ตำรวจสายฮา

1098 Words
เสียงฝีเท้าดังจากข้างหลัง “พวกเอ็งนี่คุยเรื่องศพกันสนุกดีแท้” ลุงยอดเดินถือแก้วกาแฟสองใบมาให้ กลิ่นเข้มของกาแฟหอมตัดกับกลิ่นธูปที่จางในอากาศ “ลุงยอด นึกว่าจะปิดร้านแล้ว” “ก็ได้ยินว่ามีศพใหม่ เลยคั่วกาแฟมาฝาก กลางคืนแบบนี้ มันเหมาะกับคนยังไม่นอน” ฮิมรับแก้วกาแฟมาถือไว้ในมือ เพลินยกแก้วขึ้นดม “โห เข้มอย่างกับน้ำมันเครื่องเลยลุง” “นั่นแหละ ถึงจะอยู่ได้” ลุงยอดหัวเราะในลำคอ ฮิมวางแก้วลงบนขอบโลง เหมือนจะใช้กลิ่นนั้นข่มกลิ่นยาฉุนของศพ “ลุงรู้จักยายคนนี้ไหม?” ลุงยอดมองศพนิ่ง ๆ ก่อนตอบช้า ๆ “หน้าคุ้น...แต่จำไม่ได้...อายุขนาดนี้ คนแถวนี้ตายกันไปหมดแล้ว” เขาหยุดครู่หนึ่ง เหมือนจะนึกอะไรได้ “แต่ข้าจำกลิ่นนี้ได้นะ” “กลิ่น กลิ่นอะไรลุง?” เพลินถาม “อืม...กลิ่นน้ำอบผสมใบเตย...กับกลิ่นข้าวใหม่...คนสมัยก่อนเขาใช้กลิ่นแบบนี้ตอนหุงข้าวต้มกัน” เสียงลุงยอดแผ่ว เหมือนคนพูดกับอากาศมากกว่าคนตรงหน้า หมวดเพลินขมวดคิ้ว “ลุงพูดเหมือนรู้จักยาย” “ข้าไม่แน่ใจหรอก” ลุงยอดยิ้มมุมปาก “แต่บางกลิ่นมันคุ้นเคย แม้เวลาผ่านไปนาน...” เงียบชั่วครู่ มีเสียงลมพัดเข้ามาในศาลา แสงเทียนดับวูบไปดวงหนึ่ง เพลินสะดุ้ง หันซ้ายขวา แต่ฮิมยืนนิ่งเหมือนไม่แปลกใจ “ลมแรงดีนะ” เพลินพูดกลบเกลื่อน “ลมเหรอ…” ฮิมพูดช้า ๆ “บางทีอาจไม่ใช่” ลุงยอดหัวเราะเบา ๆ “อย่าคิดมากหมวด ขนาดคนยังไม่เข้าใจตัวเอง แล้วจะให้เข้าใจวิญญาณยังไง” พูดจบ เขาก็หยิบแก้วกาแฟขึ้น จิบช้า ๆ ก่อนเดินออกจากศาลาไปเหมือนควันกาแฟจาง ๆ ที่ละลายไปกับอากาศ เพลินเหลือบมองซองจดหมายในมืออีกครั้ง “ผมจะเก็บไว้ก่อน” เขาว่า ฮิมพยักหน้าเบา ๆ “ฝากไว้กับหมวดนั่นแหละ เหมาะแล้ว” “แล้วจะรู้ได้ไงว่าใครเป็นลูกชายยาย” “เดี๋ยวเขาก็มาหาเองแหละ” ฮิมตอบเสียงเรียบ “ยังไง พูดแบบนี้อีกละ ไม่บอกให้หมดทีเดียวเลยล่ะ” เพลินโวย ฮิมหันมามองตาเขานิ่ง ๆ แล้วพูดเหมือนจะบอกความลับ “คนที่ตายด้วยความค้างใจ...เขาไม่ชอบอยู่เฉย ๆ หรอกหมวด” คำพูดนั้นทำให้เพลินขนลุกทั้งแขน เขาหันไปมองศพยายอีกครั้ง แล้วเหมือนจะเห็น “เงา” บางอย่างสะท้อนในกระจกหน้าศาลา เงาของหญิงแก่ที่ยิ้มบาง ๆ แต่พอกะพริบตาอีกที ก็ไม่มีแล้ว เหลือเพียงซองจดหมายในมือ ที่ดูเหมือนจะเปียกชื้นขึ้นกว่าเดิมทั้งที่ยังไม่ได้โดนน้ำ ฮิมก้มหน้าเก็บของต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงระฆังวัดดังขึ้นเบา ๆ หนึ่งครั้ง จากหอระฆังที่ไม่มีใครอยู่ หมวดเพลินมองขึ้นฟ้า สูดลมหายใจลึก แล้วพูดกับตัวเองเบา ๆ “งั้นผมจะหาคำตอบเรื่องนี้ให้ได้...” เขาไม่รู้เลยว่า จดหมายครึ่งใบในมือ จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เรื่องของคนเป็น ที่ต้องช่วยให้คนตายได้ไปต่อ เสียงฝนหยุดไปได้พักใหญ่แล้ว เหลือเพียงกลิ่นดินหลังฝนที่คลุ้งอยู่ทั่วบริเวณวัด ท้องฟ้าเหนือยอดไม้ยังคล้ำ แต่ดวงจันทร์โผล่พ้นเมฆขึ้นมาอย่างเชื่องช้า แสงนวลนั้นสาดลงบนศาลาไม้และโลงศพหญิงชราที่วางนิ่งอยู่กลางห้อง ฮิมนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างโลง มือถือผ้าขาวพับเป็นสี่เหลี่ยมบนตัก ข้างตัวมีแก้วกาแฟของลุงยอดที่เย็นจนผิวแก้วเป็นฝ้า เขามองไอน้ำบนผิวนั้นแล้วพูดเสียงเรียบ เหมือนคุยกับคนที่ไม่มีอยู่ตรงหน้า “ยาย...ถ้ามีใครมาหา ผมจะบอกให้ว่ายายรออยู่นะ” เงียบ ไม่มีเสียงตอบ แต่ลมจากด้านนอกกลับพัดเข้ามาเบา ๆ พาเอากลิ่นหอมของใบตองแห้งที่ใช้ห่อของใส่บาตรลอยตามเข้ามา กลิ่นนั้นแปลก เหมือนข้าวหอมที่พึ่งหุง ผสมกลิ่นน้ำอบเก่า ๆ และกลิ่นควันธูปที่เพิ่งดับ ฮิมนิ่ง เขารู้ดีว่า “ใครบางคน” อาจกำลังฟังอยู่ เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังมาจากข้างหลัง หมวดเพลินเดินกลับเข้ามาในศาลา ถือถุงพลาสติกที่ดูเหมือนจะมีข้าวเหนียวกับกล้วย “ของที่ชาวบ้านฝากมาให้ใส่บาตรพรุ่งนี้น่ะ ผมเลยเอามาไว้ตรงนี้ก่อน” ฮิมพยักหน้า “ฝนลงไม่หยุดเลย พรุ่งนี้คงไม่มีใครตื่นใส่บาตรหรอกหมวด” “แหม ก็ไม่แน่พี่ ” เพลินตอบ “บางทีคนที่ตายไปแล้ว อาจอยากถวายของเหมือนกัน อ่ะ แฮ่ ! ล้อเล่น แหะ ๆ” พูดจบก็นั่งลงข้างฮิม ถอนหายใจเฮือก “รู้ไหม ผมไม่เคยกลัวศพนะ แต่คืนนี้แม่งแปลก ๆ ไม่เหมือนพี่ คงชินแล้วสิ” ฮิมเลิกคิ้ว “แปลกยังไง?” “ก็แบบ...เหมือนมีคนมองตลอดเวลาอ่ะ ทั้งที่ไม่มีใคร” ฮิมมองหน้าเพลิน แล้วพูดช้า ๆ “หมวด…คนที่รู้สึกแบบนั้นได้ หมายความว่าเขาเริ่มมองเห็นเหมือนผมแล้วนะ” หมวดเพลินหัวเราะกลบ “อย่ามาหลอก ผมไม่เอาด้วยนะ ผมว่าพี่ก็แปลก สัปเหร่อเขาต้องเป็นแบบนี้ทุกคนใช่ไหม” แต่หัวเราะของเขากลับขาดตอน เมื่อมีเสียง ก๊อก...ก๊อก... ดังมาจากฝั่งโลงศพ ทั้งคู่หันไปพร้อมกัน เทียนเล่มหนึ่งที่วางไว้ข้างรูปยายดับลงเอง ทั้งที่ไม่มีลม “เห็นไหม” ฮิมพูดเสียงเรียบ “ยายอยากคุยด้วย” เพลินหน้าเริ่มซีด “พี่นี่พูดได้หน้าตาเฉยเลยนะ อย่ามาอำผมเลย คนยิ่งกลัวอยู่เนี่ย” “ก็พูดเรื่องจริงไง” ฮิมตอบนิ่ง “ยายยังไม่ไปไหนหรอก” เขาค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินไปหยุดตรงหน้าโลง ปลายนิ้วสัมผัสขอบไม้เรียบ ๆ ที่เย็นเฉียบ ก่อนพูดเสียงเบาเหมือนรำพัน “ลูกชายยายจะได้เห็นจดหมายนั้นแน่...ผมสัญญา” แสงจันทร์ส่องเข้ามากระทบฝาโลง มีเงาร่างของหญิงแก่ในชุดผ้าซิ่นยืนอยู่ตรงมุม เส้นผมขาวปลิวแผ่วในอากาศ ใบหน้าของเธอไม่ชัด แต่ยิ้มอ่อนเหมือนคนกำลังโล่งใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD