ตอน5:คำสัตย์สาบาน NC

2005 Words
สายลมหนาวพัดผ่าน ต้นไทรใหญ่ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ชายทุ่ง ใต้ต้นไทรมีศาลเก่าแก่ของเจ้าพ่อต้นไทรที่ดูรกร้างไม่น้อย เนื่องจากความศักดิ์สิทธิ์ที่ใครต่างหวาดกลัว เพราะเจ้าพ่อต้นไทรแห่งทุ่งบางกะปินี้ ถึงแม้จะให้คุณแต่ก็ให้โทษหนักหนาเช่นกัน หากคนที่มาบนบานไม่ได้ทำตามสัญญาที่สาบานไว้ จึงทำให้ผู้คนหวาดกลัวและค่อย ๆ หายไปจนแทบจะกลายเป็นศาลร้าง แต่บัดนี้ ดินและธารได้นั่งอยู่ที่หน้าศาลเจ้าพ่ออย่างไม่หวาดกลัวสิ่งใด แม้ใจต่างก็รู้ว่ารักกันมากเพียงใด แต่หากการพลัดพรากจากกันไกลครั้งนี้ สร้างความกังวลในหัวใจ เขาทั้งสองจึงต้องพึ่งพาสิ่งยึดเหนี่ยวและผูกใจของทั้งสองไว้นั่นก็คือ คำสาบานต่อหน้าเจ้าพ่อต้นไทร ดินจุดธูปของตัวเองและยื่นให้ธาร สองคนพนมมือเริ่มคำสัญญาต่อเจ้าพ่อต้นไทรอันศักดิ์สิทธิ์ “ข้าแต่เจ้าพ่อต้นไทรอันศักดิ์สิทธิ์ ข้าไอ้ดินขอสาบานต่อเจ้าพ่อต้นไทรว่า ข้าจะรักมั่นเพียงแค่ไอ้ดินคนนี้คนเดียว หากมีวันใดที่ข้าผิดคำสัตย์สาบานนี้ ขอให้ข้ามีชีวิตที่ไร้ความสุข ไร้รัก หากข้าตายก็ขอให้ตายอย่างโดดเดี่ยว และไม่ว่าชาติไหนก็มิอาจพบเจอรักแท้” “ข้าไอ้ดินก็เช่นกัน เจ้าพ่อต้นไทรอันศักดิ์สิทธิ์ หากข้า…ไอ้ดิน มีใครอื่น ขอให้ข้าตายอย่างหมาข้างถนน ไร้ซึ่งคนเหลียวแล สิ้นชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน” สิ้นคำสัตย์สาบานของทั้งคู่ก็เกิดลมแรงพัดผ่านวูบไปราวกับว่า เจ้าพ่อได้รับรู้คำสัญญาสาบานนี้ “สบายใจขึ้นหรือยัง” ดินพยักหน้ารับก่อนที่จะขยับหน้าเข้าไปใกล้ธารแล้วจูบโดยที่ธารไม่ได้ตั้งตัว ธารพยายามดันตัวดินออกเพราะอายที่ถูกจูบต่อหน้าเจ้าพ่อแบบนี้ ดินถอนจูบจากธาร “ทำอะไร? หน้าไม่อายนี่ต่อหน้าเจ้าพ่อนะ” “จูบนี้ให้เจ้าพ่อเป็นพยานว่าข้าจะรักเอ็งไปจนวันตาย จูบนี้จะไม่มีวันเป็นของใครนอกจากเอ็ง” “แล้วอย่างอื่นล่ะ” ธารยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้ดิน ดินได้ยินคำถามของธารก็เลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่าจะเอาจริง ๆ ใช่มั๊ย? ธารทำหน้าแบบไม่รู้ไม่ชี้ ท่าทางอ่อยเหยื่อทำให้สมองปั่นป่วนแบบนี้ถือว่าเป็นสเน่ห์อีกอย่างของธาร ที่ทำให้คนที่อยู่ด้วยทนไม่ไหวอยู่เนือง ๆ อยากกระชากกางเกงออกมาแล้วสวนแก่นกายเข้าร่างให้เต็มรัก ตอนนี้อยู่หน้าศาลเจ้าพ่อแท้ ๆ ยังมายั่วอารมณ์กันได้ ถึงแม้จะพยายามควบคุมใจตัวเองให้ไม่ทำอะไรรุ่มร่ามต่อหน้าเจ้าพ่อ แต่ไอ้ช่อนน้อยกลับแปลงร่างเป็นไอ้ช่อนยักษ์จนทนไม่ไหว ดินรวบตัวของธารเข้ามากอดจูบอย่างถาโถมบดขยี้อย่างไม่เกรงใจเจ้าพ่ออีกต่อไป “ไอ้ดิน เดี๋ยว ไอ้ดิน!!” ธารถอนจูบออกมาได้ก็พยายามห้ามดิน เพราะไม่คิดว่าดินจะอารมณ์ขึ้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้ขนาดนี้ ดินไม่สนใจคำทัดทาน กลับซุกไซร้บดขยี้ซอกคอ ดันตัวของธารนอนราบลงกับลานดินหน้าศาล “ข้าไม่ไหวแล้ว” “แต่นี่มันหน้าศาล” ธารพูดเสียงสั่นเครือต้านทานแรงพิสวาสของดินไม่ได้เช่นกัน “จะสนใจทำไมในเมื่อเจ้าพ่อคือพยานรักของเรา เจ้าพ่อจะได้รู้ว่าเอ็งและข้ารักกันเพียงใด” ดินพูดพลางเอามือล้วงเข้าไปในกางเกงของธาร ลูบคลำไอ้ช่อนของธารจนธารร้องครางออกมาเบา ๆ “ไอ้ดิน อย่า!!” ธารร้องบอกดินเสียงกระเส่าแต่ก็ไม่เป็นผล กางเกงของธารถูกถอดออก ดินขยับหน้าของตัวเองใช้ปากงับลิ้มรสความหวานของไอ้ช่อนหัวชมพูนวลสวยอวบอุย ดินสวบดูดคลึงเล็มเลียความหวานแก่นกายของธารราวกับว่า มันเป็นของหวานชั้นเลิศ ไม่นานนักน้ำหวานก็ทะลักออกมาจากแก่นกาย ผ่านลิ้นความหวานรสละมุนถูกกลืนลงคอด้วยความกระหาย ยิ่งเสียงครางของธารดังเท่าไหร่ ดินก็ยิ่งรัวลิ้นร้อนตวัดไปมาอย่างรวดเร็ว ทั้งดูด ทั้งดุนจนธารร้องครวญครางราวกับวิญญาณจะปลิดปลิวออกจากร่าง ดินสนุกกับการได้หยอกล้อกับไอ้ช่อนของคนรัก เสียงครางกระเส่าจากการกระทำที่เขามอบให้ ทำให้เขายิ่งอยากเล่นกับมัน ดินอมมันเอาไว้จนสุดโคนถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากจะกินมันเข้าไปเสียเดี๋ยวนี้! “อื้อออ...ไอ้ดิน ข้าทนไม่ไหวแล้ว รีบทำเถอะ” ธารพูดเสียงกระเส่าพร้อมยกสะโพกขึ้นหลังแทบไม่ติดพื้น ร่างบิดไปมากระสับกระส่าย ตอนนี้อารมณ์มาเกินจนล้นอยากให้ดินส่งไอ้ช่อนยักษ์ทะลวงเข้ามาในรูรักเสียที ดินไม่รอช้าจัดตามคำขอ เขาพลิกตัวธารคว่ำลงใช้แขนแกร่งยกสะโพกตั้งขึ้น ให้เขาได้สอดใส่ไอ้ช่อนยักษ์ตัวเขื่องที่พร้อมลอดถ้ำเสียว “วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าพ่อเห็นว่าข้ารักเอ็งเพียงใดไอ้ธาร” ดินพูดจบก็ส่งไอ้ช่อนยักษ์เข้าไปผจญภัยภายในถ้ำที่คุ้นเคย ปั๊ก!! ดินกระแทกแก่นกายเข้าไปจนมิดด้ามในคราวเดียว ธารหลับตาพริ้มจนลืมไปแล้วว่า ณ.ที่ตรงนี้มันคือหน้าศาลของเจ้าพ่อต้นไทร!! หากแต่ว่าบัดนี้เสียงบรรเลงรักดังสะท้านไปทั่วทั้งท้องทุ่ง... “อาส์สสสสสสสส อื๊มมมมม อูว์วววววว ซี๊ดดดดด...” เสียงกระเส่าครางของทั้งคู่ดังสอดประสานกัน รับจังหวะกระแทกกระทั้นที่ไอ้ดินบรรจงสับ เสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังไม่หยุด ตั๊บ ตั๊บ ตั๊บ! ธารมือหนึ่งกำผืนหญ้าไว้แน่น อีกมือจับขาศาลเจ้าพ่อเอาไว้ แรงกระแทกทำเอาศาลจ้าพ่อสะเทือนไปตามแรงกระแทก และท่วงท่าที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์ ดินจับธารหันหน้ามา ยกขาธารขึ้นพาดไหล่ ตั้งสะโพกขึ้นให้รับกับไอ้ช่อนยักษ์ แล้วปล่อยให้ไอ้ช่อนยักษ์ว่ายผ่านรูสวาทเข้าไปอย่างนุ่มนวลกว่าครั้งแรก เหมือนพายุได้สงบลงแล้ว มีเพียงลมหนาวเบา ๆ พัดมา แก่นกายอันแข็งแกร่งถูกดึงเข้าดึงออกเป็นจังหวะ จนน้ำรักทะลักทะล้นออกมาพร้อมเสียงผ่อนลมหายใจยาวของทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกัน ไม่มีครั้งไหนที่ทั้งคู่จะไม่ถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน... ลมเย็น ๆ พัดโชยผ่านกลางทุ่ง ยอดกิ่งไม้ใบไม้ยอดหญ้าปลิวไสวหยอกล้อกับสายลม กลิ่นควันธูปจากศาลเจ้าพ่อจางหายไป เหลือเพียงกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า ขณะนี้ได้ยินเสียงของสายลมเบา ๆ มาแทนที่เสียงครางสนั่นทุ่งเมื่อครู่ใหญ่ ๆ ที่ผ่านมา สองร่างที่ถาโถมเข้าใส่กันอย่างไม่บันยะบันยังเมื่อครู่ ตอนนี้นอนหลับไหลอ่อนแรงพิงต้นไทรอยู่ด้านหลังศาลเจ้าพ่อ ที่ซึ่งเป็นพยานรักของเขาทั้งสอง สองคนหลับภายใต้อ้อมกอดของกันและกันเพราะเหนื่อยล้าจากการกรำศึกรักอย่างหนักหน่วง ไม่นานนักธารก็ตื่นลืมตาขึ้น แต่เมื่อเห็นดินยังคงหลับอยู่ก็ไม่กล้าขยับตัวได้แต่กระชับกอดให้แน่นขึ้น ซุกหน้าแนบกับอกแกร่งของชายคนรัก “ตื่นแล้วรึ” เสียงของดินดังขึ้นแต่ตายังคงหลับอยู่ “ข้าทำให้เอ็งตื่นหรือเปล่า” “ข้าตื่นนานแล้วแต่เห็นเอ็งกำลังหลับสบายข้าเลยไม่อยากปลุก ได้นอนกอดเอ็งนาน ๆ แบบนี้ ข้าสุขใจเหลือเกิน เอ็งรู้มั๊ยว่าข้าหลับได้ไม่เต็มตาเลย เพราะกลัวว่าตื่นขึ้นมาเอ็งจะหายไป” ธารขยับตัวขึ้นมามองหน้าดิน “ข้าจะหายไปไหนได้ยังไง เอ็งเล่นกอดข้าแน่นซะขนาดนี้” “ข้าถึงไม่อยากคลายกอดจากเอ็งไง” “งั้นตอนนี้เอ็งก็กอดข้าเถอะ กอดข้าจนกว่าเอ็งพอใจ” “งั้นเอ็งก็ทนโดนเหน็บกินเถอะ” “ข้าทนได้” ธารมองดินยิ้มพลางส่ายหัวเบา ๆ กับคำหวานของดินที่ช่างขยันหยอดเหลือเกิน ธารขยับตัวซบลงบนไหล่กว้างของดิน “ข้ามีความสุขเหลือเกิน” ธารพึมพำแต่ยังไม่ทันได้ดื่มด่ำกับกอดนี้ ทั้งคู่ก็ต้องตกใจจนผละออกจากกันแทบไม่ทันเมื่อเสียงของนางเฟ้อดังขึ้น “ไอ้ธาร ไอ้ดิน!!” ดินกับธารสะดุ้งหันไปตามเสียงเห็นนางเฟ้อยืนจังก้าจ้องเขม็งมาทางทั้งคู่ที่นอนกอดกัน “แม่!!” ธารรีบผละออกจากดิน นางเฟ้อหันไปหยิบไม้ท่อนที่อยู่ใกล้ ๆ เดินพุ่งเข้าไปหาดินแล้วตีอย่างแรง “ไอ้ดิน ไอ้ชั่วมึงทำอะไรลูกกู” “แม่อย่า!!” ธารผวาเข้าไปห้ามนางเฟ้อแต่ถูกผลักออกมา นางเฟ้อโกรธจัดหันมาตีธาร “พวกมึงมาทำอะไรอุบาทว์ชาติชั่วกันตรงนี้” “ป้าเฟ้ออย่าจ่ะ” ดินเอาตัวมาขวางนางเฟ้อไว้ นางเฟ้อโมโหเอาท่อนไม้ทุบดินแบบไม่ยั้ง ยิ่งเห็นดินเอาตัวบังกอดธารเอาไว้ไม่ให้โดนตีก็ยิ่งโกรธ “ป้าเฟ้อตีชั้นให้ตายเลยก็ได้ แต่อย่าทำอะไรธาร” “มึงไม่มีสิทธิ์มาสั่งกู มึงพาลูกกูมาทำจัญไร กูจะตีมึงให้ตาย!!” “พอเถอะแม่ ถ้าดินตายข้าจะตายตาม” นางเฟ้อได้ยินธารพูดก็ชะงักมองหน้าธารรู้สึกทั้งโกรธและเสียใจที่มีลูกชายกับเขาคนนึงแต่มาทำเรื่องชั่วแบบนี้ “ไหน ๆ แม่ก็เห็นแล้ว ข้าบอกแม่เลยก็แล้วกัน ข้ากับดินรักกัน” “ไอ้ธาร!!” นางเฟ้อแผดเสียงลั่นโกรธจัด ง้างไม้ทุบทั้งดินและธารสองคนกอดกันกลมน้ำตาไหลพรากพร้อมตายด้วยมือแม่อย่างนางเฟ้อ “ไอ้ลูกชั่ว กูจะตีมึงให้ตายดีกว่าให้มึงทำเรื่องอัปปรีย์จัญไรให้ขายขี้หน้าคนทั้งบาง” นางเฟ้อตีธารไปก็น้ำตาไหลพราก ดินพยายามปัดป้องเอาตัวบังไม่ให้ไม้ถูกตัวของธาร เวลาผ่านไปไม่นาน นางเฟ้อตีทั้งธารและดินจนหมดแรง ดินและธารทรุดลงนอนกองกับพื้นคิดว่าต้องตายแน่แล้วในวันนี้ นางเฟ้อกระชากตัวธารที่นอนหมดแรงออกมาจากดินที่บัดนี้นอนไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะปกป้องคนรัก สายตามองมายังธารที่ร้องไห้น้ำตาไหลสงสารดิน หากแต่ตัวเองก็ระบมไปทั้งตัวไม่มีแม้กระทั่งเรี่ยวแรงจะยืน ดินพยายามจะผงกหัวลุกขึ้นไปหาธาร นางเฟ้อเดินมาจ้องหน้าดินที่นอนอยู่กับพื้น กำลังง้างมือจะฟาดดิน “แม่อย่า!!” ธารคลานเข้ามาเกาะขานางเฟ้อไม่ให้ทำอะไรดินอีก “ชั้นยอมแล้วแม่ แม่จะให้ชั้นทำอะไรชั้นยอมหมดเลย อย่าทำอะไรดินเลยนะแม่” ธารจับชายผ้าถุงของนางเฟ้อร้องไห้ร้องขอชีวิต ดินที่นอนมองมาทางธารน้ำตาเอ่อล้นปนกับเลือดที่ไหลอาบแก้ม แต่นางเฟ้อไม่สนใจคำขอของธาร ฟาดไม้ลงที่หัวดินอย่างแรง ผลั๊วะ!! “ไอ้ดิน!!” ธารร้องเรียกดินสุดเสียง ดินหน้าฟุบลงกับพื้นนอนนิ่งราวกับจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก “หรือรักของเอ็งกับข้าจะสิ้นสุดลงตรงนี้ หากเป็นเช่นนั้นจงจำเอาไว้ว่า ถึงแม้กายข้าจะจากไป แต่หัวใจของข้าจะไม่มีวันดับสลาย และยังคงรักเอ็งตลอดไป ไอ้ธาร สุดที่รักของข้า” ---จบบทที่ 5---
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD