เสียงฝีเท้าดังจากข้างหลัง
“พวกเอ็งนี่คุยเรื่องศพกันสนุกดีแท้”
ลุงยอดเดินถือแก้วกาแฟสองใบมาให้ กลิ่นเข้มของกาแฟหอมตัดกับกลิ่นธูปที่จางในอากาศ
“ลุงยอด นึกว่าจะปิดร้านแล้ว”
“ก็ได้ยินว่ามีศพใหม่ เลยคั่วกาแฟมาฝาก กลางคืนแบบนี้ มันเหมาะกับคนยังไม่นอน”
ฮิมรับแก้วกาแฟมาถือไว้ในมือ เพลินยกแก้วขึ้นดม
“โห เข้มอย่างกับน้ำมันเครื่องเลยลุง”
“นั่นแหละ ถึงจะอยู่ได้” ลุงยอดหัวเราะในลำคอ
ฮิมวางแก้วลงบนขอบโลง เหมือนจะใช้กลิ่นนั้นข่มกลิ่นยาฉุนของศพ “ลุงรู้จักยายคนนี้ไหม?”
ลุงยอดมองศพนิ่ง ๆ ก่อนตอบช้า ๆ
“หน้าคุ้น...แต่จำไม่ได้...อายุขนาดนี้ คนแถวนี้ตายกันไปหมดแล้ว”
เขาหยุดครู่หนึ่ง เหมือนจะนึกอะไรได้
“แต่ข้าจำกลิ่นนี้ได้นะ”
“กลิ่น กลิ่นอะไรลุง?” เพลินถาม
“อืม...กลิ่นน้ำอบผสมใบเตย...กับกลิ่นข้าวใหม่...คนสมัยก่อนเขาใช้กลิ่นแบบนี้ตอนหุงข้าวต้มกัน”
เสียงลุงยอดแผ่ว เหมือนคนพูดกับอากาศมากกว่าคนตรงหน้า
หมวดเพลินขมวดคิ้ว “ลุงพูดเหมือนรู้จักยาย”
“ข้าไม่แน่ใจหรอก” ลุงยอดยิ้มมุมปาก “แต่บางกลิ่นมันคุ้นเคย แม้เวลาผ่านไปนาน...”
เงียบชั่วครู่ มีเสียงลมพัดเข้ามาในศาลา แสงเทียนดับวูบไปดวงหนึ่ง เพลินสะดุ้ง หันซ้ายขวา แต่ฮิมยืนนิ่งเหมือนไม่แปลกใจ
“ลมแรงดีนะ” เพลินพูดกลบเกลื่อน
“ลมเหรอ…” ฮิมพูดช้า ๆ “บางทีอาจไม่ใช่”
ลุงยอดหัวเราะเบา ๆ
“อย่าคิดมากหมวด ขนาดคนยังไม่เข้าใจตัวเอง แล้วจะให้เข้าใจวิญญาณยังไง”
พูดจบ เขาก็หยิบแก้วกาแฟขึ้น จิบช้า ๆ ก่อนเดินออกจากศาลาไปเหมือนควันกาแฟจาง ๆ ที่ละลายไปกับอากาศ
เพลินเหลือบมองซองจดหมายในมืออีกครั้ง
“ผมจะเก็บไว้ก่อน” เขาว่า
ฮิมพยักหน้าเบา ๆ “ฝากไว้กับหมวดนั่นแหละ เหมาะแล้ว”
“แล้วจะรู้ได้ไงว่าใครเป็นลูกชายยาย”
“เดี๋ยวเขาก็มาหาเองแหละ” ฮิมตอบเสียงเรียบ
“ยังไง พูดแบบนี้อีกละ ไม่บอกให้หมดทีเดียวเลยล่ะ” เพลินโวย ฮิมหันมามองตาเขานิ่ง ๆ แล้วพูดเหมือนจะบอกความลับ
“คนที่ตายด้วยความค้างใจ...เขาไม่ชอบอยู่เฉย ๆ หรอกหมวด”
คำพูดนั้นทำให้เพลินขนลุกทั้งแขน เขาหันไปมองศพยายอีกครั้ง
แล้วเหมือนจะเห็น “เงา” บางอย่างสะท้อนในกระจกหน้าศาลา เงาของหญิงแก่ที่ยิ้มบาง ๆ
แต่พอกะพริบตาอีกที ก็ไม่มีแล้ว เหลือเพียงซองจดหมายในมือ ที่ดูเหมือนจะเปียกชื้นขึ้นกว่าเดิมทั้งที่ยังไม่ได้โดนน้ำ
ฮิมก้มหน้าเก็บของต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงระฆังวัดดังขึ้นเบา ๆ หนึ่งครั้ง จากหอระฆังที่ไม่มีใครอยู่ หมวดเพลินมองขึ้นฟ้า สูดลมหายใจลึก แล้วพูดกับตัวเองเบา ๆ
“งั้นผมจะหาคำตอบเรื่องนี้ให้ได้...”
เขาไม่รู้เลยว่า จดหมายครึ่งใบในมือ จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เรื่องของคนเป็น ที่ต้องช่วยให้คนตายได้ไปต่อ
เสียงฝนหยุดไปได้พักใหญ่แล้ว เหลือเพียงกลิ่นดินหลังฝนที่คลุ้งอยู่ทั่วบริเวณวัด ท้องฟ้าเหนือยอดไม้ยังคล้ำ แต่ดวงจันทร์โผล่พ้นเมฆขึ้นมาอย่างเชื่องช้า แสงนวลนั้นสาดลงบนศาลาไม้และโลงศพหญิงชราที่วางนิ่งอยู่กลางห้อง
ฮิมนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างโลง มือถือผ้าขาวพับเป็นสี่เหลี่ยมบนตัก
ข้างตัวมีแก้วกาแฟของลุงยอดที่เย็นจนผิวแก้วเป็นฝ้า
เขามองไอน้ำบนผิวนั้นแล้วพูดเสียงเรียบ เหมือนคุยกับคนที่ไม่มีอยู่ตรงหน้า
“ยาย...ถ้ามีใครมาหา ผมจะบอกให้ว่ายายรออยู่นะ”
เงียบ ไม่มีเสียงตอบ
แต่ลมจากด้านนอกกลับพัดเข้ามาเบา ๆ พาเอากลิ่นหอมของใบตองแห้งที่ใช้ห่อของใส่บาตรลอยตามเข้ามา กลิ่นนั้นแปลก เหมือนข้าวหอมที่พึ่งหุง ผสมกลิ่นน้ำอบเก่า ๆ และกลิ่นควันธูปที่เพิ่งดับ
ฮิมนิ่ง เขารู้ดีว่า “ใครบางคน” อาจกำลังฟังอยู่
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังมาจากข้างหลัง หมวดเพลินเดินกลับเข้ามาในศาลา ถือถุงพลาสติกที่ดูเหมือนจะมีข้าวเหนียวกับกล้วย
“ของที่ชาวบ้านฝากมาให้ใส่บาตรพรุ่งนี้น่ะ ผมเลยเอามาไว้ตรงนี้ก่อน”
ฮิมพยักหน้า “ฝนลงไม่หยุดเลย พรุ่งนี้คงไม่มีใครตื่นใส่บาตรหรอกหมวด”
“แหม ก็ไม่แน่พี่ ” เพลินตอบ “บางทีคนที่ตายไปแล้ว อาจอยากถวายของเหมือนกัน อ่ะ แฮ่ ! ล้อเล่น แหะ ๆ”
พูดจบก็นั่งลงข้างฮิม ถอนหายใจเฮือก “รู้ไหม ผมไม่เคยกลัวศพนะ แต่คืนนี้แม่งแปลก ๆ ไม่เหมือนพี่ คงชินแล้วสิ”
ฮิมเลิกคิ้ว “แปลกยังไง?”
“ก็แบบ...เหมือนมีคนมองตลอดเวลาอ่ะ ทั้งที่ไม่มีใคร”
ฮิมมองหน้าเพลิน แล้วพูดช้า ๆ
“หมวด…คนที่รู้สึกแบบนั้นได้ หมายความว่าเขาเริ่มมองเห็นเหมือนผมแล้วนะ”
หมวดเพลินหัวเราะกลบ “อย่ามาหลอก ผมไม่เอาด้วยนะ ผมว่าพี่ก็แปลก สัปเหร่อเขาต้องเป็นแบบนี้ทุกคนใช่ไหม”
แต่หัวเราะของเขากลับขาดตอน เมื่อมีเสียง ก๊อก...ก๊อก... ดังมาจากฝั่งโลงศพ
ทั้งคู่หันไปพร้อมกัน เทียนเล่มหนึ่งที่วางไว้ข้างรูปยายดับลงเอง ทั้งที่ไม่มีลม
“เห็นไหม” ฮิมพูดเสียงเรียบ “ยายอยากคุยด้วย”
เพลินหน้าเริ่มซีด “พี่นี่พูดได้หน้าตาเฉยเลยนะ อย่ามาอำผมเลย คนยิ่งกลัวอยู่เนี่ย”
“ก็พูดเรื่องจริงไง” ฮิมตอบนิ่ง “ยายยังไม่ไปไหนหรอก”
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินไปหยุดตรงหน้าโลง ปลายนิ้วสัมผัสขอบไม้เรียบ ๆ ที่เย็นเฉียบ ก่อนพูดเสียงเบาเหมือนรำพัน
“ลูกชายยายจะได้เห็นจดหมายนั้นแน่...ผมสัญญา”
แสงจันทร์ส่องเข้ามากระทบฝาโลง
มีเงาร่างของหญิงแก่ในชุดผ้าซิ่นยืนอยู่ตรงมุม เส้นผมขาวปลิวแผ่วในอากาศ ใบหน้าของเธอไม่ชัด แต่ยิ้มอ่อนเหมือนคนกำลังโล่งใจ