“ลูกกับดาราที่ชื่อฝ้ายจะคบกันเหรอ?”
“ไม่ได้คบครับแม่”
ร่างสูงหย่อนก้นลงบนโซฟาตรงข้ามกับบิดามารดา วันนี้ประชุมเกือบทั้งวันเรื่องผลประกอบการในไตรมาตรสอง และความคืบหน้าในการผลิตชิปสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ตอนนี้เกิดปัญหาใหญ่ที่เขาต้องหาทางแก้ไขให้เร็วที่สุด
“แต่ที่แม่คนนี้พูดมันเหมือนกับว่าลูกคบกับเธอนะ”
“มันก็แค่ข่าวสร้างกระแสครับ แม่อย่าคิดมากสิ”
ท่านควรจะชินกับข่าวพวกนี้ได้แล้ว เพราะลูกชายของท่านเป็นข่าวออกจะบ่อย แต่นั่นก็ก่อนที่ท่านจะทำข้อตกลงกับลูกชาย
“สร้างกระแสอะไรตาภู ลูกดูรูปนี้ ดู!”
ดวงตาคมมองที่ไอแพดของมารดาที่ปรากฏรูปหลุดของตนกับดาราสาว และเขาก็จำมันได้ดีว่ารูปนี้มาจากไหน และใครเป็นคนถ่าย ส่วนมันหลุดไปได้ยังไงนั้นชายหนุ่มเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
“ถ้ามันเป็นแค่ข่าวสร้างกระแสแม่จะไม่ว่าเลย แต่นี่! แม่รับไม่ได้ ผู้หญิงก็อีกคนทำแบบนี้ไม่กลัวตัวเองเสียหายหรือไง” ด้วยความที่แม่ของดินถูกเลี้ยงมาให้ตามขนบดั้งเดิมท่านจึงไม่ค่อยชอบใจนัก
“ใจเย็น ๆ นะคุณ เดี๋ยวความดันขึ้น”
ยอมรับว่าตนก็ยังไม่ได้ดูข่าวเช่นกันสามวันมานี้ดินต้องเข้าไปทำงานที่บริษัทก็เหมือนกับตัดช่องทางข่าวสารในวงการบันเทิงไปเลย มีบ้างที่แซมมี่ไลน์มาอัพเดทคิวงาน
“หรือคุณอยากได้ลูกสะใภ้ที่จ้องแต่จะมาเกาะตระกูลของเรา เบื้องหลังแม่นี่ไม่ได้ขาวใสอย่างที่แสดงออกเลย”
จากการสืบข้อมูลอย่างละเอียดคุณแพรวพรรณก็พบอะไรหลายอย่างที่ไม่เป็นผลดีต่อตัวลูกชายเลย ท่านไม่ได้รังเกียจที่พื้นฐานครอบครัวของฝ้ายอยู่ในฐานะปานกลางแต่อย่างใด แต่พ่อเลี้ยงของฝ้ายติดการพนัน และแม่ของหญิงสาวเองก็ไม่ต่างกันอีกทั้งยังใช้จ่ายฟุ่มเฟือย มักจะโทรมาขอเงินฝ้ายอยู่บ่อย ๆ อีกทั้งยังสร้างหนี้สินจนหญิงสาวต้องคอยตามใช้หนี้ให้อยู่เนือง ๆ ทว่าเบื้องหลังของเงินที่นำมาใช้หนี้นั้นกลับน่าสนใจมากกว่า
“แม่ไม่อยากได้ลูกสะใภ้แบบนี้นะตาภู คนที่แม่หาให้ดีกว่าแม่ดารานี่ตั้งกี่เท่าตัว” ดูอย่างไรก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว
“คนที่แม่หาให้สนใจผมที่ไหนกัน ผมเหนื่อยที่จะวิ่งตามณชาแล้ว ผมอยากมีชีวิตอิสระบ้าง”
คนอย่างดินไม่เคยต้องวิ่งตามใคร แต่คำขาดของมารดาถือเป็นที่สิ้นสุด เขาเองก็ไม่คิดจะฝืนคบกับฝ้ายถึงจะมีความรู้สึกดี ๆ ให้เธออยู่ก็ตาม
“ที่ผ่านมาแม่ยังให้อิสระภูไม่พออีกเหรอ? อยากทำงานในวงการแม่ก็ยอม อยากเที่ยวเล่นแม่ก็ไม่ได้ว่าแต่มันก็ต้องมีขอบเขตลูกไม่ใช่เด็ก ๆ ที่จะทำตามใจชอบอีกต่อไปแล้ว”
“ก็คนของแม่เล่นตัวจะตาย ถ้าเป็นคนอื่นคงง่ายกว่านี้” ดินเอ่ยอย่างเบื่อหน่าย สาว ๆ ที่เขาเคยควงแม่เขาก็ไม่ถูกใจ ไม่รู้ว่าณชามีดีอะไรแม่ถึงอยากได้เป็นลูกสะใภ้นัก หยิ่งก็หยิ่งแถมยังปากเก่งกับเขาตลอด
“ก็เพราะลูกเป็นแบบนี้ไงหนูณชาถึงไม่ยอมใจอ่อนสักที” ผู้เป็นพ่อให้เหตุผล
“ถ้ายังไม่เลิกนิสัยเสีย ๆ แม่จะไม่ให้ลูกได้อะไรจากตระกูลไปเลยสักบาทเดียว ดูสิว่ายังจะมีผู้หญิงหน้าไหนอยากได้ลูกอีกมั้ย” มารดาเอ่ยอย่างเดือดดาล
“ยังไงทุกอย่างก็ต้องเป็นของผม ผมเป็นลูกชายคนเดียวนะ พ่อกับแม่จะยกสมบัติให้คนอื่นได้ไง”
“อย่ามั่นใจไปเลยตาภู พ่อพึ่งคุยกับทนายเรื่องพินัยกรรม” ประมุขของบ้านเอ่ยอย่างทรงอำนาจ
“ยกให้การกุศลไปทั้งหมดก็ดีเหมือนกันนะคะ ส่วนหุ้นของตาภูก็ริบคืนให้หมด”
“แม่!”
“อย่ามาขึ้นเสียงกับแม่นะ แม่ให้มูลนิธิยังจะดีกว่าให้ภูเอาเงินไปเลี้ยงผู้หญิงพวกนั้น”
ก่อนหน้านี้ดินเรียกว่าใช้ชีวิตแบบเสเพลมากทีเดียว แม้จะจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งก็ไม่ได้การันตีว่าลูกชายคนเดียวจะบริหารบริษัทให้เติบโตได้ หากดินยังไม่เลิกนิสัยเดิมในวันข้างหน้าสิ่งที่พวกท่านสร้างมากับมือคงมลายหายไปเป็นแน่
“ลูกต้องไปเคลียตัวเองให้หมด และก็ห้ามมีข่าวพวกนี้ออกมาอีก ไม่อย่างนั้นจะหาว่าแม่ไม่เตือนนะตาภู”
“ผมไม่ได้ยุ่งกับใครแล้ว”
“จะให้แม่เชื่อได้ยังไง? ถ้าเกิดวันไหนมีผู้หญิงเดินเข้ามาในบ้านแล้วบอกว่าท้องกับภูแม่จะทำยังไง”
“ถ้ายังเป็นแบบนี้พ่อจะวางมือได้ยังไง ภูต้องบริหารคนเป็นพันแบบนี้ใครจะเคารพ”
“ผมป้องกันทุกครั้งน่า”
“ตาภู!”
คุณแพรวพรรณลุกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความโกรธจัดจึงทำให้ท่านหายใจไม่ทัน หัวใจที่เต้นระรัวคล้ายกับออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงไม่ทันนั้นทำให้ร่างท้วมหยุดชะงังแต่ก่อนที่จะล้มลงผู้เป็นสามีก็ช้อนร่างนั้นเอาไว้ได้ทุน
“คุณ!”
“แม่!”
“ไปเอารถออกเดี๋ยวนี้”
“ครับ”
คุณแพรวพรรณถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่าความดันขึ้นสูงมาก ต้องพักดูอาการสักสองสามวัน หากความดันยังไม่ลดอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ แม้ดินจะรู้สึกเสียใจกับคำพูดของตนเองที่เปล่งออกไป ซึ่งสาเหตุหลักมันอยู่ที่ภาพหลุดที่ถูกปล่อยออกมา ...และคนที่ทำเรื่องนี้จะต้องรับผิดชอบ