หลังจากที่เมธาเริ่มเกมแรกด้วยการชักจูงอาร์มให้เกิดความสงสัยเล็กๆ ต่อคนในบ้าน บรรยากาศในคฤหาสน์เทวัญเริ่มมีความตึงเครียดที่มองไม่เห็น คิมหันต์สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของอาร์ม ลูกน้องคนสนิทที่เริ่มรายงานเรื่องราวโดยตรงกับเขามากขึ้น และบางครั้งก็มองลุงชัยด้วยสายตาที่แปลกไป แต่คิมหันต์ไม่แสดงออก เขาปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามธรรมชาติ เพราะเขารู้ดีว่านี่คือฝีมือของเมธา
เธอกำลังเล่นเกม และเขาก็กำลังเล่นตอบโต้อย่างเงียบๆ
คืนหนึ่ง หลังจากที่คิมหันต์กลับจากประชุมธุรกิจที่ยาวนาน เขาเดินเข้าห้องทำงานตามปกติ ห้องที่ล็อกแน่นหนาและไม่มีใครเข้าได้นอกจากเขาและลุงชัย เขานั่งลงที่โต๊ะทำงานไม้สีเข้ม เปิดลิ้นชักลับด้านล่าง หยิบกล่องไม้เก่าๆ ออกมา
ภายในกล่องนั้นมีจดหมายฉบับหนึ่งที่เหลืองกรอบตามกาลเวลา และรูปถ่ายเก่าของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยิ้มอ่อนโยน
แม่ของเขา
คิมหันต์ถือจดหมายนั้นด้วยมือที่มั่นคง แต่ดวงตาเย็นเยียบเริ่มมีแววขุ่นมัว เขาเปิดอ่านมันอีกครั้ง แม้จะจำทุกคำได้ขึ้นใจ
“ลูกแม่ที่รักที่สุด คิมหันต์...
แม่ขอโทษที่ต้องทิ้งลูกไปแบบนี้ แม่ทนไม่ได้จริงๆ ธุรกิจที่แม่สร้างมาด้วยเลือดเนื้อ ห้าปีที่แม่ทุ่มเททุกอย่าง ถูกคนชื่อวาริชคนนั้นกลืนไปหมด เขาใช้ทุกวิธีสกปรก ฟ้องร้องเท็จ ส่งคนมาข่มขู่ ทำลายชื่อเสียง จนแม่ไม่มีอะไรเหลือแม้แต่ที่ยืน
แม่แพ้เขาแล้ว ลูกเอ๋ย แม่ไม่เข้มแข็งพอ แต่ลูกต้องเข้มแข็งแทนแม่ อย่าปล่อยให้คนแบบนั้นชนะ ดูแลตัวเองให้ดีนะ ลูกคือความหวังเดียวของแม่
รักลูกเสมอ แม่”
คิมหันต์กำจดหมายแน่นจนกระดาษยับ เขาปิดตาลง ภาพอดีตผุดขึ้นมาอย่างชัดเจนราวกับเกิดขึ้นเมื่อวาน
แฟลชแบ็ก: ย้อนไปสิบห้าปีก่อน คิมหันต์อายุสิบเจ็ดปี ชีวิตในตอนนั้นยังเรียบง่าย เขาเป็นเด็กหนุ่มที่เรียนหนังสือเก่ง แต่บ้านจนเพราะพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เขาจำความได้ แม่เลี้ยงเขามาคนเดียวด้วยธุรกิจเล็กๆ ขายเสื้อผ้าออนไลน์และมีร้านเล็กๆ ในตลาด
แม่ชื่อ **นลิน** เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง ยิ้มเสมอ และทุ่มเททุกอย่างให้ลูกชาย
“ลูกเอ๋ย วันหนึ่งธุรกิจแม่จะใหญ่กว่านี้ เราจะมีบ้านใหญ่ มีรถดีๆ ลูกจะได้เรียนสูงๆ” แม่เคยพูดแบบนั้นเสมอ
แต่แล้วทุกอย่างเปลี่ยนเมื่อ **วาริช** บิดาของเมธา เข้ามาในชีวิตแม่ เขาเป็นนักธุรกิจที่กำลังขยายอาณาจักรใต้ดินสู่ธุรกิจถูกกฎหมาย เขาเสนอร่วมทุนกับแม่ ด้วยคำสัญญาว่าจะช่วยให้ธุรกิจเติบโต
แม่เชื่อเขา เพราะเขาแสดงออกเหมือนคนดี มีเสน่ห์ และพูดเก่ง
แต่เบื้องหลัง วาริชใช้แม่เป็นบันได เขาค่อยๆ ดูดทรัพย์สิน ใช้ชื่อแม่ฟ้องร้องคู่แข่ง ส่งคนมาข่มขู่ซัพพลายเออร์ของแม่ จนธุรกิจค่อยๆ ล้ม
เมื่อแม่รู้ตัว ก็สายเกิน วาริชฟ้องแม่ข้อหาฉ้อโกง ใช้เอกสารปลอมที่เขาเตรียมไว้ แม่ถูกดำเนินคดี ถูกยึดทรัพย์ ชื่อเสียงพังพินาศ
คิมหันต์จำวันที่แม่กลับบ้านด้วยใบหน้าซีดเซียวได้ดี แม่นั่งกอดเขา ร้องไห้เงียบๆ
“แม่แพ้แล้วลูก เขาโหดร้ายเกินไป”
จากนั้นไม่นาน แม่เลือกจบชีวิตด้วยการกินยาพิษ คิมหันต์กลับจากโรงเรียนมาเจอแม่นอนนิ่ง จดหมายวางข้างตัว
วันนั้นคือจุดเปลี่ยนของชีวิตเขา เขาเลิกเรียน เริ่มเข้าสู่วงการใต้ดินด้วยความแค้นที่ฝังลึก ใช้ความฉลาดและความโหดเหี้ยมสร้างตัวจนกลายเป็นหัวหน้าตระกูลเทวัญในที่สุด
ทุกก้าวที่เขาเดิน คือเพื่อล้างแค้นให้แม่
และตอนนี้ ลูกสาวของวาริชกำลังนอนอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน แสดงบทสาวบอบบาง ใช้ความอบอุ่นปลอมๆ เข้าใกล้เขา
คิมหันต์วางจดหมายลง ยิ้มเย็นกับตัวเอง ‘เธอคิดว่าจะทำลายฉันจากภายในเหรอ? แต่ฉันคือคนที่กำลังทำแบบนั้นกับเธอต่างหาก’
เขาลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปเห็นแสงไฟจากห้องของเมธาที่ชั้นสอง เธอยังไม่นอน คงกำลังวางแผนอะไรอยู่
ความแค้นในใจเขาพลุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม ‘วาริชทำลายแม่ฉัน และเธอจะต้องชดใช้’
เช้าวันถัดมา เมธาลงมาทำอาหารเช้าเช่นเคย วันนี้เธอทำโจ๊กไก่และผลไม้สด คิมหันต์ลงมานั่งกินเงียบๆ
“พี่นอนไม่หลับเหรอคะ? หน้าตาดูเหนื่อย” เมธาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง วางมือบนหน้าผากเขาเบาๆ
คิมหันต์มองมือเธอ ‘สัมผัสอีกแล้ว’
เขาส่ายหน้า “มีเรื่องคิดนิดหน่อย”
เมธายิ้ม “ถ้าพี่อยากเล่า หนูฟังได้นะคะ หนูอยากช่วยพี่แบ่งเบาภาระ”
คิมหันต์เกือบหัวเราะในใจ ‘ช่วย? เธอคือภาระที่ใหญ่ที่สุด’
แต่เขาพูดเสียงนุ่ม “ไม่เป็นไร ขอบคุณ”
ระหว่างวัน คิมหันต์เรียกลุงชัยเข้ามาในห้องทำงาน
“ลุง อาร์มเริ่มสงสัยลุงแล้วใช่ไหม?”
ลุงชัยพยักหน้า “ใช่ครับท่าน เขาถามผมเรื่องรถแปลกๆ ที่วนรอบบ้าน ดูเหมือนไม่ไว้ใจผมเต็มร้อย”
คิมหันต์ยิ้ม “ดี ปล่อยให้เป็นแบบนั้น ฉันอยากให้เมธาคิดว่าแผนเธอได้ผล”
ลุงชัยขมวดคิ้ว “ท่านแน่ใจนะครับ? ถ้าอาร์มสงสัยมากเกิน อาจมีปัญหา”
คิมหันต์ส่ายหน้า “ผมควบคุมได้ และมันจะทำให้เมธาเผยไพ่เร็วขึ้น”
เขาหยุด “และลุง สืบเรื่องการตายของวาริชเพิ่มเติม ผมอยากให้ข้อมูลเมธาแบบที่เธออยากได้ยิน”
ลุงชัยพยักหน้า “เข้าใจครับ”
เย็นนั้น เมธานั่งในสวนคนเดียวอีกครั้ง เธอใช้โทรศัพท์ลับส่งข้อความ “อาร์มเริ่มสงสัยลุงชัยแล้ว เร็วๆ นี้เขาจะเปิดเผยข้อมูลให้ฉันมากขึ้น”
เธอยิ้มกับตัวเอง ‘คิมหันต์ นายแข็งแกร่ง แต่คนรอบตัวนายเริ่มอ่อนแอเพราะฉัน’
แต่แล้วคิมหันต์เดินออกมาหาเธอ นั่งลงข้างๆ โดยไม่พูดอะไร
เมธาหันมามอง “พี่มีอะไรหรือคะ?”
คิมหันต์มองเธอ “ไม่มี แค่อยากนั่งด้วย”
เมธายิ้ม พิงไหล่เขาเบาๆ “หนูดีใจค่ะ ที่พี่เริ่มเปิดใจ”
คิมหันต์นั่งนิ่ง ปล่อยให้เธอพิง แต่ในใจภาพแม่ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
เขาคิดถึงวันที่ฝังศพแม่ มีเพียงเขาและญาติห่างๆ ไม่กี่คน ไม่มีใครช่วย เพราะทุกคนกลัววาริช
เขาคิดถึงคืนที่เขาร้องไห้คนเดียว สาบานกับศพแม่ว่าจะล้างแค้น
และตอนนี้ เขาใกล้ชิดกับลูกสาวของศัตรูมากขึ้นทุกวัน
“พี่คิดอะไรอยู่คะ?” เมธาถามเบาๆ
คิมหันต์ตอบเสียงต่ำ “คิดถึงแม่”
เมธาเอื้อมมือไปจับมือเขา “หนูเข้าใจค่ะ ความสูญเสียมันเจ็บปวดเสมอ”
เธอพูดต่อ “หนูก็คิดถึงพ่อทุกวัน ถ้าพี่ช่วยหนูหาความจริงได้ หนูจะรู้สึกดีขึ้นมาก”
คิมหันต์พยักหน้า “ผมมีข่าวดี ดูเหมือนคนที่ทรยศพ่อคุณคือคนในตระกูลวาริชจริงๆ ชื่อวิชัย... พี่ชายบุญธรรมของคุณ”
เมธาตัวเกร็งทันที “วิชัย? ไม่มีทาง!”
คิมหันต์มองเธอ “หลักฐานเริ่มชี้ไปทางนั้น เขาได้ประโยชน์มากที่สุดหลังพ่อคุณตาย”
เมธานิ่งไป น้ำตาคลอ “หนู... หนูไม่เชื่อ แต่ถ้ามันจริง...”
เธอกอดแขนเขาแน่น “พี่ต้องช่วยหนูพิสูจน์นะคะ”
คิมหันต์กอดไหล่เธอเบาๆ “ผมจะช่วย”
แต่ในใจเขา ‘ข้อมูลนี้ฉันแต่งขึ้น เพื่อดูปฏิกิริยาเธอ และเพื่อให้เธอเริ่มแตกแยกกับตระกูลตัวเอง’
เมธาเช็ดน้ำตา “ขอบคุณค่ะพี่ หนูรักพี่นะ”
คำว่า ‘รัก’ นั้นทำให้คิมหันต์ตัวเกร็ง แต่เขายิ้ม “ผมก็เช่นกัน”
ความแค้นในใจเขาร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิม ภาพแม่ที่ฆ่าตัวตายเพราะถูกทำลายโดยพ่อของเมธา ฝังลึกจนไม่มีวันลบเลือน
เขาจะไม่หลงกลง่ายๆ
คืนนั้น คิมหันต์นั่งในห้องทำงานคนเดียวอีกครั้ง ถือรูปแม่มองนาน
“แม่ครับ ผมใกล้แล้ว ผมจะล้างแค้นให้แม่แน่นอน”
ความทรงจำของแม่คือเชื้อเพลิงที่ทำให้ความแค้นของเขาลุกโชน
และเมธา คือเป้าหมายต่อไป