ตอนที่1เบลินดา

1307 Words
ณ คฤหาสน์สุวรรณวิริยะ “นี่เบลล์ ฉันขอน้ำหน่อย เร็วๆ ด้วยล่ะ อย่ามัวชักช้า”เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งวัย 26 ปี เธอมีชื่อว่า อรอุมา สุวรรณวิริยะ เธอนั่งอยู่บนโซฟาหรูภายในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่โต อรอุมาแต่งตัวดูดี ซึ่งขัดกับคนที่เธอกำลังเรียกใช้งาน “ค่ะ พี่อร"หญิงสาวที่ดูอายุน้อยกว่าเธอขานรับคำร้องขอ ราวกับสถานะของบ่าวและนายอย่างไรอย่างนั้น สวัสดีค่ะ เบลินดาค่ะ เบลินดา สุวรรณวิริยะ อายุ24ปี เบลล์เป็นน้องสาวของพี่อรค่ะ แต่เราสองคนนั้นไม่ได้เป็นพี่น้องกันโดยสายเลือดหรอกนะคะ พี่อรเป็นลูกติดของ เนตรนภา สุวรรณวิระยะ ภรรยาใหม่ของ ปริณ สุวรรณวิระยะ พ่อแท้ๆ ของเบลินดา ซึ่งแม่ที่ให้กำเนิดเบลินดามานั้น เธอได้เสียชีวิตไปตั้งแต่เบลินดามีอายุได้เพียง4ขวบ การแต่งงานใหม่ระหว่าง ปริณและเนตรนภาจึงเกิดขึ้นมา ท่ามกลางเสียงติฉินนินทาของชาวบ้าน ทว่าใครจะสน ศพภรรยาเก่าไม่ทันจะได้เผา คนอย่างปริณก็พาเมียใหม่พร้อมลูกติดเข้ามาเป็นใหญ่ภายในบ้าน ซึ่งการแต่งงานใหม่นี้ เปลี่ยนชีวิตของเบลินดาไปตลอดกาล จากเด็กสาวที่ถูกเลี้ยงมาเป็นอย่างดี หลังสูญเสียหญิงผู้เป็นแม่ไป ชะตาของเธอกลับตาลปัตร ดุจดั่ง สวรรค์สาป นรกส่ง เธอถูกเลี้ยงมาเยี่ยงคนใช้ ทั้งๆ ที่เธอนั้นเป็นลูกสาวแท้ๆ โดยสายเลือดของ สุวรรณวิระยะ แต่กลับถูกมองว่าไร้ค่า ยิ่งปริณคนเป็นพ่อนั้น ยิ่งแล้วใหญ่ เขาไม่เคยรักเธอเลยด้วยซ้ำ เขารักอรอุมา ที่เป็นลูกติดของภรรยาใหม่มากกว่าเธอเสียอีก อรอุมา ซึ่งมีอายุมากกว่าเธอเพียงสองปี ทำให้เธอนั้นตกเป็นพี่สาวของเธอไปโดยปริยาย อรอุมาไม่ชอบเบลินดาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นไม่แปลกที่อรอุมาจะคอยกลั่นแกล้งเบลินดาอยู่เสมอๆ จากอายุ4ขวบมาจนตอนนี้ เบลินดาเติบโตมาในฐานะคนใช้ของบ้าน ไม่ใช่ลูกสาวในสายเลือด สิ่งเดียวที่ยังครองการเป็นทายาทอยู่คือ นามสกุลสุวรรณวิระยะ “เร็วๆ ด้วย เดินยืดยาดอยู่ได้”อรอุมาเริ่มขมวดคิ้วพร้อมกับตวาดเสียงดังลั่นออกไป ใส่ร่างบางผอมแห้งของเบลินดาที่กำลังเดินตรงไปยังห้องครัว เพื่อหยิบน้ำมาให้อรอุมาตามคำสั่ง ตึกตึกตึก… “นี่ค่ะพี่อร”เบลินดายื่นแก้วน้ำส่งให้อรอุมาที่สาดสายตาไม่พอใจมาทางเธอ หมับบบ! “ชักช้า ฉันหิวน้ำจะตายอยู่แล้ว”มือบางโดยเล็บมือทั้งสิบถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงสด ข้างนึงของอรอุมายื่นไปหยิบแก้วน้ำจากมือบางของเบลินดาด้วยความหยาบคาย “ขอโทษค่ะ”แม้ว่าจะไม่ได้ผิด แต่เบลินดาก็ต้องพูดคำว่า ขอโทษ อยู่เสมอ เพราะมันจะสามารถลดโทษลงไปได้เยอะเลยทีเดียว “ออกไปได้แล้ว มายืนค้ำหัวฉันอยู่ได้ จะไปไหนก็ไป” “ค่ะ” เบลินดาโน้มร่างบางลงมา หลบสายตาด้วยความกลัว ก่อนจะรีบเดินจากไปในทันที คลืดดด…คลืดดด “อ้าว…พี่เบรย์…มาหาคุณพ่อเหรอคะ”เบลินดาที่กำลังกวาดใบไม้ใบหญ้าอยู่หน้าคฤหาสน์หลังหรูของตระกูลอยู่เพลินๆ ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงของรถหรูถูกขับเข้ามาจอด และนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ เบรย์เดน โจนส์ นักธุรกิจหนุ่มวัย 29ปี ที่เติบโตมากับเบลินดา เบรย์เดนนั้นเเอบชอบเบลินมามาตั้งแต่เบลินดาเด็กๆ แล้ว เขารู้เห็นชีวิตที่แสนบัดซบของเธอมาโดยตลอด ทว่าเขานั้นก็ทำอะไรไม่ได้ในตอนนั้น เนื่องจากทั้งสองยังเด็กกันมากๆ โดยเบรย์เดนนั้นให้คำมั่นสัญญากับเบลินดาว่า เขาจะเป็นคนพาเบลินดาออกมาจากนรกขุมนี้ให้จงได้ และสิ่งเดียวที่เบรย์เดนจะสามารถช่วยเบลินดาออกมาจากบ้านหลังนี้ได้ นั่นก็คือ การแต่งงาน เขานั้นต้องการสู่ขอเธอมาเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของเขา พอถึงตอนนั้นเบลินดาก็ต้องย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้ และนั่นคือหนทางแห่งการหมดทุกข์สำหรับเธอ “อืม…คุณลุงนัดพี่กับครอบครัวมาคุยเรื่องงานแต่งงานน่ะ เบลล์ก็เข้าไปด้วยกันสิ เพราะมันเป็นเรื่องของเราสองกันนะ”เบรย์เดนหยุดยืนคุยอยู่กับเบลินดาที่มือบางทั้งสองข้างของเธอนั้นจับกุมไม้กวาดทางมะพร้าวอยู่ เขาแต่งสูทดูดีเสมอในสายตาของเบลินดา ขวับบบ! “คุณลุงคุณป้า สวัสดีค่ะ”เบลินดาหันไปตามเสียง ก่อนจะพบเข้ากับรถหรูอีกคันที่ถูกขับเข้ามาจอดต่อกับท้ายรถของเบรย์เดนที่ถูกขับเข้ามาจอดสนิทอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พวกเขาคือพ่อและแม่ของเบรย์เดนนั่นเอง “ไหว้พระเถอะจ้ะ”จินดาแม่ของเบรย์เดนรับไหว้จากเบลินดา พร้อมกับยิ้มให้เธอด้วยความรักและความเอ็นดูจากใจจริง “หนูเบลล์ สบายดีนะ”เสียงของโอลิเวอร์ พ่อของเบรย์เดนดังตามหลังมาติดๆ “ค่ะคุณลุง…รีบเข้าไปข้างในเถอะค่ะ…คุณพ่อน่าจะรอแล้ว”เบลินดาผายมือ “หนูก็เข้าไปกับพวกเราด้วยสิจ้ะ มันเป็นธุระของหนูด้วยนะ”จินดาเสริม “อย่าเลยดีกว่าค่ะคุณน้า…คุณพ่อยังไม่ได้เรียกเบลล์เลยค่ะ เบลล์กลัว”เบลินดาพูดด้วยใบหน้าที่ตอบลง “เฮ้อ…เอางั้นก็ได้จ้ะ แต่อีกเดี๋ยวเดียว คุณปริณต้องให้คนมาตามหนูแน่ๆ …งั้นไว้เราเจอกันข้างในนะ”จินดาทำอะไรไม่ได้ นอกจากเออออไปตามนั้น เพราะไม่อยากทำให้เบลินดานั้นรู้สึกไม่สบายใจ “ค่ะ…เชิญค่ะ” ถึงแม้ว่าเบลินดาจะไม่ได้เข้าไปข้างในด้วย หมายถึงการพูดคุยเรื่องธุระนะ เนื่องจากยังไม่ได้มีคำสั่งของปริณผู้เป็นพ่อ เบลินดาจึงทำได้เพียงแค่นำทางคนทั้งสามให้เดินตามเธอไป เข้าไปยังตัวบ้านยังห้องนั่งเล่นที่ปริณนั้นนั่งรออยู่ก่อนแล้ว “เดี๋ยว!” เมื่อทุกคนเดินเข้ามานั่งประจำที่ของตัวเองจนครบแล้ว มีปริณนั่งอยู่ตรงโซฟาตัวใหญ่ยาวตรงกลางบ้าน ข้างๆ กันมีเนตรนภาและอรอุมานั่งเรียงชิดติดกัน พ่อแม่ลูก (เลี้ยง) ส่วนโอลิเวอร์และจินดานั่งอยู่ฝั่งโซฟาตรงกันข้าม และเบรย์เดนนั่งแยกเดี่ยวออกมาที่โซฟาตัวเล็กสำหรับคนๆ เดียวนั่ง ก่อนที่เบลินดาจะเดินจากไป เสียงของคนเป็นพ่ออย่างปริณก็ดังแทรกขึ้นมา จนฝีเท้าบางถึงกับต้องชะงัก ขวับบบ! “คะ…”เบลินดาหันมาตามเสียงของผู้เป็นพ่อ โดยที่เธอนั้นมีทีท่าที่สำรวมและกลัวเฉกเช่นในทุกๆ วัน “ไหนๆ แกก็มาแล้ว นั่งสิ เรื่องนี้มันเกี่ยวกับแกด้วย”ปริณอธิบาย จนเบรย์เดนนั้นเผลอยิ้มออกมา เพราะแน่นอนว่าเรื่องการแต่งงานนั้น มันคือเขาและเธอ ไม่แปลกใจที่เบลินดาจะต้องอยู่ฟังในการสนทนาของวันนี้ด้วย “ค่ะ…” เบลินดาตอบปากรับคำ ก่อนจะเดินเนิบนาบๆ มาหย่อนก้นนั่งลงฝั่งตรงกันข้ามกับเบรย์เดน ตรงโซฟาตัวเล็กสำหรับคนเดียวนั่งเข้าคู่กันกับเบรย์เดน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD