วีว่าสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะเอ่ยขึ้น “หลิน ถ้ากาฬขอฉันคบ...”
‘หะ!’
“ฉันยังพูดไม่จบ!” เธอตวาดลั่น หมั่นไส้ในความตื่นเต้นของหล่อนก็หลินออกจะจิ้นเธอกับกาฬเสียขนาดนั้นคงอยากรู้เป็นธรรมดา
“เล่ามาเร็วๆ สิ” หลินเร่งเร้า
วีว่ากรอกตามมองบนกับความตื่นเต้นของเพื่อนสนิทก่อนจะกำชับเรื่องหนึ่ง
“เรื่องนี้แกอย่าพึ่งบอกพวกไอ้ตังค์นะ”
‘เออ! เล่ามา...’ หลินบอกอย่างรำคาญวีว่าเต็มทีไม่รู้จะลีลาไปถึงไหน
วีว่าค่อย ๆ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นให้หลินฟัง และดูเหมือนว่าเพื่อนของเธอน่าจะมีท่าทางจิกหมอนขาดไปแล้วแน่ ๆ
“กรี๊ด! ฉันว่าแล้วเชียว”
“ในฐานะเพื่อน แกมองว่าไงวะ มันไม่แปลกใช่ไหม?” วีว่าถามอย่างกังวล กลัวว่ากลุ่มเพื่อนจะมองไม่ดี
‘อืม... ก็ไม่แปลกนะแก แต่ฉันอยากถามแกก่อนว่า แกรู้สึกยังไงกับมัน’ นี่คือสิ่งที่หลินเป็นห่วง ถึงเธอจะอยากให้ทั้งคู่คบกัน แต่ก็ต้องถามความรู้สึกของวีว่าก่อน
“อืม... มันก็ดีกับฉันนะ ที่ผ่านมาฉันมองมันเป็นเพื่อนมาตลอดฉันก็เลยไม่คิดว่าสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มันทำจะเป็นความใส่ใจ คิด ๆ ไปแล้วมันก็ดีนะ” ริมฝีปากอิ่มอมยิ้มเล็กน้อย
‘อะ! งั้นก็แสดงว่าแกก็ชอบมันอยู่นิด ๆ’
“แต่มันเป็นเพื่อนนะเว้ย”
‘งั้นก็ปล่อยให้ตัวเองเฉาตาอยู่อย่างนี้แหล่ะ คิดว่าเป็นดีเจดับเบิลวีแล้วจะเล่นตัวกับผู้ชายทุกคนได้เหรอ? สวยงี้ เซ็กซี่งี้ ผู้ชายอ่ะ เข้าหาแกบ่อยก็จริง แต่ไอ้ที่ดี ๆ และรักแกจริง ๆ มันจะมีสักกี่คนวะ’ หลินบ่นยาวเหยียด
“แม่ฉันยังไม่บ่นขนาดนี้เลยนะ”
‘เอ้อ ถ้ายุ่งยากนักฉันจะยุไอ้กาฬจับแกทำเมียเลยคอยดูสิ’ เธอบอกอย่างหมั่นไส้
“ยัยบ้า ฉันเป็นผู้หญิงนะ”
‘จ้า แม่คุณคนสวย ฉันยังยืนยันคำเดิมคบกับไอ้กาฬเถอะ เผื่อชีวิตแกมันจะดีขึ้น อีกอย่างแฟนเก่าแกจะได้เลิกยุ่งกับแกสักที’
“เออใช่”
‘แต่อย่าคิดที่จะเอากาฬเป็นไม้กันหมาอย่างเดียวนะ’ หลินเตือนอย่างจริงจัง ‘ตัดสินใจให้ดีนะเพื่อน แต่ฉันเชียร์กาฬ แค่นี้แหล่ะจะนอนแล้ว’
หลังจากวางสายไปวีว่าก็เดินไปปิดไฟเพื่อเข้านอน ตอนนี้เลยเวลาห้าทุ่มมาแล้ว พรุ่งนี้ต้องทำกิจกรรมอีกรีบพักผ่อนน่าจะดีที่สุด แต่เรื่องที่เธอคุยกับหลินกลับรบกวนจิตใจของเธอ
‘ผู้ชายอ่ะ เข้าหาแกบ่อยก็จริง แต่ไอ้ที่ดี ๆ และรักแกจริง ๆ มันจะมีสักกี่คนวะ’
‘ฉันไม่รู้หรอกนะว่าถ้าถึงวันนั้นจริง ๆ มันจะเป็นยังไง แต่ฉันอยากให้เธอเปิดโอกาสให้ฉันบ้าง เปิดโอกาสให้ตัวเองด้วย ฉันแค่อยากดูแลเธอ และทำให้เธอมีความสุขเท่านั้นเอง’
ร่างบางพลิกไปมาบนที่นอนแสนนุ่มสุดท้ายวีว่าก็ฝืนข่มตาหลับไม่ไหว เธอลุกขึ้นเปิดไฟที่ข้างหัวเตียงก่อนจะคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูโทรหาใครอีกคนที่พอจะยืนยันคำตอบที่มีอยู่ในใจเธอให้ชัดเจนกว่านี้
‘ว่าไงยะ โทรตรงจากสิงคโปร์อย่างนี้ต้องมีอะไรแน่ ๆ’ เสียงของมิลเล่ดังขึ้นพร้อมกับการทักทายที่ทำให้วีว่าถอนหายใจพรืดใหญ่
“งานเข้าแล้วเจ้” เธอบอกเสียงเนือย ๆ
‘ทำไมอ่ะ?’
วีว่าเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกรอบเหมือนกับที่เล่าให้หลินฟัง และไม่ลืมเล่าเรื่องของโรมให้ฟังด้วย
‘น่าสงสารจัง ฮ่า ๆ’ มิลเล่หัวเราะเสียงดัง
“เจ้า หนูโทรมาขอคำปรึกษานะ ไม่ใช่เล่าให้เป็นเรื่องสนุก” เธอเอ่ยอย่างกระเง้ากระงอด
เธอเครียดจะตายอยู่แล้วมิลเล่ยังมีหน้าหัวเราะอีกต่างหาก
‘อ่ะ ๆ โอเค ๆ แล้วทำไมแกไม่ลองให้โอกาสตัวเองดูล่ะ เปิดใจสักนิด’
“เจ้อยากให้หนูคบกับกาฬเหรอ?” วีว่าเอ่ยด้วยหัวใจที่เต้นรัว
‘ถ้าแกยังไม่แน่ใจก็ลองคุย ๆ กันดูก็ไม่เสียหายนี่ยังไม่ต้องเป็นแฟน ถ้าคนใหม่มันดีกว่าคนเก่าเจ้ก็อยากให้แกเลือกนะ’
“แบบนั้นไม่เท่ากับว่าหนูเอากาฬมาแทนที่พี่โรมเหรอ?” วีว่าถามอย่างเป็นกังวล ...เธอไม่อยากให้กาฬรู้สึกไม่ดีแต่ก็อยากให้โอกาสเขาเช่นกัน เธอยังลืมโรมไม่ได้นั่นก็อีกข้อ
‘แกมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีให้ตัวเองวีว่า อย่ากลัวที่จะเริ่มอะไรใหม่ ๆ กับคนใหม่ที่เขาพร้อมจะดูแลเรานะ’
วีว่าหยิบสร้อยเส้นเล็กออกจากกล่อง ดวงตากลมโตจ้องมองแสงที่เปล่งออกมาจาง ๆ ในที่แสงน้อย ...บางที ทางนี้อาจจะดีกับเธอจริง ๆ ก็ได้