ข้าวกล่องของคนที่ไม่มีชื่อ

1200 Words
หมวดเพลินลุกพรวด “ว๊ากกกก พี่ฮิม... เห็นไหมน่ะ?” ฮิมไม่ตอบ เขาเพียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วโค้งศีรษะให้เงานั้น หญิงชราก้าวถอยหลังทีละก้าว ก่อนละลายไปในเงาแสงเทียนที่เหลือ “เฮ้ย...ผมว่าผมต้องกินกาแฟลุงยอดมากเกินไปแน่ ๆ” เพลินพึมพำ ฮิมหันมายิ้มมุมปาก “ไม่หรอกหมวด บางคนได้ยิน บางคนเห็น บางคน...ก็ถูกเรียกให้ช่วย” เพลินกลืนน้ำลาย “พี่สัปเร่อคนหล่อนี่พูดเหมือนพวกพระนั่งสมาธิเลย” “ไม่ต้องถึงขั้นนั่งสมาธิหรอก สงบ นิ่ง แค่ใจมันไม่หนีก็พอ เพราะหนีไปก็ไม่พ้น” ฮิมตอบเรียบ ๆ เสียงฝนเริ่มโปรยลงมาอีกครั้ง เพลินมองออกไปนอกศาลา เห็นลุงยอดยืนอยู่ใต้ต้นโพธิ์ไกล ๆ ถือร่มไม้ไผ่คันเก่า “นั่นลุงยอดคนขายกาแฟคนนั้นใช่ไหมน่ะ?” เขาชี้ไป แต่พอฮิมหันไปดู ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น “หมวด…” ฮิมพูดช้า ๆ “อย่าเพิ่งไปไหนคืนนี้ อยู่ช่วยกันเฝ้าศพยายก่อน” เพลินถอนหายใจ “มาถึงขั้นนี้ละ จะปฏิเสธพี่ก็ดูใจดำไปใช่ป่ะ” ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นกลืนกับเสียงฝนที่ตกลงบนหลังคาศาลาอย่างอ่อนโยน แสงเทียนสุดท้ายเริ่มสั่น ฮิมหยิบไม้ขีดจุดไฟใหม่ แล้วมองเปลวไฟเต้นระยิบในดวงตาตัวเอง “ยาย...พักก่อนนะ เดี๋ยวเราจะหาลูกให้เจอ” เพลินวางซองจดหมายไว้บนฝาโลง แต่ทันใดนั้น ลมเย็นวูบหนึ่งก็พัดผ่าน กระดาษในซองเปิดออกเอง เผยให้เห็น “ครึ่งข้อความที่เหลือ” ตัวอักษรเพียงไม่กี่คำแต่ทำให้ทั้งสองนิ่งงัน “ลูกอยู่ไม่ไกล...แต่เขาไม่ใช่คนเดิมแล้ว” เงียบ ไม่มีใครพูดอะไรอีก เสียงระฆังจากหอไกลดังขึ้นอีกครั้ง ช้า ๆ หนักแน่น ก้อง...ก้อง...ก้อง... เพลินมองไปทางโลง “ยายจะหมายความว่ายังไงวะ” ฮิมก้มหน้า เอ่ยเสียงเบา “บางที...คนเราต้องตายก่อน ถึงจะได้เจอกันอีกที” เขาหันไปมองภาพยายอีกครั้ง เทียนทุกเล่มดับลงพร้อมกันในจังหวะเดียว แสงสุดท้ายของคืนค่อย ๆ เลือนหายเหลือเพียงกลิ่นกาแฟอุ่นที่ยังไม่จาง และเสียงหัวใจของคนเป็น ที่เริ่มเต้นในจังหวะเดียวกับเสียงฝนที่กลับมาอีกครั้ง เช้าวันรุ่งขึ้นหลังคืนที่ไฟเทียนดับ วัดเงียบจนได้ยินเสียงฝนตกกระทบหลังคาเฌอราบาง ๆกลิ่นกาแฟจากร้านลุงยอดลอยมาตามลม เข้มจนเหมือนควันฝังในอากาศ ฮิมยืนอยู่หน้าศาลา มือถือไม้กวาดเก่า ๆ ปัดใบไม้ที่เปียกชื้นออกจากบันไดตาเหม่อมองไปยังโลงศพหญิงชราที่วางอยู่กลางศาลา ไม่มีพระ ไม่มีญาติ มีแต่เขา กับเสียงนกเอี้ยงที่บินเข้ามาหากินใกล้ ๆ เขาพึมพำเหมือนพูดกับศพ “เมื่อคืนยายยังไม่ไปใช่ไหม” ไม่มีเสียงตอบกลับ มีแต่กลิ่นบางอย่างลอยอ้อยอิ่งในอากาศ กลิ่นข้าวหอมปนใบเตยอ่อน ๆ เหมือนเมื่อคืนนั้นอีก ฮิมหลับตา สูดลมหายใจเข้าลึก “กลิ่นแบบนี้...ไม่ใช่กลิ่นคนตาย” เขาคิดในใจ “จะบ้าตายรายวัน พี่สัปเหร่อคุยกับศพแต่เช้าเลยเหรอ !” เสียงหมวดเพลินดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินถือถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งเข้ามาในศาลา สภาพยับเยินเหมือนคนนอนไม่พอ แต่ยังมีแววตาสนุกอยู่ในนั้น “ก็ไม่มีคนอยู่ จะคุยกับหมาเหรอ” ฮิมตอบเรียบ ๆ “อย่างน้อยหมามันก็ยังหอนตอบ” เพลินว่า แล้วโยนหมูปิ้งอีกไม้ให้ “กินบ้างเถอะ คนตายยังไม่กินข้าว คนเป็นจะเป็นลมก่อน” ฮิมรับไว้เฉย ๆ ไม่ตอบอะไร เขามองไปที่จดหมายครึ่งใบที่วางอยู่บนโต๊ะหมู่บูชา เหมือนมันยังเปียกชื้นจากคืนก่อน “หมวด...จดหมายนั่น แกเอาไปตรวจหรือยัง” “กำลังจะส่งให้กองพิสูจน์ฯ” เพลินตอบพลางอ้าปากเคี้ยว “แต่ฉันว่ามันคงไม่ได้ช่วยอะไรหรอก ไม่มีชื่อ ไม่มีที่อยู่” “งั้นก็ฝากยายไว้ก่อนแล้วกัน” ฮิมพูด “เผื่อเขาจะรู้เอง” เพลินทำหน้าเหวอ “พูดอย่างกับยายยังเดินไปหยิบได้” ฮิมไม่ตอบ แต่เดินไปหยุดตรงหน้าโลงอีกครั้ง เงาเขาซ้อนอยู่บนฝาไม้เรียบ มองคล้ายเงาคนสองคนยืนเคียงกันในแสงสลัว เพลินเหลือบตามองแล้วพูดแผ่ว ๆ “เฮ้ย...พี่ฮิม...เงามัน...” ฮิมหันกลับมา “อะไร” “เปล่า...” เพลินรีบส่ายหัว “ผมตาฝาดเอง” เสียงไม้กวาดลากพื้นต่อไปช้า ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีเสียง ตึก...ตึก...ตึก... ดังจากบนศาลา ทั้งสองหันไปพร้อมกัน ฝาโลงไหวเบา ๆ เหมือนมีใครเคาะจากข้างใน หมวดเพลินถอยหลังทันที “พี่อย่าเล่นแบบนี้นะฮิม ผมไม่ชอบ มันหลอน !” “ไม่ได้เล่นอะไร ฉันไม่ได้ทำ” ฮิมพูดเรียบ แล้ววางไม้กวาดลง เดินไปใกล้โลงอีกครั้ง เขาเอามือแตะข้างฝาเบา ๆ เสียงนั้นก็หายไป เหมือนหยุดรอฟังว่าเขาจะพูดอะไร “ยาย...อยากพูดอะไรก็บอก” เพลินยกมือไหว้ “ถ้ายายจะพูดก็พูดกับมันคนเดียวเถอะนะ ผมไม่เกี่ยว” แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ตกกระทบจดหมายครึ่งใบที่วางอยู่ ตัวอักษรที่ซีดจนแทบลบเลือนกลับชัดขึ้นทีละนิด ฮิมก้าวเข้าไปใกล้ เห็นข้อความเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งบรรทัด “อย่าเผาฉัน...ลูกชายฉันยังไม่รู้ว่าฉันให้อภัยเขาแล้ว” เขาชะงัก คำนี้ไม่ใช่ประโยคเดิมเมื่อคืน หมวดเพลินมองตาม “เฮ้ย เมื่อคืนไม่ได้มีบรรทัดนี้นี่หว่า” ฮิมพึมพำเบา ๆ “ยายกำลังเขียนต่อ...” ก่อนที่เพลินจะได้พูดอะไรต่อ เสียงระฆังวัดก็ดังขึ้น ก้อง...ก้อง... ทั้งคู่สะดุ้งหันไปมอง ไม่มีใครอยู่ตรงหอระฆัง แต่เชือกระฆังขยับเองเบา ๆ ราวกับมีใครเพิ่งปล่อยมือจากมัน เพลินพูดเสียงสั่น “ผมว่าผมอยู่เกินเวลาแล้วแน่ ๆ” “จะไปไหน” ฮิมพูดโดยไม่เงยหน้า “ไปกินกาแฟกับลุงยอด” “ลุงยอดยังไม่เปิดร้าน” “ก็จะไปนั่งรอให้ลุงเปิดนั่นแหละ!” พูดจบหมวดเพลินก็รีบเดินออกจากศาลา ฮิมมองตาม แล้วยิ้มมุมปากเบา ๆ ไม่ใช่ขำ แต่เหมือนคนชินกับความกลัวของคนอื่น เขาเหลียวกลับมามองศพหญิงชราอีกครั้ง ศพยังคงนอนนิ่ง...แต่เหมือนมุมปากของยายยกขึ้นนิด ๆ ฮิมขยับปากพูดเบา ๆ “ผมจะหาลูกยายให้เจอ ไม่ว่าต้องเจออะไรระหว่างทาง” ลมเย็นพัดผ่านอีกครั้ง เทียนที่ดับเมื่อคืนติดขึ้นมาเองชั่ววูบ ก่อนดับลงเหมือนเดิม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD