“แล้วถ้าเป็นความฝัน... พายจะทำอะไรพี่เหรอ?”
แทบจะในทันทีแขนเรียวเล็กก็ตวัดกอดที่เอวสอบของเขา และด้วยความที่เขายังไม่ตั้งหลักจึงล้มทับร่างเล็กอย่างช่วยไม่ได้ เขายันตัวลุกขึ้นนั่งพิงที่หัวเตียงทั้งที่ยังมีคนตัวเล็กกอดแน่น เธอเงยหน้ามองเจ้าของร่างสูงด้วยดวงตาที่เง้างอน
“หึ ๆ เมาหรือเปล่าเนี่ยเรา?”
เธอส่ายหน้าเชิงปฏิเสธก่อนจะซบใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง ...เธอแค่มึนๆ เท่านั้นเอง หากเป็นเวลาปกติเธอคงไม่กล้าทำแบบนี้แน่ ๆ มือหนาลูบที่แผ่นหลังนุ่มอย่างเชื่องช้าราวกับกำลังกล่อมให้เธอหลับ
“...ทำไมพี่ไวน์ใจร้ายกับพายจังคะ?” เธอเอ่ยขึ้นในขณะที่หลับตา
“พี่เหรอ? ใจร้ายกับพาย”
เธอพยักหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนใจร้าย และพูดต่อ “ทั้งที่หนูพยายามเข้าไปอยู่ในสายตาพี่แล้วแท้ ๆ ...แต่พี่กลับไม่สนใจหนูเลย”
ประโยคหลังช่างแผ่วเบาและแฝงไปด้วยความเจ็บปวด และน้อยใจ
“แล้วใครกันที่หนีพี่มาไกลขนาดนี้” เขาตัดพ้อบ้าง
“ก็เพราะพี่ไวน์นั่นแหล่ะ!”
เธอคลายอ้อมกอดแล้วหันหลังให้เขาราวกับว่าไม่อยากให้เขาเห็นบางสิ่งที่กำลังไหลออกมาจากดวงตาอย่างเงียบ ๆ ซึ่งชายหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจในปฏิกิริยานั้น ดวงตาคมกริบมองแผ่นหลังบอบบางที่มีเพียงเสื้อสายเดี่ยวตัวบางปกปิดร่างกายท่อนบนเอาไว้ ชายหนุ่มตัดสินในแทรกตัวเข้ามาในผ้าห่มผืนหนาเคลื่อนตัวเข้าประชิดร่างบาง แขนแกร่งพาดกอดเอวคอดกิ่วเอาไว้ถ่ายทอดความรู้สึกของเขาให้ส่งไปถึงเธอ
“พี่ไวน์ทำอะไรคะ? บอกพี่ไวน์สิ”
เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูสะอาดก่อนที่เขาจะจุมพิตที่หลังใบหู สัมผัสอ่อนโยน น้ำเสียงของเขา และความอบอุ่นจากอ้อมกอดของชายหนุ่มทำให้พะพายควบคุมน้ำตาไม่ได้ มันไหลออกมาพร้อมกับร่างเล็กที่สั่นเทาจนไวน์สังเกตได้
เขามองเสี้ยวใบหน้าที่มีน้ำตาไหลพาดสันจมูกพร้อมกับความรู้สึกไม่ดีที่ก่อขึ้นภายในใจ
“...หนูไม่อยากอยู่ใกล้พี่ไวน์ เพราะพี่... ทำให้หนูรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่รู้ว่าพี่ไม่เคยมองหนูเลย” คนตัวเล็กซุกใบหน้าลงกับหมอนใบโตราวกับต้องการหนีชายหนุ่ม
“พายรักพี่เหรอ?” เขาถามคำถามนั้นด้วยหัวใจที่พองโต คาดหวังคำตอบเพียงหนึ่งเดียว
พะพายส่ายหน้าไปมา เอายกมือบางขึ้นมาปิดใบหน้าสวยเสียงสะอื้นแผ่วเบา ส่งผลให้เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ...ไวน์ไม่เคยเห็นพะพายร้องไห้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ตอนนี้เธอกำลังร้องไห้เพราะเขา
“...พายไม่อยากรักพี่ไวน์ ฮือ...”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจกับประโยคที่คล้ายจะเป็นคำตอบ เขาพลิกร่างเล็กให้หันมาเผชิญหน้า และคนตัวเล็กก็ก้มหน้างุดไม่ยอมมองหน้าเขาจึงใช้มือหนาเชยปลายคางแหลมบังคับให้เธอมองเขาจากนั้นไวน์ก็เช็ดน้ำตาให้เธอย่างแผ่วเบา
“พายรักพี่น่ะดีแล้ว” พูดจบจมูกโด่งก็กดลงที่แก้มนุ่มสูดดมความหอมของมันเข้าไปเต็มปอด
“...” พะพายมองคนตัวโตตาปริบ ๆ แววตาคู่นั้นก็บ่งบอกถึงความน้อยใจที่มีอยู่เต็มอก
“พี่รักพายนะ”
คล้ายเธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดราวกับว่ามันเป็นคนละภาษากับที่เธอใช้ในชีวิตประจำวัน
“ถ้าพายรักพี่... เราคบกันนะ”
ลมหายใจของคนตัวเล็กขาดห้วน หัวใจดวงน้อยเต้นระบำราวกับกำลังจะหลุดออกมาจากอกข้างซ้าย ดวงตากลมโตยังจ้องมองคนตัวสูงอย่างไม่เข้าใจ ...ถ้านี่เป็นความฝันมันคงเป็นฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงแน่ ๆ ไวน์ไม่มีทางพูดประโยคพวกนี้หรอก เมื่อคิดได้เช่นนั้นพะพายจึงปิดเปลือกตาลงเพื่อต้องการจะตื่นจากเรื่องราวเหล่านี้
“นี่ไม่เชื่อกันเหรอ?” ไวน์เคลื่อนตัวให้ต่ำลงเพื่อจะได้มองใบหน้าของหญิงสาวได้อย่างชัดเจน
“ตื่นได้แล้วพะพาย” เธอบอกตัวเองทั้งที่ยังหลับตาอยู่
“หึ ๆ” เขาจะทำอย่างไรกับคนเมาดีน้า... ให้เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
ดวงตาคมจ้องมองบริเวณร่องอกอิ่มที่โผล่พ้นเสื้อสายเดี่ยวตัวบางออกมา มันกระเพื่อมตามจังหวะการหายใจของเธอ ถึงแม้จะมีเสื้อสายเดี่ยวปกปิดเต้าเต่งตึงไว้แต่ปลายยอดกลับดุนดันผ่านผ้าเนื้อบาง และกลิ่นหอมกำจายจากกายสาวทำให้จิตใจด้านมืดของเขาเริ่มทำงานพร้อม ๆ กับบางอย่างที่กำลังดุนดันใต้กางเกงผ้าซาติน
“หึ ๆ”
มือหนาวางบนส่วนเว้าของเอวคอด ไวน์ประทับจูบที่ไหปลาร้าอย่างแผ่วเบาก่อนใจไล่จูบมาจนถึงบริเวณเนินอกอิ่มที่เป็นเป้าหมาย สัมผัสนั้นมันทำให้พะพายรู้สึกแปลก ๆ จึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความสงสัยในขณะเดียวกันคนตัวโตก็ดูดดึงเนื้อนิ่มจนเธอรู้สึกเจ็บแปลบ
“อ๊ะ อื้อ...”
มือบางดันไหล่เจ้าของการกระทำให้ออกห่างจากตัวเธอ พะพายมองหน้าคนตัวโตพร้อมกับหอบหายใจถี่ก่อนจะเลื่อนสายตามองบริเวณที่รู้สึกเจ็บ รอยสีแดงกลีบกุหลาบที่ตัดกับผิวขาวนั้นเป็นหลักฐานชั้นดีที่บอกว่าเธอไม่ได้ฝัน
“หึ ตื่นแล้วเหรอคะ?”