หลังจากที่เมธาเริ่มดูแลคิมหันต์อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ชีวิตในคฤหาสน์เทวัญเริ่มดูเหมือนบ้านของสามีภรรยาจริงๆ มากกว่าแค่พันธสัญญาเลือด คิมหันต์ยังคงเย็นชาในบางครั้ง แต่เขายอมให้เมธาเข้าใกล้มากขึ้นโดยไม่ผลักไส เขาเริ่มชินกับอาหารเช้าที่เธอทำ ขนมที่เธออบให้กินระหว่างวัน และการนวดไหล่ตอนเย็นที่กลายเป็นกิจวัตร
แต่ใต้ความสงบนั้น ทั้งคู่ต่างกำลังเคลื่อนไหวในเงามืด
เมธารู้ดีว่าถึงเวลาที่ต้องก้าวไปอีกขั้น เธอไม่สามารถรอให้คิมหันต์เปิดใจเต็มที่ได้ตลอดไป เธอต้องหาข้อมูลที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับธุรกิจของเขา โดยเฉพาะส่วนที่กำลังขยายสู่การเงิน ซึ่งอาจเป็นจุดอ่อนที่เธอใช้ทำลายเขาได้
เธอเริ่มจากการสำรวจบ้านให้ละเอียดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะห้องทำงานของคิมหันต์ที่เขาห้ามเข้า แต่หลังจากที่เขาเริ่มไว้ใจเธอมากขึ้น เขาเคยปล่อยให้เธอเข้าไปส่งกาแฟหรือเอกสารเล็กๆ น้อยๆ บางครั้ง
วันหนึ่ง คิมหันต์ออกไปประชุมสำคัญกับพันธมิตรทางการเงินนอกเมือง เขาบอกเมธาว่าจะกลับดึก และให้เธอพักผ่อนก่อน
“พี่ไปทั้งวันเลยเหรอคะ?” เมธาถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ขณะส่งเสื้อสูทให้เขา
คิมหันต์พยักหน้า “ใช่ มีเรื่องใหญ่ อย่ารอผมกินข้าวเย็น”
เมธายิ้ม “หนูจะทำไว้รอพี่นะคะ ขับรถดีๆ ล่ะ”
เมื่อรถของคิมหันต์หายไปจากสายตา เมธาหันกลับเข้าบ้าน ทันทีที่ประตูปิด เธอเปลี่ยนใบหน้า รอยยิ้มอ่อนโยนหายไป แววตากลายเป็นเย็นเฉียบ
‘วันนี้แหละ โอกาสดี’
เธอเดินตรงไปที่ห้องทำงานชั้นล่าง ประตูไม่ได้ล็อก เพราะคิมหันต์คิดว่าไม่มีใครกล้าเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต เธอเปิดประตูเบาๆ เข้าไปด้านใน ห้องมืดสลัว เธอเปิดไฟโต๊ะทำงาน เริ่มค้นลิ้นชักและตู้เอกสารอย่างระมัดระวัง
เอกสารส่วนใหญ่เป็นเรื่องธุรกิจถูกกฎหมาย แต่เธอพบแฟ้มหนึ่งที่ซ่อนในลิ้นชักลับ: รายชื่อบริษัทเงินทุนที่คิมหันต์กำลังเจรจาเข้าถือหุ้น รวมถึงแผนการฟอกเงินผ่านช่องทางเหล่านั้น และชื่อบุคคลสำคัญในวงการการเงินที่เป็นพันธมิตรลับ
‘นี่ไง จุดอ่อนของนาย’
เมธาหยิบโทรศัพท์ลับออกมา ถ่ายเอกสารสำคัญๆ อย่างรวดเร็ว เธอสังเกตเห็นชื่อหนึ่งที่คุ้นเคย: บริษัทที่พ่อเธอเคยมีหุ้นด้วยก่อนตาย
‘เขากำลังกลืนธุรกิจที่เคยเป็นของพ่อฉันงั้นเหรอ?’
ความโกรธพลุ่งพล่าน แต่เธอควบคุมตัวเองได้ เธอถ่ายต่อ จนได้ข้อมูลพอสมควร แล้วจัดเอกสารกลับที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ก่อนออกจากห้อง เธอเห็นคอมพิวเตอร์ของคิมหันต์ที่ล็อกด้วยรหัสผ่าน เธอลองเดารหัสจากวันเกิดที่เธอแอบรู้จากลุงชัย แต่ไม่เข้า เธอจึงถ่ายรูปหน้าจอและโน้ตบางอย่างที่วางข้างๆ
‘เดี๋ยวให้คนข้างนอกช่วยแฮก’
เมธาออกจากห้องทำงาน ปิดประตูเบาๆ แล้วเดินขึ้นชั้นบนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอส่งข้อมูลที่ถ่ายได้ไปยังโทรศัพท์ลับของวิชัยทันที
ข้อความ: “ได้ข้อมูลธุรกิจการเงินของเขาแล้ว มีแผนฟอกเงินชัดเจน ส่งให้ทีมวิเคราะห์ด่วน”
วิชัยตอบกลับเร็ว: “ดีมากน้อง พี่จะจัดการ ส่งเพิ่มถ้าได้”
เมธายิ้มเย็น ‘อีกไม่นาน นายจะพัง คิมหันต์’
ส่วนคิมหันต์ ในที่ประชุมนอกเมือง เขานั่งฟังพันธมิตรพูดเรื่องการลงทุน แต่ใจความคิดถึงเมธาที่บ้าน เขาส่ายหน้าไล่ความคิดนั้น ‘อย่าอ่อนแอ’
ทันใดนั้น โทรศัพท์สั่น ลุงชัยโทรมา
“ท่านครับ คุณเมธาเข้าไปในห้องทำงานท่านอีกแล้วครับ คราวนี้อยู่นานหน่อย และดูเหมือนถ่ายเอกสารอะไรบางอย่าง”
คิมหันต์ยิ้มเย็น “ดี ปล่อยให้เธอทำไป”
ลุงชัยถาม “ไม่จัดการเหรอครับ?”
คิมหันต์ตอบ “ยัง ฉันจงใจวางเอกสารปลอมไว้ให้เธอเจอ มีข้อมูลหลอกเกี่ยวกับบริษัทเงินทุนที่ฉันไม่ได้สนจริงๆ เธอจะเอาไปใช้ แล้วเราจะได้เห็นว่าเธอติดต่อใคร”
เขาหยุด “และเพิ่มกล้องในห้องทำงานให้ละเอียดขึ้น ฉันอยากเห็นหน้าเธอตอนค้นของชัดๆ”
ลุงชัยหัวเราะเบาๆ “ท่านฉลาดจริงๆ กำลังล่อให้เธอเผยตัว”
คิมหันต์พยักหน้าแม้ลุงชัยจะไม่เห็น “ใช่ และฉันเริ่มสงสัยเธอหนักแล้ว การดูแลหวานแหววพวกนั้น มันเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งแต่งงานเพราะบังคับ”
เย็นนั้น คิมหันต์กลับบ้านเร็วกว่าที่บอก เขาเปิดประตูเงียบๆ เห็นเมธากำลังทำอาหารในครัว เธอหันมายิ้มทันที
“พี่กลับมาแล้วค่ะ! เร็วกว่าที่คิดอีก หนูดีใจ”
เธอวิ่งมากอดเขา คิมหันต์กอดตอบเบาๆ แต่ในใจเย็นเยือก ‘เธอเพิ่งค้นห้องฉันไปหมาดๆ ยังมายิ้มได้’
“วันนี้เป็นยังไงบ้าง?” เขาถาม
เมธายิ้ม “เงียบๆ ค่ะ หนูอยู่บ้านทั้งวัน ทำอาหารรอพี่”
คิมหันต์มองเธอนิ่งๆ ‘โกหกเก่ง’
ระหว่างอาหารเย็น เมธาชวนคุยเรื่องธุรกิจเบาๆ “พี่คะ การประชุมวันนี้เป็นยังไงบ้าง? เรื่องบริษัทเงินทุนนั่นเหรอคะ?”
คิมหันต์ตัวเกร็งเล็กน้อย ‘เธอรู้จากไหน?’
เขาแกล้งยิ้ม “ใช่ กำลังเจรจาอยู่ คุณสนใจเหรอ?”
เมธาพยักหน้า “สนใจค่ะ หนูอยากช่วยพี่ หนูเคยช่วยพ่อเรื่องธุรกิจมาก่อน ถ้าพี่อยากให้หนูดูเอกสารอะไร หนูช่วยได้นะคะ”
คิมหันต์หัวเราะในใจ ‘อยากเข้าใกล้มากขึ้นงั้นเหรอ?’
“ไว้ค่อยว่ากัน วันนี้เหนื่อย ขอกินข้าวเงียบๆ”
เมธาพยักหน้า แต่ในใจเธอ ‘เขาสงสัยฉันแล้วหรือยัง?’
คืนนั้น เมธานอนไม่หลับ เธอคิดถึงข้อมูลที่ได้มา และเริ่มกังวลว่าคิมหันต์อาจรู้
ส่วนคิมหันต์ ในห้องทำงาน เขาเปิดดูกล้องวงจรปิดย้อนหลัง เห็นเมธาค้นเอกสารชัดเจน ใบหน้าของเธอที่เย็นเฉียบตอนไม่มีใครเห็น ทำให้เขายิ้ม
‘ในที่สุด เธอก็เผยตัวตนที่แท้จริง’
เขาส่งข้อความหาลุงชัย “พรุ่งนี้เริ่มแผนตอบโต้ ให้ข้อมูลหลอกเธอเพิ่ม”
แต่ลึกๆ ในใจเขา ความสับสนยังอยู่ การดูแลของเมธาในช่วงที่ผ่านมา มันทำให้เขารู้สึกอบอุ่นจริงๆ บางครั้ง
‘อย่าหลงกล คิมหันต์ เธอคือศัตรู’
วันต่อมา เมธาได้รับข้อมูลวิเคราะห์จากวิชัย: “ข้อมูลที่ส่งมา มีบางส่วนดูแปลกๆ อาจเป็นกับดัก แต่ส่วนจริงพอจะใช้โจมตีเขาได้ พี่จะส่งคนมาสืบเพิ่ม”
เมธาตอบ “ระวังตัวด้วยค่ะพี่ หนูว่าคิมหันต์เริ่มสงสัยหนูแล้ว”
เธอเริ่มระวังตัวมากขึ้น ไม่เข้าใกล้ห้องทำงานอีก แต่ใช้เวลากับอาร์มและคนใช้เพื่อหาข้อมูลทางอ้อม
อาร์มเริ่มเปิดเผยมากขึ้น “คุณเมธาครับ ท่านกำลังมีปัญหากับแก๊งเก่า ที่เคยบุกรุกเขตเงินทุน”
เมธาถามละเอียด แล้วส่งต่อให้วิชัย
ส่วนคิมหันต์ จงใจวางเอกสารหลอกเพิ่มในห้องทำงาน และแกล้งพูดโทรศัพท์ดังๆ เรื่องแผนธุรกิจปลอม เพื่อให้เมธาได้ยิน
เมธาเริ่มตกหลุมพรางโดยไม่รู้ตัว เธอส่งข้อมูลผิดๆ ให้วิชัย ทำให้ตระกูลวาริชเริ่มเคลื่อนไหวผิดทิศ
คิมหันต์ยิ้มกับตัวเอง ‘เกมนี้ ฉันเริ่มได้เปรียบ’
แต่ในเย็นนั้น เมื่อเมธานวดไหล่ให้เขาอีกครั้ง ความอบอุ่นนั้นทำให้เขาสับสนอีก
“พี่เป็นยังไงบ้างคะวันนี้?” เธอถามเบาๆ
คิมหันต์ตอบ “ดี มีคุณดูแล”
เมธายิ้ม ‘เขายังไม่รู้ตัว’
แต่ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าการสืบสวนลับกำลังเข้มข้นขึ้น
และความสงสัยกำลังก่อตัวเป็นรอยร้าวที่ใหญ่ขึ้น
การสืบสวนลับของเมธาเริ่มต้นอย่างจริงจัง
แต่คิมหันต์กำลังรอให้เธอเผยไพ่ทั้งหมด