วีว่าพยายามลบใครบางคนออกจากความคิด หลังจากที่สมองน้อย ๆ คอยคิดวกวนเกี่ยวกับเขาแทบจะตลอดเวลาจนแทบนอนไม่หลับ เธอนึกถึงช่วงเวลาทั้งดีและไม่ดี นึกถึงสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ ความทรงจำต่าง ๆ ประเดประดังเข้ามาไม่ขาดสายจนวีว่ารู้สึกว่าตนเองเริ่มฟุ้งซ่าน แน่นอนว่าความรู้สึกแบบนี้มันค่อนข้างที่จะจัดการยาก
เธอพยายามหาอะไรทำให้ตัวเองยุ่งอยู่ตลอดไม่เปิดโอกาสให้เขาเข้ามาในความคิด งานที่อาจารย์ให้ทำกำหนดส่งสิ้นเดือนเธอก็ทำเสร็จจนหมด เวลานอนต้องเปิดดนตรีเพื่อกล่อมให้ตนเองหลับสบายไม่คิดเรื่องของโรม
“วันนี้อาจารย์จะประกาศรายชื่อนักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกให้ไปดูงานที่ประเทศสิงคโปร์...” เสียงของอาจารย์ประจำภาควิชาดังขึ้นเรียกความสนใจจากนักเรียนที่หลับแหล่มิหลับแหล่ให้ตาสว่างขึ้นมา
การไปดูงานครั้งนี้สำหรับพวกเขาเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่เกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และเทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างและออกแบบอาคาร นักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกจะมีเพียง 10 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ถึง ปีที่ 4 คละกัน โดยคณะกรรมการจะตัดสินจากผลงาน ผลการเรียน และคะแนนในรายวิชาเอกเป็นหลัก
“ตื่นเต้นว่ะ” วีว่าพูดกับเพื่อน ๆ ที่นั่งเรียงโต๊ะกัน
“หึ ๆ กลัวอะไร ได้ไปอยู่แล้ว” หลินบอกอย่างให้กำลังใจ
ในกลุ่มของเธอมีด้วยกันทั้งหมด 6 คน คือ กาฬ เซนต์ ไทม์ เฟรม หลิน และวีว่า ถึงแม้วีว่าจะไม่สนิทมากเท่าไร แต่ก็เป็นเพื่อนที่ทำงานกลุ่มด้วยกันกินเที่ยวด้วยกันบ้างเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่แล้ววีว่าเรียนเสร็จแล้วจะกลับบ้านเลย ไม่ค่อยได้ไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ สักเท่าไรนักด้วยว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย มีเธอและหลินที่เป็นผู้หญิง ส่วนใหญ่พวกเขาจะนัดกันดื่มตอนกลางคืนเสียมาก ทั้งสองสาวจึงขอบายมีบ้างบางครั้งที่พวกเธอไปด้วย
“นักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกได้แก่...” อาจารย์ลากเสียงยาวพร้อมกับกวาดตามองรอบ ๆ ห้อง
“อาจารย์ รีบประกาศเถอะครับ พวกผมฉี่จะราดแล้ว” นักศึกษาชายคนหนึ่งในห้องโพลงขึ้นเมื่ออาจารย์ไม่ยอมอ่านชื่อสักที
“ฮ่า ๆ” คนแกล้งหัวเราะชอบใจ “ก็อาจารย์อยากให้ตื่นเต้นไง”
“โถ่อาจารย์” นักศึกษาโอดโอยอย่างอ่อนใจ
อาจารย์ที่คณะส่วนใหญ่ก็เป็นวัยใกล้เคียงกัน อายุไม่เกินเลขห้ากันทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่ทั้งอาจารย์และลูกศิษย์จะสนิทสนม หยอกล้อกันบ้าง แต่นักศึกษาทุกคนก็ยังให้ความเคารพอาจารย์ทุกคน
“ชั้นปีที่ 2 ได้รับคัดเลือก 3 คน คือ... ภูวเนตร วิวาศินี และนิลกาฬ”
“อ๊าย! ชื่อฉัน แกได้ยินรึเปล่า?” วีว่าตีแขนเฟรมที่นั่งอยู่ข้างเธอแรง ๆ ด้วยความตื่นเต้น
วีว่าค่อยข้างคาดหวังกับการดูงานครั้งนี้มาก มันเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง เธออยากเก็บเกี่ยวความรู้เหล่านี้ไว้ให้มากเพื่อที่จะได้ช่วยครอบครัวทำงาน
“เอ้อ ได้ยิน ๆ เจ็บคร้าบ...” เฟรมลูบแขนตนเองปอย ๆ
“เลิศอ่ะแก” หลินยกนิ้วโป้งให้เพื่อนทั้งกาฬและวีว่า
“สมแล้วที่พวกแกเป็นคู่จิ้นกัน ดวงสมพงษ์อะไรเบอร์นี้” ไทม์พูดเย้าแหย่
“จิ้นบ้านแกสิ เลิกแซวได้แล้วขนลุก” วีว่าไม่ชอบให้พูดเล่นแบบนี้
เธอกับกาฬเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยม รู้ไส้รู้พุงกันแบบไม่ต้องเอ็กซเรย์ การที่สนิทสนมกันมันก็ไม่แปลก แต่การที่จะให้เปลี่ยนจากเพื่อนมาเป็นอย่างอื่นมันคงยากยิ่งกว่าให้ไก่ออกลูกเป็นปลาเสียอีก
“พวกแกเป็นความหวังของกลุ่มเลยนะเว้ย อย่าไปทำอะไรขายขี้หน้ารุ่นพี่ล่ะ” เซนต์พูดขำ ๆ แต่ตันโดนฝ่ามืออรหันต์ของกาฬตบเข้าที่ศีรษะ
“ปากเหรอนั่นที่พูด” กาฬถามเสียงเข้ม
“สม แบร่...” วีว่าแลบลิ้นใส่เซนต์อย่างสะใจเมื่อเห็นเพื่อนลูบศีรษะปอย ๆ
เสียงของนักศึกษาแสดงความยินดีกับเพื่อนที่เป็นตัวแทนดังอย่างไม่ขาดสาย อาจารย์ประจำวิชาเห็นว่าใกล้จะหมดเวลาแล้วจึงเอ่ยขึ้น
“เอาล่ะ ๆ เงียบ ๆ หน่อย ขอให้นักศึกษาคนที่มีรายชื่ออยู่พบอาจารย์หลังเลิกคลาสด้วยนะครับ”
อาจารย์นัดวันเวลา และรายละเอียดต่าง ๆ ในการไปดูงานในครั้งนี้ โดยระยะเวลาของการดูงานครั้งนี้คือ 2 สัปดาห์ โครงการนี้เป็นโครงการที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และคณะวิศกวรรมศาสตร์ทำร่วมกัน พวกเขาจะเดินทางไปพร้อม ๆ กับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์อีก 10 คน พร้อมกับอาจารย์ในคณะ
“ไปฉลองกัน” วีว่าพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงหลังจากออกมาจากห้องเรียน
“เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” กาฬเอ่ยอย่างใจปล้ำ
“ไม่เกรงใจนะบอกไว้ก่อน” วีว่ายิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะมองไปรอบ ๆ “แล้วคนอื่นล่ะ”
“มันจะรออะไร มันกลับบ้านกันหมดแล้ว” กาฬบอก
วีว่าพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับกาฬ นี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนอื่นชอบแซวทั้งสอง และเข้าใจผิดว่าเป็นแฟนกันก็ได้
“แป๊บนะ รับโทรศัพท์ก่อน” วีว่ารู้สึกถึงการสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือจึงควานหามันในกระเป๋า เธอมองเบอร์ที่ไม่คุ้นก่อนจะรับสาย “ฮัลโหลค่ะ”