หลังงานเลี้ยงตระกูลที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มปลอมและความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ ชีวิตในคฤหาสน์เทวัญกลับเข้าสู่ความสงบชั่วคราว คิมหันต์ยังคงยุ่งกับธุรกิจทั้งถูกและใต้ดิน เขาออกไปประชุมบ่อยขึ้น เพื่อขยายอำนาจสู่ธุรกิจการเงินอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก ส่วนเมธาใช้เวลาส่วนใหญ่ในบ้าน ดูแลสวน ทำอาหาร และพูดคุยกับคนใช้อย่างเป็นกันเอง
แต่หลังเหตุการณ์ในงานเลี้ยงที่คิมหันต์ช่วยเธอจากญาติที่เมามาย เมธาเริ่มเปลี่ยนวิธีเข้าใกล้เขา เธอเลิกใช้แค่การแสดงความบอบบางทั่วไป แต่เริ่มด้วยการดูแลเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูจริงใจมากขึ้น
เช้าวันถัดมาหลังงานเลี้ยง เมธาตื่นแต่เช้า ลงมาที่ห้องครัวด้วยตัวเอง เธอทำอาหารเช้าแบบพิเศษ: สเต็กเนื้อนุ่มๆ กับไข่ดาวและผักสลัด รวมถึงกาแฟดำที่เธอรู้ว่าคิมหันต์ชอบ เมื่อคิมหันต์ลงมาในชุดสูทพร้อมออกไปทำงาน เขาเห็นเมธายืนรอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“พี่คะ วันนี้หนูทำสเต็กให้ หนูเห็นพี่เหนื่อยจากงานเลี้ยงเมื่อคืน คงอยากกินอะไรหนักๆ”
คิมหันต์นั่งลง มองจานอาหาร “คุณไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้”
เมธานั่งลงข้างๆ วางมือบนแขนเขาเบาๆ “หนูอยากทำค่ะ หนูอยากดูแลพี่ หลังจากที่พี่ช่วยหนูเมื่อคืน หนู... หนูรู้สึกขอบคุณมากจริงๆ”
เธอมองเขาด้วยดวงตาที่แดงระเรื่อเล็กน้อย ราวกับนอนไม่หลับ “หนูกลัวมากเลยค่ะ ถ้าไม่มีพี่ หนูไม่รู้จะเป็นยังไง”
คิมหันต์กินอาหารเงียบๆ รสชาติถูกปากเขาอย่างน่าประหลาด ‘เธอเริ่มเก่งขึ้นทุกวัน’
“ไม่ต้องคิดมาก มันคือหน้าที่” เขาพูดเสียงเรียบ
เมธายิ้ม “แต่สำหรับหนู มันมากกว่านั้นค่ะ พี่ทำให้หนูรู้สึกปลอดภัย หนู... หนูเริ่มชอบพี่มากขึ้นทุกวัน”
คำพูดนั้นทำให้คิมหันต์หยุดช้อนส้อม เขามองเธอ แต่ไม่ตอบอะไร ก่อนจะกินต่อแล้วลุกขึ้น “ผมไปทำงาน”
เมธาลุกตาม ส่งเขาถึงประตู “ขับรถระวังๆ นะคะ หนูรอพี่กลับ”
คิมหันต์พยักหน้า แต่ในใจเริ่มรู้สึกแปลกๆ ‘เธอกำลังพยายามมากเกินไป’
ระหว่างวัน เมธาไม่หยุดนิ่ง เธอโทรหาคนใช้ให้ช่วยซื้อของมาทำอาหารเย็นพิเศษ และยังแอบเข้าไปในห้องทำงานของคิมหันต์ตอนที่เขาออกไปข้างนอก เธอไม่ได้ขโมยอะไร แต่แค่สำรวจดูเอกสารที่วางเกลื่อนโต๊ะ หาเบาะแสเกี่ยวกับธุรกิจของเขา
‘เขาขยายไปทางการเงินจริงๆ มีเอกสารเกี่ยวกับธนาคารและบริษัทเงินทุนหลายแห่ง’
เธอถ่ายรูปบางส่วนด้วยโทรศัพท์ลับ ก่อนจะออกมาเงียบๆ
ส่วนคิมหันต์ ในที่ประชุมกับพันธมิตร เขาได้รับรายงานจากลุงชัย
“ท่านครับ คุณเมธาเข้าไปในห้องทำงานท่านตอนเที่ยงครับ แต่ไม่ได้หยิบอะไรไป”
คิมหันต์ยิ้มเย็น “ดี ปล่อยให้เธอคิดว่าฉันไม่รู้ ฉันอยากดูว่าเธอจะเอาเอกสารพวกนั้นไปทำอะไร”
เขารู้ดีว่ากล้องวงจรปิดจับภาพได้หมด และเขาจงใจวางเอกสารปลอมบางส่วนไว้เพื่อหลอกเธอ
เย็นนั้น คิมหันต์กลับบ้านช้ากว่าปกติ เพราะมีปัญหาเรื่องแก๊งคู่แข่งที่เริ่มขยับเข้ามาในเขตใหม่ เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป กลิ่นอาหารหอมๆ ลอยมาแตะจมูก เมธายืนรอในชุดเดรสเรียบง่ายสีขาว ผมปล่อยสลวย
“พี่กลับมาแล้วค่ะ หนูทำอาหารเย็นรอ วันนี้หนูทำต้มยำกุ้งและแกงเขียวหวาน พี่ชอบรสจัดใช่ไหมคะ?”
คิมหันต์ถอดเสื้อสูท วางลงบนโซฟา “เหนื่อยมากเลยวันนี้”
เมธาเดินมาหา รับเสื้อสูทไปแขวน แล้วเอาน้ำเย็นมาให้ “ดื่มน้ำก่อนค่ะ แล้วไปอาบน้ำ หนูรอพี่กินข้าว”
คิมหันต์มองเธอ ‘การดูแลแบบนี้... มันเริ่มดูจริงใจเกินไป’
หลังอาบน้ำ คิมหันต์ลงมานั่งที่โต๊ะอาหาร เมธาเสิร์ฟอาหารด้วยตัวเอง นั่งข้างๆ เขา คอยตักให้
“พี่กินเยอะๆ นะคะ หนูเป็นห่วงพี่ ดูผอมลง”
คิมหันต์กินเงียบๆ แต่รสชาติอาหารอร่อยมาก “คุณทำเก่งขึ้นทุกวัน”
เมธายิ้มกว้าง “ดีใจค่ะที่พี่ชอบ หนูอยากทำให้พี่มีความสุข”
เธอหยุด หยิบยาสีฟันและแปรงมาวางข้างๆ “เดี๋ยวหลังกินข้าว หนูจะนวดไหล่ให้พี่นะคะ พี่คงเมื่อยจากงาน”
คิมหันต์เลิกคิ้ว “ไม่จำเป็น”
แต่เมธายืนยัน “หนูอยากทำค่ะ ขอหนูดูแลพี่บ้าง”
หลังอาหาร เมธาพาคิมหันต์ไปนั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น เธอนั่งข้างหลัง ค่อยๆ นวดไหล่และคอให้เขา มือบางแต่แรงพอเหมาะ นวดจุดที่เมื่อยได้ถูกต้องราวกับรู้ดี
คิมหันต์นั่งนิ่ง หลับตาลงโดยไม่รู้ตัว ความเมื่อยล้าจากวันอันหนักหน่วงเริ่มคลายลง
“สบายไหมคะพี่?” เมธาถามเบาๆ ลมหายใจรดต้นคอเขา
“...สบาย” เขาตอบเสียงต่ำ
เมธายิ้มในใจ ‘ดีมาก เขาเริ่มผ่อนคลาย’
เธอนวดต่อ พูดเบาๆ “พี่ทำงานหนักมากเลยค่ะ หนูเห็นพี่เครียดบ่อยๆ หนูอยากช่วยแบ่งเบา หนู... หนูชอบตอนที่พี่อยู่บ้านกับหนู”
คิมหันต์เปิดตา ความรู้สึกอุ่นๆ จากสัมผัสของเธอทำให้เขาสับสน ‘นี่คือแผนของเธอ หรือจริงใจ?’
เขาดันมือเธอออกเบาๆ “พอแล้ว ผมสบายดี”
เมธาหยุด แต่ไม่ถอย “พี่โกรธหนูเหรอคะ?”
คิมหันต์หันมามองเธอ “ไม่โกรธ แค่... ไม่ชิน”
เมธายิ้มเศร้าๆ “หนูรู้ค่ะ พี่ไม่เคยมีใครดูแลแบบนี้ แต่หนูอยากเป็นคนนั้น หนูอยากให้พี่เปิดใจกับหนูมากกว่านี้”
เธอเอื้อมมากอดเขาแน่น “หนูรักพี่นะคะ พี่คิมหันต์”
คำพูดนั้นทำให้คิมหันต์ตัวเกร็ง เขาไม่กอดตอบ แต่ไม่ผลักออก
ในใจเขา ความแค้นต่อตระกูลวาริชยังฝังลึก แต่ความอบอุ่นจากเมธาเริ่มทำให้กำแพงของเขาเริ่มร้าวเล็กๆ
‘อย่าหลงกล คิมหันต์ เธอคือลูกสาวของศัตรู’
แต่คืนนั้น เมื่อเมธาเดินกลับห้อง คิมหันต์นั่งนิ่งอยู่นาน คิดถึงสัมผัสของเธอ
วันต่อๆ มา เมธายิ่งดูแลเขามากขึ้น เธอตื่นเช้ามารอส่งเขาไปทำงาน ทำขนมกล่องใส่ให้กินระหว่างวัน และตอนเย็นคอยนวดหรือทำอะไรให้ผ่อนคลาย
คืนหนึ่ง คิมหันต์กลับมาดึกเพราะมีปัญหากับแก๊งคู่แข่ง เขาบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขนจากมีดบาด
เมธาเห็นเลือดซึมที่เสื้อ รีบวิ่งมาหา “พี่เป็นอะไรคะ! บาดเจ็บเหรอ?”
เธอพาเขาไปนั่ง ล้างแผล พันผ้าให้ด้วยมือที่สั่น
“พี่เจ็บไหมคะ? ทำไมไม่บอกหนู หนูเป็นห่วงจะตาย”
น้ำตาเธอไหลจริงๆ คิมหันต์มองเธอ ‘น้ำตาจริง หรือแสดง?’
“แค่นิดหน่อย ไม่ตายหรอก”
เมธาเช็ดน้ำตา กอดเขา “อย่าทำหนูกลัวแบบนี้อีกนะคะ หนูไม่อยากเสียพี่”
เธอจูบหน้าผากเขาเบาๆ ก่อนจะกอดแน่น
คิมหันต์นั่งนิ่ง ความรู้สึกสับสนเพิ่มขึ้น ‘ทำไมฉันถึงไม่ผลักเธอออก?’
เขาค่อยๆ กอดตอบเบาๆ “ผมไม่ตายง่ายๆ หรอก”
เมธายิ้มในอ้อมกอด “หนูดีใจ”
คืนนั้น คิมหันต์นอนไม่หลับ คิดถึงเมธาที่ดูแลเขา ความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับตั้งแต่แม่ตาย
‘เธอกำลังลดกำแพงฉันลงจริงๆ’
ส่วนเมธา ในห้องตัวเอง เธอยิ้มกับตัวเอง ‘รอยแผลแรกของเขา ฉันทำสำเร็จ เขาเริ่มสับสนแล้ว’
แต่ในใจเธอลึกๆ เริ่มมีอะไรแปลกๆ ก่อตัวเหมือนกัน การดูแลเขา มันเริ่มไม่ใช่แค่แผน
รอยแผลแรกในใจของคิมหันต์เริ่มก่อตัว จากการดูแลที่แสนอบอุ่นของเมธา
แต่เกมลวงแค้นยังไม่จบ