“อ๊ะ อืม... พี่ไวน์พอแล้วค่ะ มีธุระไม่ใช่เหรอคะ” พะพายเตือน
“ไปพบลูกค้ากับพี่ไหม?” เขาเงยหน้าขึ้นถาม
“พี่ไวน์ไปทำงานไม่ใช่จะให้พายไปด้วยทำไม”
“อยากให้ไปด้วยอ่ะ ไม่อยากให้พายอยู่คนเดียว” เขาให้เหตุผลพร้อมกับยิ้มอบอุ่นกะจะอ้อนเธอเต็มที่
“ก่อนหน้านี้พายก็อยู่คนเดียวนะ”
“แต่ตอนนี้พายเป็นเมียพี่นะ พี่อยากอยู่กับพาย นะ ๆ น้า นะคะ”
น้ำเสียงนุ่มทุ่มที่พูดคะขาทำให้พะพายเขินหนักกว่าเดิม ใบหน้าอ่อนใสแดงระเรื่ออย่างน่ารักไวน์อดมันเขี้ยวไม่ได้จนต้องกดจมูกลงบนแก้มของเธอ
“อื้อ! พายอยากพักผ่อนอ่ะ” เธอเหนื่อยเกินจะแบกสังขารไปกับเขา
“แค่นั่งรถไปกับพี่เฉย ๆ นะคะ”
ไวน์แค่อยากให้เธอไปกับเขา ไม่ได้ให้เธอช่วยทำงานเสียหน่อย อีกอย่างการที่พะพายไปด้วยมันก็ทำให้เขามีกำลังใจในการทำงานมากขึ้นด้วยก็วันนี้มันก็เป็นวันหยุดของเขานี่
“อืม... ถ้าอย่างนั้นเสร็จงานแล้วพี่ไวน์พาหนูไปกินไอติมได้ไหมคะ?”
“หึ ๆ เมื่อกี่ก็กินไอติมของพี่ไปแล้วนี่” ไวน์ทำหน้าเจ้าเล่ห์
“บ้า นั่นเขาไม่เรียกไอติมค่ะ ลุกไปอาบน้ำเลยค่ะ”
เธอได้ยินว่าเขามีนัดตอนบ่าย 3 ตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้วด้วย ไวน์จะต้องกลับไปเอาแบบแปลนที่บ้านอีกน่าจะใช้เวลานานพอสมควรเลย
“อาบด้วยกันไหม?”
“ไม่เอาค่ะ พี่ไวน์กลับไปอาบห้องพี่เมฆนะคะจนได้เร็ว”
“อาบพร้อมกันจะเร็วกว่า” เขาเริ่มหลอกล่อ มือปลาหมึกก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน มันยุบยับสร้างความวาบหวิวจนพะพายต้องดึงมือเขาออก
“ไม่เอา ไปอาบที่ห้องนู้นเลย” ...ขืนให้เขาอาบด้วยได้จับเธอกินอีกแน่
“ไม่อาบด้วยกันจริง ๆ เหรอ?”
“ไม่ค่ะ เดี๋ยวพายทำเนื้อผัดพริกให้กินนะคะ” เธอพูดถึงอาหารที่เขาชอบ
ไวน์ยอมตัดใจจากร่างบางแล้วรีบลุกไปอาบน้ำ ใช่ว่าเขาเห็นแก่กินแต่อย่างใด แต่เขาเห็นว่านาฬิกามันดีดไปที่เลขสิบสองทั้งสองเข็มแล้ว ถ้ามัวเล่นอยู่จะไปพบลูกค้าไม่ทันแน่ เพราะสถานที่นัดอยู่ที่เมืองหลักไม่ใช่ใกล้ ๆ เลย
ฟอด...
เสียงสูดดมความหอมจากแก้มนุ่มพร้อมกับแขนแกร่งที่โอบกอดร่างเล็กที่กำลังเตรียมอาหารและข้าวใส่กล่อง หลังจากนั้นเสียงทุ้มก็ดังขึ้นข้างหู
“...หอม”
คนฟังถึงกับเขินตัวแทบแตก เธอเอี่ยวตัวกลับมาถามเย้า “หอมกับข้าวหรือพะพายคะ?”
“ก็ต้องเป็นพะพายสิ”
เขาพิสูจน์คำพูดตัวเองด้วยการก้มจูบที่แก้มนุ่มอีกครั้งเป็นการยืนยัน
“อื้อ... พอแล้วค่ะ พายไปแต่งตัวก่อน เดี๋ยวพี่ไวน์ไม่ทันนัด”
พะพายสลัดคนตัวโตออกกก่อนจะวิ่งเข้าไปแต่งตัวในห้อง ด้วยกลัวว่าจะเสียเวลายังดีที่อาบน้ำเสร็จแล้วก่อนที่จะมาทำอาหารให้คนตัวโต ผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาทีทั้งคู่ก็นั่งบนรถ และพร้อมตัวออกเดินทางแล้ว
“หิวไหมคะ”
ไวน์หันมองคนตัวเล็กข้าง ๆ เขา วันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อลูกไม้แขนกุดสีครีมกับกางเกงยีนสีซีด ผมยาวสลวยปล่อยสยาย ส่วนใบหน้าไม่ได้แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแต่อย่างใด มีเพียงลิบมันสีชมพูที่เคลือบริมฝีปากอยู่เท่านั้น
“นิดหน่อย” เขาบอกพร้อมยิ้มที่มุมปาก
“งั้นกินเลยดีกว่า เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย”
คนตัวเล็กหยิบกล่องบรรจุอาหารที่แบ่งข้าวสวยร้อน ๆ กับเนื้อผัดพริกหวานไว้คนละช่อง หากแวะทานข้าวที่ร้านน่าจะเสียเวลามากกว่า การทานบนรถเป็นตัวเลือกที่ดี แถมยังได้ใช้เวลาด้วยกันอีกด้วย
“ป้อนพี่ด้วย”
“รับทราบค่า... คุณชาย” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงสดใส
แม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ไวน์ก็มีความสุขที่บรรยากาศเดิมที่เคยเกิดขึ้นกลับมาอีกครั้ง มือหนาวางแหมะที่ศีรษะของพะพายแล้วโยกไปมาอย่างที่ชอบทำ
พะพายเลือกเนื้อชิ้นใหญ่กับข้าวอีกเล็กน้อยยื่นไปตรงหน้าคนตัวโต เขาอ้าปากรับและเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็จอร่อย ...เพราะไวน์ชอบทานกับเยอะกว่าข้าวอย่างไรล่ะ
“อร่อยไหม?” เธอถามด้วยความคาดหวัง
เมื่อก่อนเธอก็ชอบทำขนมหรือไม่ก็กับข้าวไปให้ไวน์บ่อย ๆ หนึ่งเป็นการตอบแทนที่เขาช่วยสอนการบ้าน สองคือ เธออยากทดสอบทฤษฎีเสน่ห์ปลายจวักกวักให้ (ว่าที่) ผัวรักผัวหลงไงล่ะ
“อร่อยค่ะ แต่สู้พะพายไม่ได้หรอก”
ชายหนุ่มบอกอย่างเอาใจนึกอยากให้พะพายอยู่กับเขาแบบนี้ทุกวัน
คนตัวเล็กก้มหน้างุดตักข้าวคำโตยัดใส่ปากคนข้าง ๆ พร้อมกับพูดด้วยความเขินอาย
“กินเข้าไปเลย”