เมื่อไม่รู้จะทำยังไงกับคนตัวโตก็ได้แต่เดินกระฟัดกระเฟียดและกระแทกก้นลงนั่งบนเก้าอี้แทน โรมเดินตามร่างเล็กมานั่งฝั่งตรงข้ามก่อนจะเอามือเท้าคางมองเธอด้วยความขบขัน วีว่าที่เขารู้จักไม่เคยแสดงอารมณ์แบบนี้ให้เขาเห็นเลย มันทำให้โรมเห็นอีกมุมของเธอยิ่งทำให้เธอน่ารักขึ้นไปอีก เมื่อก่อนวีว่าเป็นคนเก็บอารมณ์เก่งมาก เธอไม่แม้แต่จะโวยวายหรืออารมณ์เสียใส่เขาเลยสักครั้ง แม้กระทั่งตอนจับได้ว่าเขาแอบคุยกับคนอื่นจนโรมคิดน้อยใจว่า วีว่าไม่ได้รักไม่ได้สนใจเขาขนาดนั้นถึงไม่แสดงอาการหึงหวงเขาเลย
วีว่าตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารบนโต๊ะอย่างไม่สนใจคนตัวโตบางครั้งก็ยกแชมเปญขึ้นกระดกจนหมด ซึ่งโรมก็ทำหน้าที่เติมให้ไม่ขาดอย่างเอาใจ
“ดื้อ”
“อะไรอีก!” เธอตวัดสายตาเหวี่ยงเต็มที่
“ดูด้านล่างสิ” เขาบอกพร้อมกับยิ้มอย่างละมุน
วีว่ามองตามนิ้วชี้ของโรมไปยังพื้นทะเลด้านล่างก็พบกับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่มีผิวหนังโปร่งใสแต่กลับมีสีม่วงอมชมพูเรืองแสงออกมา มันคือ แมงกะพรุน
“ว้าว...”
ดวงตาคู่สวยเลิกกว้างอย่างตื่นเต้น เมื่อกวาดตามองไปรอบ ๆ ก็พบว่ามันมีมากมายแทบจะทำให้ทะเลเรืองแสงได้ พวกมันแหวกว่ายอยู่ใต้ผิวน้ำราวกับกำลังเต้นระบำ
...หรือนี่จะเป็นงานเลี้ยงของพวกมันกัน พอคิดเช่นนั้นก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ชอบไหม?”
เธอหันกลับมามองคนที่ยิ้มให้เธออยู่ก่อนแล้วแววตาเขาเต็มไปด้วยความหวัง วีว่ายิ้มให้เขาก่อนจะพยักหน้ารัว ๆ ก่อนจะกลับไปสนใจแมงกะพรุนเหล่านั้นอีกครั้ง
“สวยอ่ะ”
รอยยิ้มที่เขาเฝ้ารอมาตลอดปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยทำให้โรมคล้ายกับต้องมนต์สะกด เขากระพริบตาอย่างช้า ๆ มองคนที่เพลิดเพลินกับแมงกะพรุนเหล่านั้นอย่างมีความสุข
...โรมสัญญากับตัวเองแล้วว่า จะเก็บรอยยิ้มนี้ให้อยู่กับวีว่าตลอดไป เขาอยากเห็นวีว่ายิ้มให้เขาแบบนี้ทุก ๆ วัน เพราะรอยยิ้มนี้เหมาะกับเธอมากกว่าคราบน้ำตาในวันวาน
ร่างสูงขยับเก้าอี้เข้ามานั่งข้างวีว่าโดยไม่ให้เธอรู้ตัวก่อนจะโอบร่างเล็กอย่างใจกล้าใบหน้าหล่อเหลาก็ถูไถไปกับไหล่เล็กอย่างอ้อนเอารางวัล
“อะไร?” วีว่าร่นไหล่หนีสัมผัสของโรม
“ขอรางวัลหน่อย” เขาเกยคางกับไหล่เล็กซึ่งมันใกล้มากพอจะได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากสกินแคร์บนผิวเนียน
“ไม่มี”
“โถ อุตส่าห์พามาไกลขนาดนี้แล้วยังไม่มีรางวัลให้อีก” เขาทำหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด
“เหอะ ใช่มุขนี้กับคนอื่นบ่อยสิ”
วีว่าเบ้บากอย่างอารมณ์เสียพร้อมกับผลักคนตัวโตให้ถอยห่าง พอคิดว่าเขายังมีผู้หญิงอีกหลายคนก็ทำให้เธออดหัวร้อนไม่ได้
“ไม่เคยลงทุนขนาดนี้เถอะ แล้วก็ไม่มีใครแล้วด้วย”
“ว้าย”
โรมยกร่างของเธอขึ้นก่อนจะย้ายไปนั่งแทนที่ให้เธอนั่งบนตักแกร่ง และกอดเอวคอดเอาไว้ การกระทำทั้งหมดนี้เขาทำอย่างรวดเร็วทำเอาวีว่าตกใจกอดคอโรมไว้แน่นจนใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าที่อกอิ่มอย่างพอดิบพอดีแม้จะมีผ้ากั้นอยู่แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงความนุ่มนิ่มของมัน
“กอดไว้นะ เดี๋ยวตก”
เขาบอกอย่างอารมณ์ดีพอคนตัวเล็กรู้ตัวก็ผละตัวออกทันทีโรมจึงเอ่ยเย้า “ไม่กอดแล้วเหรอ?”
“ปล่อยเลย”
“ไม่เอา อยู่อย่างนี้แหล่ะ” พูดพร้อมซบหน้ากับไหล่เล็กที่เย็นเฉียบ พอคิดว่าเธอจะหนาวมือหนาก็ลูบที่แขนอีกข้างก่อนจะถาม “หนาวไหม?”
“นิด ๆ” วีว่าตอบตามจริงโรมจึงกระชับกอดให้แน่นขึ้น
ในคืนที่อากาศเย็นไปทางค่อนหนาวการมีอ้อมกอดที่อบอุ่นแบบนี้แทนผ้าคลุมห่มผิวมันก็ดีไม่น้อย โรมหยิบแก้วแชมเปญยื่นให้วีว่าเธอก็รับมันมาแล้วดื่มอย่างไม่อิดออด
“ที่บอกว่าไม่มีใคร... แล้ว ...พี่เบลล่าล่ะ”
วีว่ากลั้นใจถามให้จบ แม้ตาจะมองไปยังแมงกะพรุนแต่กลับรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ นึกโทษตัวเองอยู่เหมือนกันที่ใส่ใจในรายละเอียดคำพูดของโรมขนาดนั้น อาจเป็นเพราะแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปด้วย
“หึ ๆ” เขาหัวเราะในลำคอพร้อมกับจูบลงที่ไหล่เนียน “ก็เพราะอยู่ที่นี่ไงเลยไม่ได้เคลียสักที กลับไปเดี๋ยวเคลียให้”