.
.
“เลิกงานเมื่อไหร่?”
(ฮะ? อะไร? ทำไม?)
“เดี๋ยวกูไปรับ”
(มึงไม่ต้องลำบากก็ได้นะอนณ กูกลับเองได้)
“ไม่ เดี๋ยวกูไปรับ”
(ถึงกูจะห้ามมึงก็ไม่ฟังสินะ)
“อืม ก็รู้นี่”
(อีกสิบห้านาที เดี๋ยวกูรอหน้าโรงแรม)
“เออ”
เสียงทุ้มกรอกไปยังปลายสายด้วยอารมณ์หงุดหงิด เวลามีปัญหาเขามักจะโทรหาเพื่อนรักคนนี้ที่เติบโตมาพร้อมกับเขา แม้เขาจะมีเพื่อนมากมายแต่เขาก็ยังตัวติดกับเพื่อนสาวปลายสายไม่ห่าง ทั้งสองสนิทกันมากถึงขนาดรู้ทุกเรื่องและทุกอย่างของกันและกัน
อนณซุปเปอร์สตาร์หนุ่มฮอตจอมเจ้าชู้ที่ใครๆ ก็รู้ชื่อเสียงของเขาดี แม้ในวงเพื่อนๆ ก็รู้ดีว่าเขาน่ะร้ายตัวพ่อ เรื่องผู้หญิงก็เป็นข่าวออกบ่อย แต่ก็ไม่เคยเห็นเขาคบกับใครได้นานเลย เบื่อก็ทิ้ง แต่ที่เพื่อนๆ ในกลุ่มแปลกใจที่สุดคือเพื่อนสาวของเขาที่เป็นโปรดิวเซอร์ใหญ่ของรายการโทรทัศน์ต่างๆ สวยสะพรั่ง หุ่นเซ็กซี่ขยี้ใจหนุ่มๆ
แต่พ่อซูเปอร์สตาร์หนุ่มกลับไม่เคยแตะต้องเธอเลยสักครั้ง ดูรักดูหวงมากกว่าเสียอีก ปกติสาวๆ สวยๆ ไม่ว่ารู้จักกันมานานหรือพึ่งรู้จักเขามักจะไม่ปล่อยให้รอดไปง่ายๆ เลยสักคน เว้นก็แต่คนเดียว ไม่ว่าเพื่อนในกลุ่มจะถามเขามากเท่าไหร่ก็ยังคงยืนยันว่าเพื่อน ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
“ไอ้พี่แซมครับ เดี๋ยวกูกลับเอง พอดีจะไปรับเพื่อนด้วย”
“เพื่อน? ผู้หญิงคนนั้นหรอ? ระวังเป็นข่าวนะ ให้กูไปด้วยดีไหม?”
“...ก็ได้”
อนณหันไปพูดกับผู้จัดการหนุ่มหล่อรุ่นพี่ที่คอยช่วยเหลือเขามาหลายปี รวมถึงช่วยจัดการข่าวฉาวของสาวๆ ให้เขาแม้จะมีบ่นบ้างแต่ก็ไม่ได้ก้าวก่ายเรื่องของเขามากนัก เขาจึงสบายใจถ้าหากมีผู้จัดการส่วนตัวไปด้วยโดยไม่ติดขัดอะไร
สองหนุ่มนั่งรถตู้ทึบหรูหรามายังหน้าตึกใหญ่ใจกลางเมือง พร้อมกับนั่งรอเพื่อนสาวที่เขานัดไว้ในโทรศัพท์เมื่อครู่อย่างใจจดใจจ่อ แซมหันไปมองดาราหนุ่มในสังกัดตัวเองที่ดูกระวนกระวายใจและตั้งใจรอเพื่อนของเขาก่อนจะยิ้มแล้วส่ายหัว
“เพื่อนจริงหรอ? ไม่ใช่ว่า...”
“ว่า?”
“ไม่ใช่ว่า เมียลับๆ นะ?”
“ไม่ใช่แน่นอน กูกับอลิซเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว”
“อ๋อเหรอ...ถ้าสวยกูก็จีบได้ใช่ไหม?”
“........”
“กูล้อเล่นน่า...มึงก็ทำหน้าเครียดไปได้”
“...ก็ไม่ได้ว่าอะไร จะจีบก็จีบสิ...แต่จะรับได้ไหม?”
“ทำไมต้องรับได้? เพื่อนมึงร้ายขนาดนั้นเลย?”
“มันแรด”
แซมหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าของดาราหนุ่มที่เหมือนว่าจะไม่พอใจเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่ได้ซักไซ้ถามต่อ แค่อยากจะแกล้งหนุ่มหล่อตรงหน้าให้หัวเสียเล่นๆ เท่านั้น แซมและอนณเป็นเหมือนพี่น้องที่รักกันมาก จึงไม่แปลกที่เขาจะพูดแบบเป็นกันเอง เพราะแซมก็ไม่ได้อายุต่างจากเขามากนัก ห่างกันแค่1ปีเท่านั้น
ทั้งสองคุยกันได้ไม่นานก็มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดพนักงานออฟฟิศสีดำทำให้ขัดกับผิวขาวๆ ของเธอเด่นชัดขึ้น หญิงสาวเดินเข้าไปยังรถตู้ที่จอดอยู่หน้าโรงแรมอย่างคุ้นเคยก่อนจะเปิดประตูรถแล้วรีบขึ้นไปนั่ง อลิซหันไปยกมือไหว้แซมที่เธอพึ่งเคยเจอครั้งแรก แม้เธอจะอยู่ตัวติดกันกับเพื่อนของเธอ แต่ไม่เคยเจอแซมเลยสักครั้ง
แซมหันไปตบบ่าดาราหนุ่มแต่สายตายังคงจ้องมองอลิซค้าง พร้อมส่งรอยยิ้มหวานให้เธอ และเธอเองก็ยิ้มตอบอย่างเป็นกันเอง ยิ่งเธอยิ้มยิ่งทำให้มีเสน่ห์มากขึ้นจนอยากจะเข้าใกล้ แต่สายตาของเพื่อนรักทำให้รอยยิ้มของเธอหุบลงทันที
“เคยได้ยินแต่ชื่อ พึ่งเคยได้เจอก็คราวนี้แหละ”
“คะ? อ๋อ...”
“ไอ้อนณน่ะสิ ไม่ยอมให้เจอเลยเป็นปีๆ เพราะน้องสวยแบบนี้นี่เองมันถึงหวง”
“หุบปากไปไอ้พี่แซม...ไม่มีโอกาสเจอมากกว่า มันเองก็งานยุ่ง”
“เหรอ”
แซมพูดด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ อนณจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่สีหน้าของเขาดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก ก่อนจะหันไปมองคาดโทษเพื่อนของตนแทน
“ไม่ต้องมามองหาเรื่องกูนะ...กูไม่เกี่ยว”
“ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรมึงเลย”
“แล้วหน้ามึงไปโดนอะไรต่อยมา หน้าอย่างกับตูดลิง”
“.........”
“ทิ้งดาราสาวที่เป็นข่าวแล้วโดนเธอรังควาน?”
“อืม”
“โห...รู้ทุกเรื่องถึงขนาดนี้เลยหรอ?”
แซมทำสีน่าทึ่งที่อลิซจะรู้เรื่องที่เป็นความลับของอนณ ขนาดเขาเองยังพึ่งรู้เลยว่าดาราในสังกัดของตนทิ้งดาราสาวที่พึ่งเป็นข่าวเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มารู้ก็ตอนที่อลิซพูดขึ้นนี่แหละ
“อ้าว...พี่เป็นผู้จัดการมันไม่ใช่หรอ? พี่ไม่รู้หรอคะ?”
“พี่พึ่งมารู้ตอนน้องอลิซบอกเนี่ยแหละ”
หญิงสาวปรายตามองเพื่อนหนุ่มของตนอย่างคาดโทษ ที่ทำอะไรไม่ยอมบอกหรือปรึกษาคนที่ร่วมงานกับเขา แต่เธอก็เข้าใจว่าเขาเป็นคนแบบนี้ มีอะไรไม่ค่อยพูด ไหนจะนิสัยห่ามๆ ของเขาอีก
“แล้วทำไมถึงเทเขาล่ะ ไม่สวย ไม่แซ่บ?”
“สวยแซ่บ...แต่รำคาญ...”
“ฮะ?”
“วันๆ ไม่ทำอะไรเอาแต่นั่งเฝ้ากู...แสดงความเป็นเจ้าของ กูไม่ชอบ”
“ก็นั่นแฟนมึงนะอนณ”
“อีกอย่างเขาแสดงละครเรื่องเดียวกับมึงนะไอ้อนณน้องรัก”
แซมพูดขัดกับเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นของหนุ่มรุ่นน้อง เพราะดาราสาวก็แสดงละครเรื่องเดียวกันจึงไม่แปลกที่จะนั่งเฝ้าหรือนั่งรอเขา แล้วการแสดงความเป็นเจ้าของก็ถูกต้องแล้วอย่างที่อลิซพูด ว่าเพราะดาราสาวเป็นแฟนของเขาก็ต้องมีการแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของบ้างบางครั้งก็เป็นเรื่องปกติ แต่ที่ไม่ปกติเห็นจะเป็นอนณมากกว่า
“ยังไงก็เถอะ”
“นั่นข้ออ้างมึงใช่ไหม?”
“ไม่ใช่ข้ออ้าง ขนาดมึงยังไม่มานั่งเฝ้ากูขนาดนั้นเลย”
“เดี๋ยวนะ มึง งงอะไรรึเปล่า? กูเพื่อนมึงนะ จะไปนั่งเฝ้าทำไม”
“ก็นั่นไง เพื่อนรักขนาดนี้ยังไม่เห็นต้องทำตัวไปเฝ้าของขนาดนั้น งั้นเป็นเพื่อนไม่ดีกว่าหรอ”
“เฮ้อ...มึงเบื่อเขาก็บอกมาเถอะ”
“เออ”
“ก็แค่นั้น”
อลิซและแซมส่ายหน้าเบาๆ กับความเอาแต่ใจของอนณ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อมากนัก รถตู้ทึบคันหรูก็ได้แล่นมาจอดยังคอนโดหรูใจกลางเมือง อลิซและอนณอยู่คอนโดเดียวกันแถมยังอยู่ห้องติดกันเพราะความเจ้ากี้เจ้าการของเพื่อนหนุ่มที่ไม่ยอมให้เธอไปอยู่ไกลเขา เหตุผลเพราะว่าไปหาลำบาก จึงจัดการซื้อคอนโดห้องติดกันเสียเลย จะได้ไม่เป็นการลำบาก และเผื่อมีเหตุฉุกเฉินอะไรเขาก็ได้ช่วยเหลือได้ทัน
อลิซและอนณเดินขึ้นคอนโด แซมเองก็เดินตามขึ้นมาเหมือนกัน ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ก็ยังไม่วายอลิซบ่นเพื่อนชายของตนไม่หยุดที่เปลี่ยนผู้หญิงเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยไม่สนใจความรู้สึกของผู้หญิงเลย
“มึงจะรักใครจนถึงแต่งงานสักคนไหมเนี่ยอนณ?”
“ไม่รู้ว่ะ”
“กูถามจริง มึงเคยรักใครจริงๆ ไหมที่คบๆ มาเนี่ย”
“ไม่นะ รักทำไม วุ่นวายเปล่าๆ แรกๆ ชอบเอากันก็จบ”
“แล้วมึงจะประกาศคบเพื่อ?”
“กูไม่ได้เป็นคนประกาศ ผู้หญิงพวกนั้นเป็นคนประกาศเอง”
“ทำไมมึงไม่บอกกับพวกเขาให้เข้าใจล่ะ ว่ามึงต้องการแค่ชั่วคราว”
“กูบอกแล้ว ช่างเถอะ...มึงจะบ่นทำไมนักเนี่ย”
อลิซมองขวางเพื่อนชายที่ไม่รู้สึกผิดอะไรพร้อมกับกดรหัสเตรียมเข้าห้องของตน แต่ไม่ทันที่จะได้กดรหัสเสร็จอนณก็เดินเข้ามาประชิดข้างหลังก่อนจะจับข้อมือเธอไว้ สายตาคมมองหน้าเพื่อนสาวนิ่ง
.
.