ในเวลาเย็นย่ำของวันเช่นนี้การออกมาเดินเล่นหรือออกกำลังกายที่สวนสาธารณะคงเป็นอีกตัวเลือกที่ดีอย่างหนึ่ง สายลมเย็นพัดอ่อนบางหอบไอน้ำจากทะเลสาบขึ้นมาให้รู้สึกเย็นสบาย ทั้งยังมีเงาไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ปกคลุมทั่วบริเวณทางเดินให้ความรู้สึกร่มรื่น
สองหนุ่มสาววัยเดียวกันเดินทอดน่องเคียงคู่กันมา หลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้คงต้องเป็นการทานของหวานตบท้าย ซึ่งในมือของหญิงสาวมีไอศกรีมซอฟต์ครีมโคนสูงสีพาสเทสที่มีหลากหลายรสชาติอยู่ในโคนเดียว ใบหน้าของเธอดูมีความสุขราวกับไอศกรีมโคนนี้ขับไล่ความรู้สึกไม่ดีให้หายวับไป
“สบายใจขึ้นยัง?” กาฬถามคนที่กำลังทานไอศกรีมโคนอย่างมีความสุขเขาเองก็เผลอยิ้มไปด้วย
“อื้ม!” วีว่าตอบอย่างร่าเริงก่อนจะกัดไอศกรีมคำโตก่อนที่มันจะละลาย
“กินเลอะเป็นเด็กไปได้”
กาฬกระตุกยิ้มมองใบหน้าสวยที่ตอนนี้มีไอศกรีมสีหวานเลอะที่มุมปาก เขาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยมันออก และการกระทำของชายหนุ่มทำให้วีว่ารู้สึกว่ามีบางอย่างในตัวของกาฬกำลังเปลี่ยนไป ดวงตาคู่สวยและใบหน้าที่สาว ๆ ทุกคนได้เห็นจะต้องบอกว่าเขาหล่อ ซึ่งสำหรับวีว่าเธอไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเพราะมองว่า กาฬเป็นเพื่อน
“อะ เอ่อ... ขอบใจ”
วีว่ามองไปข้างหน้าพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อลดความประหม่า และกำจัดความคิดเหลวไหลออกไป ความเงียบเข้าครอบครองรอบ ๆ ตัวของคนทั้งคู่จนน่าอึดอัด สุดท้ายกาฬก็เป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบนั้น
“วี...”
“หืม?” วีว่าหันตามเสียงเรียกของชายหนุ่มมองเขาอย่างมีคำถาม
“ถ้าเธอมีอะไรไม่สบายใจ ฉันก็อยากเป็นคนช่วยแบ่งเบานะ” เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แต่แววตากลับสะท้อนความจริงจังอยู่หลายส่วน
“สำนวนลิเก ไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย?” ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด พร้อมกับใช้มือแตะที่หน้าผากของชายหนุ่มราวกับกำลังวัดไข้ไปด้วย “ตัวก็ไม่ร้อนนี่”
เธอไม่อยากคิดเหลวไหลกับแค่คำพูดไม่กี่คำของกาฬ ถึงแม้หลาย ๆ ครั้งมันเหมือนมีนัยบางอย่างที่เขาต้องการจะบอกเธอก็ตาม
“หึ ฉันเคยพูดเล่นเหรอ?”
“พูดแบบนี้จะจีบฉันเหรอ?” วีว่าถามลองเชิง
“หึ ๆ แล้วไม่ได้เหรอ?”
วีว่ากระพริบตาปริบ ๆ ไม่ทันตั้งตัวกับประโยคขอจีบแบบกราย ๆ ของเพื่อนสนิท เธอหัวเราะแก้เก้อ
“ฮ่า ๆ แกนี่ท่าจะไม่สบายจริง ๆ” พูดจบก็กัดไอศกรีมให้ความเย็นของมันเรียกสติกลับมา
“...”
เมื่อเห็นชายหนุ่มไม่เอ่ยอะไรวีว่าจึงถอนหายใจแล้วหันมาสบตากับคนที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว
“เฮ้อ... แกก็รู้ว่าฉันเป็นคนยังไง แกรับได้เหรอ? ฉันไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ หรอกนะ อีกอย่าง...”
“...” ชายหนุ่มรอฟังอย่างตั้งใจ
“...ฉันนึกภาพตอนฉันกับแกเป็นแฟนกันไม่ออกว่ะ”
“หึ ๆ ไม่ลองแล้วจะรู้เหรอ?”
ไม่มีกฎข้อไหนที่บอกว่าเพื่อนห้ามเลื่อนสถานะมาเป็นแฟน และไม่มีกฎข้อไหนที่ห้ามรักหรือชอบเพื่อนของตัวเอง หรือถ้าจะมีใครสักคนเคยกล่าวเอาไว้มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเชื่อเขานี่
วีว่าจนใจกับสายตาจริงจังกึ่งเว้าวอนของกาฬ มันคงรู้สึกแปลก ๆ ถ้าหากพรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าผู้ชายที่เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมกลายมาเป็นแฟน แล้ววีว่าก็ไม่แน่ใจด้วยว่า คำพูดจาจะต้องเปลี่ยนไหม? หรือจะต้องทำตัวแตกต่างจากตอนเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า?
“ไหนลองบอกเหตุผลที่แกอยากคบกับฉันมาสัก 3 ข้อหน่อยสิ เผื่อฉันจะสนใจยอมคบกับแก” เอ่ยอย่างทีเล่นทีจริง
“หึ ๆ ข้อแรก เธอสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ เธออยากจะทำอะไร จะไปที่ไหนฉันไม่ห้าม”
วีว่าพยักหน้ารับรู้ ข้อนี้ถือว่าน่าสนใจ ถ้าจะให้เธอเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครสักคนเธอก็ไม่ทำหรอก
“ข้อ 2 ฉันจะเลี้ยงเธอแบบราชินี เธออยากได้อะไรบอกเดี๋ยวฉันหามาให้ อยากกินอะไร อยากไปเที่ยวไหนฉันจะพาไป” เขาบอกพร้อมรอยยิ้ม
วีว่าขำในลำคอ “นี่ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงใช่มั้ย?”
“คิดมากน่า” มือหนายกขึ้นมายีผมนุ่มของวีว่าอย่างเคยชิน
“แล้วข้อสุดท้ายล่ะ?”
“สำคัญที่สุดนะ” เขาเว้นวรรคหายใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนสีหน้า “ฉันอยากดูแลเธอจริง ๆ ว่ะ”
มืออุ่นยกขึ้นมาสัมผัสบริเวณโหนกแก้มด้านซ้ายซึ่งเคยเป็นแผลตอนนี้เหลือไว้เพียงรอยแผลเป็นสีขาวจาง ๆ หากไม่สังเกตก็จะไม่เห็น ซึ่งวีว่าใช้รองพื้นปกปิดมันเอาไว้ สายตาอบอุ่นและจริงจังถ่ายทอดความรู้สึกของเขาออกได้จนหมด
วีว่าอึ้งอยู่ไม่กี่วินาทีก่อนจะเอ่ยขึ้น “...อันนี้ปลอม”
“ฉันพูดจริง” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยย้ำ
“...”
...อยากดูแลงั้นเหรอ? วีว่าทวนในใจ ประโยคง่าย ๆ แต่กลับทำให้หัวใจอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกที่ผ่านมานอกจากไวน์ที่เป็นพี่ชายของเธอก็ไม่เคยมีใครพูดคำนี้ออกมาเลย แต่มันก็ยังมีเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ทำให้วีว่าไม่อาจตอบตกลงได้
“พูดตามตรงเลยนะ ...ฉันกลัวว่ะ”