Rrr~
คนกำลังคิดกับตัวเองได้ยินเสียงสั่นของมือถือชายหนุ่มซึ่งวางอยู่บนโต๊ะจึงมองดู เห็นเป็นข้อความเด้งขึ้นมาก็หันไปมองคนหันหลังให้ตนอยู่ในครัวกำลังตั้งใจทำอาหาร เธอใช้โอกาสนี้นำปลายนิ้วชี้สะกิดดันเครื่องสี่เหลี่ยมให้หันส่วนปลายมาทางตน ถือวิสาสะอ่านข้อความที่เพื่อนเขาส่งมา
Wayo: @khunkhao มึงมามั้ยเนี่ย
Wayo: สาวมอเราเต็มเลย
Wayo: เลิกกับแฟนแล้วก็มาหาล่าแต้มสักคนมา
TimeT: จริงง มาเร็วขุน
TimeT: สวยๆ สเปกมึงทั้งนั้นเลยเนี่ย
คนอ่านข้อความแยกเขี้ยวใส่หน้าจออัตโนมัติ ด้วยความที่เคยตั้ง Face ID เครื่องเขาเป็นหน้าตัวเองด้วย เครื่องมือถือจึงปลดล็อกให้เธอแล้วในตอนนี้ สมายล์เข้าห้องแชตดังกล่าวแล้วลบทุกข้อความที่พวกเขาส่งมาชวนขุนเขาไปสถานที่เที่ยวกลางคืนจนหมดสิ้น ไม่เหลือร่องรอย ก่อนจะกดปิดแล้วคว่ำหน้าจอลงกับโต๊ะอย่างหงุดหงิด
“ยังไม่เลิกล่าแต้มกันอีก คนพวกนี้” เธอบ่นอุบด้วยใบหน้าบึ้งตึงพร้อมกอดอกเข้า ชายตามองไปยังชายคนรักแล้วก็เห็นเขากำลังตั้งใจทำอาหารอยู่
“ทำได้จริงเหรอน่ะ รสชาติจะได้เรื่องไหม เมาแบบนั้น” เอ่ยจบก็ลุกขึ้นจากที่นั่งเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อระบายอารมณ์โมโหของตนเอง เขาเลิกกับเธอแล้วจะไปล่าแต้มสาวคนอื่นอย่างนั้นเหรอ อย่าหวังเลย!
ชายหนุ่มที่เพิ่งทำอาหารเสร็จเรียบร้อยถ่ายความอร่อยใส่จานเดี่ยว ตกแต่งสวยงามสำหรับสาวคนรัก ถือจานทั้งสองสำหรับเธอและตัวเขาเองขึ้น พลิกตัวหันมาตั้งใจจะมองหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม แต่ก็ต้องหุบมุมปากลงในทันทีเมื่อเห็นเพียงอากาศที่โต๊ะอาหาร เขารีบวางจานในมือลงบนไอส์แลนด์แล้ววิ่งไปเปิดประตูห้องดูด้านนอก เมื่อไม่เห็นเธอแล้วก็ตามต่อไปถึงลิฟต์ ก่อนจะเห็นเลขบนหน้าปัดปรากฏเป็นชั้นล่างสุดของตึกแล้ว
ขุนเขาทุบมือกับกำแพง ทรุดเข่าลงเสียใจกับตัวเอง ตามเธอไปตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว นั่งซึมอยู่ไม่นานน้ำตาบริสุทธิ์ก็ไหลออกมา เขาปาดเช็ดมันลวก ๆ ก่อนจะทำใจลุกขึ้นเดินโซเซกลับไปที่ห้องของตน
“โดนเมียทิ้ง.. ไอ้ขุนมันโดนเมียทิ้งจริง ๆ แล้ว..” เดินไปก็พูดพึมพำตัดพ้อไปเสียงอู้อี้ตามทางเดิน เมื่อกลับเข้าห้องด้วยสีหน้าละห้อย คอตก เดินลึกเข้ามาไม่กี่ก้าว ก้านคอก็กลับตั้งขึ้นดังเดิม ดวงตาคมเป็นประกายใส ใบหน้าเศร้าสลดเปลี่ยนเป็นสดชื่นขึ้นทันที
“เบบี๋” เขาพูดคำเรียกที่มักใช้เรียกแฟนสาวขึ้นกับตนเอง ก่อนจะรีบวิ่งไปเข้ากอดเธอจากด้านหลังเก้าอี้แล้วจุ๊บไหล่ หอมแก้มไปหลายฟอด จนเธอเขินหน้าแดงไปหมด ห้ามเท่าไรเขาก็ไม่ฟัง
“พอ พอแล้วขุน!!”
“…”
“หอมอะไรขนาดนี้เนี่ย แก้มเราช้ำหมดแล้วนะ”
“เติมกลิ่น ติดกลิ่นเมีย”
“..บ้า พูดอะไรก็ไม่รู้”
“นึกว่าจะหนีไปซะแล้ว เค้ากลัวแทบแย่เลย”
“…”
มือแกร่งจับเก้าอี้เธอหมุนให้หันมาหาตนเองแล้วนั่งยองลงด้านหน้า มองสบตากับหญิงสาวไม่นานก็จะยื่นหน้าขึ้นไปมอบจุมพิตหวานให้กับเธอ แต่คนตัวเล็กกลับเบือนหน้าหลบก่อน
“ขุนเมามากแล้วนะ”
“…”
“ไปไหนมา”
“นึกว่าบี๋กลับไปแล้ว ..เลยวิ่งตามไปหน้าลิฟต์ แต่ก็ไม่เจอ”
“…”
“บี๋ไปอยู่ไหนมา เค้าตกใจแทบแย่”
“เข้าห้องน้ำ”
“…”
“เราไปหยิบจานมาแล้ว ของขุนอยู่นั่น”
“เรียกห่างเหินจัง”
“ก็เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วนี่”
“..เราไม่ได้อยากเลิกเลย”
“…”
“ที่เราตกลงไป เพราะไม่อยากขัดใจเธอ อยากให้เธอสบายใจ.. ไม่รู้ว่าเหตุผลของเธอคืออะไรด้วยซ้ำ แต่เราไม่อยากให้เธอเสียใจ ที่เธอขอเลิกกับเรา เพราะเราคงทำให้เธอเสียใจจนเธอทนไม่ไหว”
“…”
“ขุนขอโทษนะมายล์ ขุนขอโทษ” พูดพร้อมเม็ดน้ำตาที่ไหลรินก่อนจะก้มลงซุกหน้ากับมือหญิงสาวที่ตนจับอยู่บนหัวเข่าเธอ
“…” หยดน้ำสีใสอุ่น ๆ กระทบลงกับมือบาง ทำให้หญิงสาวตัวชาขึ้น ตอนนี้.. เธอจะกลับไปใจอ่อนอีกครั้งแล้ว
“มายล์กินให้อร่อยนะ กินเสร็จก็วางจานไว้แล้วกลับเลยก็ได้ เดี๋ยวเราล้างให้” ชายหนุ่มเอ่ยบอกเสียงสั่นเล็กน้อยขณะก้มหน้าไม่สบตากับเธอ จากนั้นก็ลุกขึ้นพลิกตัวเดินมุ่งหน้าไปยังห้องนอน
จู่ ๆ เขาก็คิดขึ้นมาได้ว่าไม่ควรรั้งเธอไว้และควรปล่อยเธอไปตามทางที่เธอต้องการ ทำแบบนี้แล้วเขาดูเห็นแก่ตัวมากเกินไป เขาไม่อยากให้เธอลำบากใจแล้ว ไหนเขาจะรู้สึกแปลกกับตัวเองด้วยที่มาร้องไห้กับเธอแบบนี้ เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย
“เดี๋ยวสิ ไม่กินด้วยกันก่อนเหรอขุน!” ถามให้อีกคนได้ยินไล่หลัง แต่ชายหนุ่มก็ไม่ตอบอะไรมาแล้วเดินต่อไป
“นั่น.. จะนอนแล้วเหรอ!!” เธอถามไปต่อ ทว่าก็หยุดเขาไม่ได้
“ขุนจะนอนหลับได้เหรอ ถ้าไม่มีเรานอนด้วย”
“…” ในที่สุดขาแกร่งก็หยุดชะงักลง
“ขุนติดกลิ่นเราจะตาย”
“…” เธอรู้..
คนตัวเล็กค่อย ๆ เดินเข้าไปสวมกอดคนร่างสูงจากด้านหลัง
“ยอมแล้ว..”
“…”
“ขุน.. กลับมาเป็นของเค้านะ”
โปรดติดตามตอนต่อไป..