แชะ
เสียงชัตเตอร์ดึงเธอให้กลับมาในโลกของความเป็นจริง โลกที่ตอนนี้มีเธอกับโรม!
“ส่งโลเคชั่นให้พี่ป๊อปกับมินนี้ยัง” เธอถามเสียงแข็ง
“ส่งแล้ว เดินออกมาดิจะถ่ายรูป”
...นั่นคงไม่ได้หมายความว่าเธอเกะกะขวางทางเขาหรอกใช่ไหม? วีว่าเบ้ปากเล็กน้อยเธอหยุดยืนตรงหน้าเขาพร้อมกับแบมือออก
“โทรศัพท์” วีว่าทาง
โรมล้วงหยิบโทรศัพท์แล้ววางบนมือเล็กของเธอ ได้ของที่ต้องการแล้ววีว่าจึงกับเดินหาที่นั่งเหมาะ ๆ เพื่อสเกตภาพสถาปัตยกรรมแห่งนี้ เธอหยิบสีน้ำตลับเล็ก พู่กันแทงค์และสมุดสเกตออกมาจากกระเป๋าเป้ไม่ลืมที่จะฟังเพลงไปด้วย ซึ่งเพลงที่เธอฟังเป็นเพลงบรรเลงของวงออเคสตร้าที่ไม่มีเนื้อร้อง
...กว่าอีกสองคนจะมาถึงคงนานพอที่จะให้เธอวาดได้สักรูปสองรูป
วีว่าลงมือร่างภาพแบบหยาบ ๆ ด้วยดินสอ ความคล่องแคล่วตามแบบฉบับของคนที่ฝึกวาดภาพมาเป็นอย่างดีทำให้วีว่าทำงานได้เร็วมาก เธอไม่ได้สนใจคนตัวสูงที่แอบถ่ายรูปเธอหรือไม่รู้แม้กระทั่งว่า โรมมานั่งข้าง ๆ เธอตั้งแต่ตอนไหน
“ทำอะไร?”
คนตัวโตถามขึ้นแต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ วีว่าอยู่ในโลกอีกใบที่เธอสร้างขึ้น เธอมีสมาธิเกินกว่าจะสนใจเขา สายตาคู่สวยมองฟอร์ทแคนนิ่งสลับกับสมุดสเกตของตนเอง
เขาดึงหูฟังข้างหนึ่งออกจากหูของวีว่าเธอหันมาทำหน้าเหวี่ยงใส่เขาโรมจึงยิ้มให้เธอก่อนจะพูดขึ้น “ขอฟังด้วย”
“...” วีว่าไม่ได้ว่าอะไรเธอแค่หันกลับไปทำงานของเธอต่อ
โรมเริ่มแก้โจทย์ข้อสุดท้ายคือ ตรงข้ามมุมฉากของสถาปัตยกรรมยาว √2 ตามทฤษฎี ส่วนทฤษฎีที่ว่าคือพีธากอรัส เขาเขียนสูตรการหาฟังชั่นตรีโกณมิติลงบนกระดาษคำนวณมุมที่ได้จากมุมบันได ไม่นานเขาก็ได้คำตอบที่เป็นเลขเพียงตัวเดียว
โรมมองคนตัวเล็กที่วาดภาพที่ 2 ใกล้จะเสร็จแล้ว แม้กิจกรรมต่างกัน ไม่มีเสียงพูดคุย แต่โรมกลับชอบบรรยากาศที่เป็นอยู่ตอนนี้มากที่สุดแทบจะอยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ ...มันรู้สึกเหมือนว่าเขาเข้าใกล้เธอได้มากกว่าเมื่อก่อน
“วีว่า... หนูกับไอ้กาฬยังเป็นแค่เพื่อนกันใช่ไหม?”
มือเล็กที่จับพู่กันสะดุดเล็กน้อยก่อนที่เธอจะปาดพู่กันลงบนกระดาษ “ยุ่งอะไรด้วย”
“เมื่อเช้าโรมเห็นมันจับมือหนู” เขาบอกเสียงเครียด พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้มันพุ่งสูง
วีว่าไม่ได้ตอบคำถามนั้นและฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าภารกิจยังไม่เสร็จ “เรามีโจทย์ที่ยังไม่ได้แก้อีกข้อนี่”
“เสร็จแล้ว” โรมชูกระดาษในมือ โจทย์ง่าย ๆ แค่นี้เขาทำไม่ถึงห้านาทีก็เสร็จแล้ว
“อืม... โอเค” เธอพยักหน้ารับรู้
“นี่จะไม่ชมหน่อยเหรอ? หรือไม่ก็น่าจะมีรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ก็ยังดี” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์
“ไม่” เธอรู้ว่าโรมเก่ง เรื่องพวกนี้ขี้ปะติ๋วมากสำหรับเขา เรื่องอะไรจะต้องชมให้เขาเหลิงกัน
“ไม่เป็นไร แต่ตอบเรื่องไอ้กาฬมา ทำไมเมื่อเช้าต้องจับมือกับมัน?” มันคาใจและอยากได้คำตอบเขาไม่อยากคิดเองเออเองจนกลายเป็นบ้า สู้ถามไปเลยดีกว่า
“คิดเองสิ” วีว่าเริ่มรวน
“หมายความว่ายังไง?”
“ก็หมายความว่าฉันกับกาฬคบกันไง” วีว่ายิ้มหวาน
“อย่าประชดพี่” โรมพูดเสียงดุ
“แล้วฉันจะประชดให้มันได้อะไรวะ ฉันกับพี่เลิกกันเป็นชาติแล้วมั้ง หรือคิดว่าฉันจะรอพี่อย่างที่เคยพูดงั้นเหรอ? หลงตัวเองเกินไปหน่อยไหมโรม...”
ประโยคหลังเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ใช่... ครั้งหนึ่งเธอเคยบอกเขาว่านานแค่ไหนเธอก็จะรอเขา แต่นั้นมันก็ตั้งแต่สมัยที่โรมกับวีว่าพึ่งเลิกกัน ผ่านมากี่ปีแล้วเขาก็ยังคงหวังว่ามันจะยังเป็นเช่นนั้นอยู่ วูบหนึ่งดวงตาคู่นั้นมีแววเสียใจผ่านเข้ามาแต่มันก็แค่แวบเดียวจริง ๆ
“ถ้าอย่างนั้นโรมก็จะแย่ง โรมไม่เชื่อหรอกว่าหนูจะลืมโรมได้จริงๆ”
“อื้ม!”
คนตัวโตรั้งท้ายทอยของวีว่าเอาไว้ก่อนจะประกบจูบลงที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง ครั้งนี้มันรุนแรงมากจนวีว่ารู้สึกเจ็บ มือเล็กทุบลงบนแผ่นอกกว้างแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ยิ่งเธอดิ้น แรงบดจูบก็ยิ่งมากขึ้นจนวีว่ารับรู้ได้ถึงรสชาติและกลิ่นคาวเลือด
“พี่โรม วีว่า อยู่ไหนกัน”