง"
ธารอายจนหน้าแดงหูแดงไปหมด ส่วนน้ำรินน้องสาวตัวแสบก็ยืนหน้ากวน
"ไป! กลับได้แล้ว"
"พี่ยังไม่บอกชั้นเลยนะว่าพี่มาทำอะไรแถวนี้ ไกลบ้านขนาดนี้ไม่ได้แอบนัดสาวที่ไหนมาพรอดรักจน..."
น้ำรินพูดพลางไม่วายมองต่ำไปที่ไอ้ช่อนของพี่ชายที่ตอนนี้เริ่มสงบลงแล้ว
ธารมองไปรอบ ๆ นึกว่าจะตอบน้ำรินว่าอะไร เพราะถ้าไม่บอกน้องสาวตัวดีได้ไปประกาศทั่วทั้งบางแน่ว่าหนีมาพรอดรักกับสาว ธารหันไปเห็นถังกับเบ็ดตกปลาของดินวางอยู่ก็เดินไปหยิบ
"นี่ไง ข้ามาตกปลา ตั้งใจว่าจะเอาไปให้แม่ทำปลาย่างกินกับสะเดาน้ำปลาหวาน ไปกลับบ้าน"
ธารเดินมาดึงหูของน้องสาวจอมเผือกออกไปอีกมือหนึ่งก็หิ้วถังใส่ปลาของดินไปด้วย ธารกับน้ำรินเดินลับตาไปแล้ว ดินปีนขึ้นจากคลองมานั่งบนริมตลิ่ง พลางถอนหายใจยาว มองไปที่หว่างขาของตัวเองที่ยังคงเสียวซ่านไม่หาย โชคดีที่ลงน้ำไปเสียก่อนพอได้ดับร้อนความอยากไปได้บ้าง
"ไอ้ช่อนก็ไม่ได้กิน แถมปลายังโดนขโมยอีก เฮ้อ!!"
ดินบ่น ๆ แต่ก็ยิ้ม ๆ เมื่อคิดถึงหน้าธารตอนที่ถูกเขาเล้าโลม ดินทิ้งตัวลงนอนบนริมตลิ่ง มือก็เลื่อนไปที่หว่างขาของตัวเองเสียงของธารครางดังก้องอยู่ในหัว อารมณ์พิศวาสถูกปลุกด้วยภาพของชายผู้เป็นที่รัก มือจับไอ้ช่อนของตัวเองสาวขึ้นสาวลง สายตามองไปที่ท้องฟ้าเบื้องบนเห็นนกสองตัวบินหยอกล้อกันไปบนท้องฟ้ากว้าง
มือที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวช้า ๆ เริ่มแรงขึ้นตามอารมณ์เสียงครางหอบถี่ มือหนึ่งเร่งรัวกับแก่นกลางแห่งความเป็นชาย อีกมือขยุ้มหญ้าริมตลิ่งจนถอนติดมากับมือ จนถึงจุดระเบิดของอารมณ์น้ำรักทะลักออกมาจนชุ่มมือ ดินค่อย ๆ ผ่อนคลายลมหายใจออกมาเบา ๆ
"เมื่อไหร่เอ็งกับข้าจะได้เป็นอิสระเสียที ข้าอยากให้เอ็งมาอยู่ข้างกายข้า ข้าจะให้เอ็งลิ้มรสหวานในรักของข้าทุกคืนทุกวัน"
ดินนึกถึงความรักระหว่างตัวเองกับธารที่ยังมีอุปสรรคอีก มากมายรออยู่ เขาและธารจะต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้ไปอีกถึงเมื่อไหร่กัน ดินได้แต่ถอนใจอย่างหนักใจ เพราะแค่เรื่องราวความรักระหว่างชายรักชายก็ว่าใหญ่แล้ว ยังมีเรื่องของครอบครัวที่ไม่ถูกกันมาตั้งแต่เขายังไม่เกิดอีก ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ระหว่างเขาและธารจะรักกันได้
“หากขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ ขอให้ข้ากับเอ็งได้ใช้ชีวิตเคียงคู่กันด้วยเถิด
แม้เพียงวันเดียวที่โลกกำลังจะแตกสลาย ไอ้ธารสุดที่รักของไอ้ดิน”
----จบตอนที่1----