การเดินทางโดยเครื่องบินช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางจากเชียงใหม่มายังภูเก็ตได้ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ตอนนี้ครอบครัวเลิศโสภาวรรณกำลังนั่งรถตู้ที่ทางรีสอร์ทจัดมารับเพื่อเดินทางไปยังที่พัก เบาะใหญ่สองที่ด้านหน้าเป็นของพ่อแม่โรม ส่วนชายหนุ่มนั่งด้านหลัง
“คุณลูกชายคะ ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้ค่ะ มันไม่งาม” แม่ของโรมปรามลูกชายขำ ๆ เมื่อเห็นท่าทางระริกระรี้ของลูกชาย
“หึ ๆ ฉันอยากให้หนูเบลล์มาเห็นจริง ๆ เลย”
ผู้เป็นพ่ออดแขวะลูกชายไม่ได้แต่ดูเหมือนประโยคนั้นจะทำให้สองแม่ลูกไม่พอใจจนมองท่านด้วยสายตาแข็ง ๆ
“พ่อ! แม่ดูพ่อดิ”
“อย่าพูดเป็นลางสิพี่” อำภาดุสามี
“หึ ครอบครัวนั้นเขาไม่มางานนี้หรอก ป่านนี้คงวุ่นวายอยู่ที่จีนมั้ง”
ท่านบอกด้วยท่าทางสบาย ๆ จริง ๆ พ่อของเบลล่าก็ได้รับเชิญให้มางานนี้เช่นกัน แต่สายตรงจากจีนโทรมารายงานปัญหาใหญ่เสียก่อนพวกเขาจึงต้องเดินทางไปที่จีนแทบจะในทันทีที่วางสาย เท่ากับว่าครอบครัวของเบลล่าก็ไม่ได้มาร่วมงานนี้
“หึ ๆ” โรมหัวเราในลำคอ คำพูดของพ่อเขายืนยันได้เป็นอย่างดีว่าข่าวที่เขาปล่อยไปนั้นเริ่มทำงานแล้ว
“ทำอะไรอย่าคิดว่าพ่อไม่รู้นะ”
“แล้วมันดีไหมล่ะพ่อ” โรมแสยะยิ้ม
ชายหนุ่มรู้ว่าพ่อของเขาต้องทนแค่ไหน เขาในฐานะลูกชายเพียงคนเดียวก็ควรที่จะทำอะไรเพื่อครอบครัวบ้าง อีกไม่กี่เดือนเขาก็ต้องเข้าไปนั่งในบอร์ดบริหารด้วย นี่ถือเป็นการฝึกงานก็แล้วกัน
“รอให้ทุกอย่างมันสำเร็จก่อนเถอะค่อยมาขอรางวัล”
ท่านรู้จักลูกชายของตนเองดี ยิ่งงานนี้ยากยิ่งกว่าการสู้กับเสือด้วยมือเปล่าแล้ว รางวัลที่โรมอยากได้มันย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
“จริงนะ พ่อจะให้รางวัลผมจริง ๆ เหรอ?” ลูกชายถามอย่างลิงโลดพร้อมโผล่หน้าแทรกมาจากด้านหลัง
“แต่ภาไม่ต้องคิดจับลูกใส่ตะกร้าล้างน้ำแล้วส่งให้ครอบครัวปานวาดนะ” ผู้เป็นสามีเหล่ตามองภรรยาอย่า
รู้ทัน
“พ่อคำนั้นมันใช้กับผู้หญิงไม่ใช่เหรอ?” โรมโผลงขึ้นอย่างไม่ชอบใจ ...จับใส่ตะกร้าล้างน้ำอะไรกัน ผมไม่ใช่ผู้หญิงที่แปดเปื้อนสักหน่อย
“แกมันก็ไม่ต่างหรอก” พ่อหันกลับมาดุลูกชายที่นั่งอยู่เบาะหลัง
“แม่... ดูพ่อว่าผมสิ” โรมแนบแก้มกับไหล่ของผู้เป็นแม่อย่างออดอ้อน
“ความสุขของลูก ฉันทำให้ได้อยู่แล้ว” ...ก็ลูกชายคนเดียวนี่นา ถึงจะเคยทำอะไรพลาดไปแต่ยังไงก็เป็นลูกอยู่ดีนั่นแหล่ะ ที่ผ่านมาก็โดนดัดนิสัยพอสมควรแล้ว
“ถึงแล้วครับท่าน”
เสียงของคนขับรถบอกหลังจากนั้นประตูรถก็เปิดออก ห้องพักที่ทางรีสอร์ทจัดเตรียมไว้ให้สำหรับผู้ที่มาร่วงงานเปิดตัวรีสอร์ทแห่งเป็นห้องพักแบบพิเศษ หากใครมาเป็นครอบครัวก็จะเป็นห้องแบบครอบครัวที่มี 2 ห้องนอน หากใครมาคนเดียวหรือมาเป็นคู่ก็จะได้ห้องสวีทรูมที่สวยสุด ๆ
และสิ่งที่ทำให้วีว่าแปลกใจมากคือห้องพักของทั้งสองครอบครัวมีระเบียงที่เชื่อมต่อกัน แต่จะเรียกว่าระเบียงก็ไม่ถูก เพราะมันเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลได้ราวกับสระแห่งนี้เชื่อมต่อกับทะเล และยังมีไม้ยืนต้น และต้นมะพร้าวตกแต่งให้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมาก ๆ
ในตอนเย็นแม่ของวีว่าก็ชวนสองครอบครัวไปทานข้าวด้วยกัน ซึ่งครอบครัวของโรมมาถึงก่อนครอบครัววีว่ามีถึงทีหลัง ตอนแรกแม่ของวีว่ากะว่าจะเดินทางมาพร้อมกัน แต่เนื่องจากจะต้องจัดการเอกสาร และกำชับให้ไวน์อยู่ที่บริษัทจนกว่าพนักงานจะเลิกงานจึงไม่ได้มาไฟลท์บินเดียวกัน
“โรมตักให้น้องด้วยสิ” แม่ของโรมชงลูกชายอย่างเต็มที่เมื่อเห็นว่าโรมตักอาหารให้แม่ ๆ
“วีว่าแพ้ปูครับแม่”
เขาหันไปบอกผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบทำเอาคนที่อยู่ร่วมโต๊ะถึงกับชะงัก และคนที่ตกใจที่สุดคงหนีไม่พ้นเข้าของชื่อ ...วีว่า
“หืม? /?!?”
“แล้วหลานรู้ได้ไงว่าวีว่าแพ้ปู” พ่อของวีว่าขมวดคิ้วถาม
“อะ เอ่อ... วีว่าเป็นคนบอกพี่โรมเองค่ะ” คนตัวเล็กลนลานรีบตอบคำถามพ่อของตนด้วยกลัวว่าโรมจะพูดอะไรออกไป
“ไปคุยกันตอนไหน?” ท่านหันมาถามลูกสาวตัวเอง
“นั่นสิ” พ่อของโรมก็อดที่จะร่วมวงจับผิดไม่ได้
“อ๋อ พอดีพี่โรมถามเมื่อช่วงตอนกลางวันน่ะค่ะ ว่าวีว่าชอบอาหารทะเลหรือเปล่า วีว่าก็เลยบอกว่าชอบทุกอย่างแต่แพ้ปู” เธอรัวคำตอบอย่างลื่นไหล ...เขาตั้งใจแกล้ง!
“ครับ ผมจำได้”