“เสียดายที่ไม่มีแส้”
เธอกรีดเล็บลงบนแผ่นอกกว้างเป็นรูปตัว X ราวกับหากมีแส้เธอจะตีเขาแบบนี้มันทำให้อารมณ์ดิบในตัวโรมพรุ่งพล่าน อยากหาแส้มาให้เธอฟาดตอนนี้ด้วยซ้ำ
“วันหลังแล้วกัน อ๊ะ โอ๊ย! วี... โรมเจ็บ ปล่อยมันเดี๋ยวนี้”
ความเสียวซ่านหายไปทันทีเมื่อวีว่าบีบที่ปลายหัวเห็ดเต็มแรง มันเจ็บปวดจนในหน้าหล่อเหลาเหยเกที่หางตาเขามีน้ำตาซึมออกมา คนตัวเล็กแสยะยิ้มมองใบหน้าเจ็บปวดนั้นด้วยความสะใจ
“ถ้าในหัวพี่มีแต่เรื่องอย่างว่า ชาตินี้ก็อย่าหวังว่าฉันจะกลับไปเลย”
เธอฟาดมือลงที่จุดยุทธศาสตร์อีกครั้งอย่างเต็มแรง มันทำให้โรมจุกจนหน้าเปลี่ยนสีทำได้แค่มองร่างเล็กที่เดินสะบัดตูดออกจากห้องไป
“ดื้อ! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ วีว่า! จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม? ได้... โอ๊ย... แม่งเจ็บจังวะ”
พอจัดการคนลามกแล้ววีว่าก็กลับไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแล้วลงมาเดินเล่นแถว ๆ ริมชายหาด อ้อ ไม่ลืมที่จะล้างมือด้วยสบู่อีกสองรอบ ป่านนี้เจ้ามังกรของโรมคงหดเป็นหนอนชาเขียวแล้วมั้ง คิดแล้วก็ขำ สมน้ำหน้าอยากลามกดีนัก เชือกที่เธอมัดไว้อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะทำให้เขาเสียเวลาสักครึ่งชั่วโมง หรือถ้านานกว่านั้นก็คงเป็นเวลาที่พ่อแม่กลับมาพอดี
วีว่าไม่คิดว่าตัวเองทำแบบนี้ตัวเองจะเสียหาย เพราะระหว่างเขากับเธอมันเกินเลยกันมานานแล้ว เท้าเล็กก้าวเหยียบผืนทรายสีขาวเนื้อละเอียดพรางทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องราวในอดีต และปัจจุบันเธอสับสนจนหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลย
ใจหนึ่งก็โกรธโรมที่เคยทำไม่ดีกับเธอเอาไว้ แต่พอนึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมามันก็ทำให้วีว่าใจไม่สงบทุกที เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่โรมกำลังทำมันคืออะไร แต่ที่แน่ ๆ มันจะต้องเกี่ยวกับตัวเธอ เขาคอยเข้ามาวนเวียนในชีวิตเธอจนวีว่าอดคิดไม่ได้ ว่าเขาอยากให้เธอกลับไปเป็นเหมือนเดิมจริง ๆ ใช่ไหม? แล้วถ้ากลับไปมันจะเป็นอย่างไรต่อ...? หลายคำถามที่ไม่มีคำตอบ และคำถามที่เธอไม่กล้าตอบคือ ...เธอยังโกรธกับสิ่งที่โรมเคยทำไว้หรือเปล่า? มันเหมือนกับเธอกำลังยืนอยู่ในเขาวงกต และไม่สามารถหาทางออกได้
“โอ๊ย...” คนตัวเล็กยีผมตัวเองอย่างหงุดหงิด “ทำไมต้องกลับมาทำให้ฉันสับสนด้วยวะ”
วีว่ามองทีมงานที่กำลังเตรียมงานเลี้ยงสำหรับวันพรุ่งนี้อยู่ พวกเขาทำงานกันอย่างขันแข็งเธอไม่อยากไปรบกวนจึงเปลี่ยนทิศการเดินไปอีกทางหนึ่ง
“โอ๊ย... แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้” เสียงใสของลิลินดึงความสนใจจากวีว่า
“ใจเย็น ๆ นะคะ เดี๋ยวพี่โทรไปที่บริษัทออแกไนซ์อีกทีนะคะ”
“ค่ะ ฝากด้วยนะคะพี่ขวัญ”
วีว่ามองหญิงสาวที่มีใบหน้าร้อนใจและกังวลนั้นก่อนจะเดินเข้าไปทัก “เอ่อ... ลิลินใช่ไหมคะ?”
“ใช่ค่ะ อ๋อ เราเจอกันเมื่อวานที่ห้องอาหาร” เธอยิ้มออกมา
“ค่ะ วีว่าเป็นลูกของคุณแม่ปานวาด ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ คือ... เห็นเมื่อกี้ดูลิลินเครียด ๆ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“อ๋อ พอดีทีมออแกไนซ์มีปัญหานิดหน่อยอ่ะ ตอนนี้เลขาลิลินกำลังเคลียอยู่” เธอบอกอย่างไม่ปิดบัง
“นี่ลิลินอายุยี่สิบจริง ๆ ใช่ไหม?”
“ยี่สิบเอ็ดแล้วค่ะ ทำไมเหรอ?” เธอตอบ
“อ่าวงั้นต้องเรียกพี่อ่ะดิ พี่ลิลินทำงานเหมือนกับคนที่มีประสบการณ์ และดูเก่งเกินอายุมาก ๆ อ่ะ อายุไล่เลี่ยกันแต่วีว่าไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง เห็นแบบนี้แล้วอายอ่ะ” วีว่ายิ้มแกน ๆ
“หึ ๆ ขอบคุณนะ แต่การทำงานแบบนี้มันไม่สนุกหรอก”
บางทีลิลนินก็อดคิดไม่ได้ว่ามันเป็นภาระที่เกิดตัวเธอไปหรือเปล่า
“เอ่อ... คุณลิลินคะ ทางนู้นเขาบอกว่าทีมที่จะจัดงานให้เราเขาขอลาพักร้อนน่ะคะ”
“เอ๊ะ แต่เมื่อวานเราพึ่งคุยงานกับเขาไปนะคะ” ลิลินเอ่ยอย่างแปลกใจ
“อันนี้พี่ก็ไม่ทราบค่ะ ทางบริษัทเขายืนยันว่า ไม่มีทีมงานคนไหนที่คุยงานกับเราค่ะ” เลขาของลิลินเอ่ยเสียงเครียด
“แล้วเขาจะส่งคนอื่นมาให้เราไหม?”
“ตอนนี้ไม่มีทีมไหนว่างเลยค่ะ”