ตอน2 : ลมหนาวมาข้าขอกอดหน่อย

1857 Words
“ไหนละวะปลาข้า” แม่ทิพย์ แม่ของดินที่นั่งอยู่บนแคร่หน้าบ้านเสียงดังมาแต่ไกล ถามดินที่เดินเข้ามาในบริเวณบ้านไม่มีถังปลาติดมือมามีเพียงผักบุ้งหนึ่งกำมือเท่านั้น "ได้แต่ผักบุ้ง วันนี้ไม่รู้ปลามันหายไปไหนหมดเอาไว้พรุ่งนี้ ข้าจะไปตกมาให้ใหม่" "วะไอ้นี่ เอ็งจะให้ข้ากินผักกินหญ้าทุกวันจนเขางอกเป็นควายเลยหรือไงวะ" "ก็ถ้าแม่ไม่เอาเงินไปซื้อยาดอง แล้วเอาไปซื้อหมูเห็ดเป็ดไก่กินก็ไม่ต้องมานั่งกินผักกินหญ้าแบบนี้หรอก" "วะ!! ไอ้ลูกทรพี" แม่ทิพย์โกรธจัดที่ถูกดินบ่นใส่ก็ตวาดแว๊ดใส่ดิน แถมยังปาแก้วยาดองใส่ โป๊ะ!! ไม่พลาดเป้า แก้วยาดองปะทะเข้ากับหัวของดินเต็ม ๆ แม้หัวจะไม่แตกแต่เล่นเอาหัวปูด ดินเดินเข้าบ้านเอือม ๆ แม่ขี้เมาอย่างนางทิพย์แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะยังไงนางทิพย์ก็คือแม่ "ปากดีนักนะ รู้อย่างนี้เอาขี้เถ้ายัดตั้งแต่เกิดเสียก็ดี" แม่ทิพย์ตะโกนด่าไล่หลังไป ดินถอนใจเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยหน่าย แต่นางทิพย์ก็ใช่ว่าจะเอาแต่ปากร้ายลูกเดียว หากไม่เมาก็ถือว่านางทิพย์ก็เป็นแม่ที่ใจดีคนหนึ่ง แต่เพราะไอ้เหล้าเปลี่ยนนิสัยนี่แหละที่ทำให้แม่ทิพย์กลับกลายเป็นคนละคนเมื่อเหล้าลงคอ และจะพร่ำบ่นแต่เรื่องราวในอดีต โดยเฉพาะเรื่องนางเฟ้อแม่ของธาร แม้เรื่องราวจะผ่านมาร่วมยี่สิบปี ก่อนที่ทั้งดินและธารจะมาปฏิสนธิในท้องแม่เสียอีก "มึงจำใส่หัวเอาไว้นะไอ้ดิน อย่าไปสุงสิงกับคนบ้านอีเฟ้อ" เมื่อเริ่มเมาได้ที่นางทิพย์ก็เริ่มพร่ำถึงอดีต ดินที่กำลังเตรียมสำรับสำหรับมื้อเย็นก็ต้องฟังแม่ทิพย์พร่ำพรรณนา ราวกับว่าฟังละครวิทยุซ้ำไปซ้ำมาทุกวัน "อีเฟ้อมันแย่งผัวข้า ไม่งั้นป่านนี้เอ็งกับข้าก็ไม่ต้องลำบากขนาดนี้" อันที่จริงบ้านนางเฟ้อก็ไม่ได้ถึงขนาดร่ำรวย แต่ก็พอมีอยู่มีกินปกติไม่ได้เดือดร้อนอะไร ไม่รวยแต่ก็มีกินมีเก็บไม่ลำบาก เพียงแต่เวลานี้ครอบครัวของดินที่ในอดีตนั้นฐานะดีกว่าบ้านของธารมากโข ต้องกลายเป็นครอบครัวตกยากก็เพราะหลายปีก่อน นายสม พ่อของดินได้ตายอย่างกะทันหันถึงแม้จะทิ้งสมบัติไว้ให้ลูกเมียอยู่ได้ไม่ลำบาก แต่เพราะนางทิพย์ไม่เคยต้องทำงานหาเงินแถมยังเป็นคนใช้เงินมือเติบ ทรัพย์สินมรดกที่มีก็ร่อยหรอลงทุกวัน จนเหลือแค่บ้านหลังนี้เป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย ดินจึงต้องทำทุกอย่างให้บ้านหลังนี้ยังอยู่ไม่งั้นก็ไม่รู้จะพาแม่ไปซุกหัวนอนอยู่ที่ไหน ชีวิตที่จมอยู่กับความทุกข์ก็มีเพียงธารเท่านั้นที่เป็นความสุขให้แต่ละวันยังพอยิ้มได้เมื่อนึกถึง "พวกบ้านนั้นมันชั่ว ลูกมันก็เลว อย่าให้ข้าเห็นนะว่าเอ็งคบหามันเป็นเพื่อน" เสียงของนางทิพย์ตอกย้ำความเกลียดชังบ้านของธาร จนดินถอนหายใจเฮือกใหญ่ไม่รู้จะหาทางออกให้ทั้งสองบ้านกลับมาญาติดีกันได้อย่างไร เพราะแม่เฟ้อเองก็เกลียดนางทิพย์ยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือนเสียอีก "ข่าวว่าผัวมันไม่สบายจะตายแล้วหนิ หึ!! ต่อไปมันจะได้เป็นแม่หม้ายผัวตายแบบข้านี่แหละว้า สมน้ำหน้า ตอนผัวกูตายชอบมาเย้ยข้าดีนัก" แม้นางทิพย์ปากจะบ่นพร่ำด่าทอ แต่เมื่อพูดถึงการตายของคนรักเก่าผัวของนางเฟ้อก็อดไม่ได้ที่จะมีแววตาเศร้าเพราะในใจลึกๆ ก็ยังคงรัก นายศักดิ์ ผู้ซึ่งเป็นรักแรกของเธอไม่เสื่อมคลาย ถึงขนาดทะเลาะเบาะแว้งกับพ่อของดินอยู่เนือง ๆ เพราะความหึงหวง และไอ้รักมั่นคงเช่นนี้มันอาจจะสืบทอดผ่านทางสายเลือดหรือไม่ก็ไม่มีใครรู้ได้ เพราะดินเองก็หนักแน่นกับรักอันมั่นคงของเขาที่มีต่อธารเช่นกัน เสียงตำเครื่องแกงดังไปทั้งครัว ธารยกปลาช่อนที่ผ่าเอาพุงปลาจัดการล้างจนสะอาดเรียบร้อยมาให้นางเฟ้อผู้เป็นแม่ "ชั้นทำปลาเรียบร้อยแล้วจ่ะแม่" "เอ็งนี่ก็เก่งนะดักปลาได้ตัวใหญ่เชียว" นางเฟ้อหันไปหยิบถาดปลาขึ้นมาแล้ววางลงบนเขียงสับปลาออกเป็นชิ้น ธารได้ยินที่นางเฟ้อพูดก็อดที่จะขำอยู่ในใจไม่ได้เพราะเป็นฝีมือของเขาที่ไหนกัน เป็นของไอ้ดินต่างหาก "นี่ถ้าแม่รู้ว่าเป็นของไอ้ดิน แม่จะกินลงหรือเปล่านะ” ธารคิดก็นึกขำอยู่ในใจ ยิ่งเมื่อเห็นนางเฟ้อสับปลาออกเป็นท่อน ๆ โป๊กป๊าก ๆ ในหัวก็อดคิดถึงภาพทะลึ่งตึงตังไม่ได้ ถ้าไอ้ช่อนตัวนี้ เป็นไอ้ช่อนยักษ์ของดิน ป่านนี้ดินคงไม่เหลือความเป็นชายอีกแล้ว อ๊ากกกกกกกกก!! เสียงดินร้องดังลั่นครัวเมื่อโยนผักบุ้งลงกะทะแล้วน้ำมันกระเด็นโดนตัวทำเอาเจ้าตัวถึงกับกระโดดออกห่างจากเตา ที่บ้านของธารกำลังล้อมวงกินข้าว สีหน้าของนางเฟ้อไม่สู้ดีนักเพราะห่วงนายศักดิ์ที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล "วันนี้ข้าไปเยี่ยมพ่อพวกเอ็งมา อาการไม่สู้ดีเท่าไหร่ คงต้องใช้เงินอีกมากกว่าพ่อเอ็งจะหาย" "ใกล้เกี่ยวข้าวแล้ว ขายข้าวได้ก็น่าจะมีเงินพอรักษาพ่อ" "ไอ้ธาร อาทิตย์หน้าแม่ซื้อจากพระนครจะมาหาคนไปทำงานที่บ้านเ**กแถวเยาวราช เอ็งลองไปคัดตัวดูมั๊ย เห็นว่าได้เงินโขอยู่นะ สองสามปีก่อนไอ้มั่นที่มันได้รับเลือกไป ตอนนี้มันสร้างบ้านหลังใหญ่ให้นังบุญมีแม่มันได้แล้วนะ เห็นวันก่อนแม่มันเดินใส่ทองเส้นโตเทียวโม้อยู่ในตลาด" ธารนิ่งไปเพราะไม่อยากจากบ้านบางกะปิไปไกลถึงพระนคร "โห ถ้าพี่ธารได้เป็นหนุ่มพระนครอย่าลืมพาชั้นไปเที่ยวด้วยนะ" หลังอาหารมือเย็นธารล้มตัวลงนอนบนเตียงเอามือก่ายหน้าผาก กลุ้มใจที่จะต้องไปคัดตัวเพื่อไปทำงานบ้านเจ๊ก “นี่ถ้าไอ้ดินมันรู้ คงโกรธข้าน่าดู” ธารคิดก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะไม่รู้จะหาเงินจากไหนมากมายมารักษาพ่อ เพราะเท่าที่มีเงินเก็บทั้งบ้านก็ใช้รักษาพ่อจนแทบจะหมดตัว ดินออกมานอนที่แคร่หน้าบ้าน มองดูพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่ลอยเด่นอยู่บนฟ้า ลมหนาวพัดมาเบา ๆ กระทบกับร่างกำยำที่มีใส่เพียงกางเกงขาก๊วยพันผ้าขาวม้า ความเย็นเฉียบแล่นเข้าไปใต้ผิวหนังทำให้รู้สึกถึงความหนาวขึ้นมาในทันที “นี่ถ้ามีใครให้กอดก็คงดี” คืนนี้เป็นหนาวแรกหากจะกอดใครซักคนเพื่อคลายหนาวคงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากธาร คิดได้ดังนั้นดินก็รีบลุกขึ้นเดินหายไปในความมืด ดินเดินเข้ามาที่บริเวณบ้านไม้สองชั้นที่ตั้งอยู่กลางทุ่ง ด้านข้างเป็นคอกของไอ้บื้อ ดินเดินอ้อมเข้ามาทางคอกของไอ้บื้อเพราะห้องของธารอยู่ทางด้านหลังสามารถปีนขึ้นหลังคาคอกไอ้บื้อแล้วปีนหน้าต่างเข้าห้องธารได้อย่างง่ายดาย ก๊อก ก๊อก ก๊อก!! เสียงเคาะหน้าต่างห้องดังขึ้น ธารที่นอนพลิกตัวไปมาถอนหายใจเฮือกฮาก เพราะเครียดเรื่องจะมีแม่ซื้อมาคัดตัวไปทำงานหันมาทางหน้าต่างก็รู้ทันทีว่าใครที่อยู่นอกหน้าต่าง ก๊อก ก๊อก ก๊อก!! เสียงเคาะหน้าต่างดังขึ้นอีก เมื่อคนที่อยู่ภายในห้องมาเปิดหน้าต่างช้า คนข้างนอกก็มองซ้าย มองขวาเกาะหน้าต่างกลัวว่าใครจะมาเห็น "ธาร ธาร..." ดินส่งเสียงเรียกเบา ๆ หน้าต่างก็เปิดออก ดินรีบปีนหน้าต่างเข้ามาในห้องอย่างชำนาญโผเข้ากอดธาร โถมจูบธารไม่ทันตั้งตัว "เดี๋ยวก่อนไอ้ดิน" ธารพยายามขืนตัวไว้แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะดินจู่โจมอย่างหนักดันตัวธารไปถึงเตียง ร่างของดินคร่อมอยู่บนตัวธาร ดินถอดเสื้อของตัวเองออกเผยให้เห็นแผงอกเนื้อแน่น นมเต่งกล้ามแน่น หน้าท้องลอนสวย ดินโน้มตัวเข้าจู่โจมธารอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ธารที่อยู่ด้านล่างเอามือดันอกแกร่งของดินไว้ "เมื่อเย็นเอ็งทำข้าอารมณ์ค้างเติ่งมาจนถึงเดี๋ยวนี้ อย่าห้ามข้าอีกเลย" ธารมองดินที่ส่งสายตาอ้อนวอนลมหายของดินกระทบใบหน้า ใช่!! ตอนนี้ถ้าเขาอยากจะลืมสิ่งที่ทุกข์ใจไปชั่วครู่ จูบของดินนี่แหละที่จะทำให้ความทุกข์ของเขาคลายลง คิดได้อย่างนี้ธารก็ดึงคอดินลงมาและเป็นฝ่ายเริ่มจูบก่อน ดินจูบตอบบดขยี้ริมฝีปากของธารอย่างเมามันส์ สองคนแลกลิ้นตวัดไปมาอยู่ในโพลงปากของกันและกัน ดินถอดเสื้อของธารออกโยนทิ้ง จากนั้นถอดกางเกงของทั้งตัวเองและของธารออกอย่างรวดเร็ว ปล่อยร่างเปล่าเปลือยกล้ามเนื้อแน่นของสองคนเบียดเสียดตัวเสียดสีกันจนร้อนผ่าว มือต่างฝ่ายป่ายปัดลูบไล้ไปตามลำตัวขยี้ขยำเนื้อแน่นที่ตอนนี้เริ่มมีเหงื่อซึม เสียงลมหายใจหอบถี่ ดินจับตัวธารพลิกคว่ำลงจากนั้นก็จูบไล่ไปบนหลัง จนมาถึงบั้นเอว มือของดินคลึงไปบนก้นเต่งแล้วขย้ำอย่างแรง อ่าส์!! ธารร้องออกมาด้วยความเสียวซ่านจนเอามือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน เพราะกลัวว่าจะมีใครมาได้ยินเข้า ธารเหลียวหน้ามามองดินเห็นมือของดินกำลังจับที่ไอ้ช่อนของตัวเอง "ให้ข้าทำให้เอ็งมั๊ย" "ไม่ต้อง เอ็งรอรับความสุขจากข้าให้สบายเถอะ เดี๋ยวข้าจัดการเอง" ดินขยับมือสาวไอ้ช่อนของตัวเองสองสามทีจากลูกไอ้ช่อนก็กลายเป็นไอ้ช่อนยักษ์หัวตั้งชูชันลำตัวแข็งปั๋งพร้อมรบ "เอ็งอย่าแรงนักนะ" "ทำไม? เอ็งกลัวว่าข้าจะทำให้เอ็งครางจนแม่เอ็งตื่นเหรอ" “อือ...” "เอาเถอะถ้าเอ็งร้องเมื่อไหร่ข้าจะเอาไอ้ช่อนของข้าให้เอ็งกิน" ดินพูดไปพลางกางขาของธารออกเพื่อเตรียมพร้อมรับความสุขที่เขากำลังจะมอบให้ "เสียงเพลงแห่งความรักเริ่มบรรเลง....ซี๊ดดดดดดดด!" --- จบบทที่ 2 ---
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD