Ep 7. พูกม้ายชัก

1473 Words
Ep 7. พูกม้ายชัก "กอ ไก่" "กอ ไก่" "ขอ ไข่" "ก๋อ ไก่ "ขอ ขวด" "ก๋อ กวด" "คอ ควาย" "คอ ค" "หยุดก่อนครับ" ธารายืนมองสองพ่อลูกที่คนเป็นพ่อพยายามจะสอนให้ลูกท่องกอไก่ ถึง ฮอนกฮูก กฤษฎ์เห็นว่าข้าวกล้าพูดไม่ชัดเขาจึงอยากจะสอนให้ข้าวกล้าพูดให้ชัด ๆ เพราะตอนนี้เขากำลังหาโรงเรียนให้ลูกชาย ถ้าได้ที่ดี ๆ เขาจะส่งข้าวกล้าไปเรียนที่นั่น "ทามมายหล้า คุงกิก ทามมายหยุก" เพราะทุกครั้งก็ท่องจนจบมาครั้งนี้ข้าวกล้าอุตส่าห์ตั้งใจ พูดคำว่า คอ ได้แล้วเชียว แต่กฤษฎ์กลับบอกให้เขาหยุดเสียก่อน "เอ่อ คุณกฤษฎ์ว่านะ ถึงข้าวกล้าพูด คอ ได้ แต่คุณกฤษฎ์กลัวว่าข้าวกล้าจะไม่พูดคำว่า คอ ควาย เหมือนที่คุณกฤษฎ์สอนน่ะ คุณกฤษฎ์ว่ามันคงไม่โอเคถ้าเป็นแบบนั้น" เพราะทุกครั้งข้าวกล้าจะพูดว่า กอ กวย แม้จะฟังคล้าย ๆ แต่ออกเสียง กอ ไก่ แทน มันก็ดีกว่าออกเสียง คอ ควาย โดยไม่มี สระ อา เป็นไหน ๆ "เลา ออกเสียงได้นะคุงกิก เลาออกเสียง คอ ค_ย ได้" เด็กน้อยยังคงดึงดันที่จะพูด จนธาราหัวเราะดังลั่น กฤษฎ์ที่ได้ยินเสียงธาราหัวเราะ เขาก็หันหน้าไปทำตาดุใส่อีกคน แล้วหันกลับมาหาเด็กน้อย แล้วถอนหายใจใส่ลูกชาย ทำไมยากเย็นขนาดนี้นะ "ฟังนะครับข้าวกล้า คำว่า ควาย กับ คำที่ข้าวกล้าพูดออกมา แม้มันจะคล้ายกัน แต่มันก็คนละความหมาย แถมเป็นคำหยาบคายด้วยครับ ฉะนั้น ข้าวกล้าห้ามพูดนะครับ ข้าวกล้าต้องท่องคำว่า คอ ควาย ให้ชัด ๆ ก่อนค่อยพูด เพราะถ้าคนอื่นได้ยินคำที่ไม่ถูกต้องเหมือนที่ข้าวกล้าพูดตอนนี้มันจะดูไม่ดี คนจะมองว่าข้าวกล้าเป็นเด็กไม่ดี เข้าใจไหมครับ" กฤษฎ์พยายามสอนเด็กน้อย เพราะไม่อยากให้คนมองลูกชายของเขาไม่ดี ข้าวกล้ายังไม่ทราบเรื่องที่กฤษฎ์คือพ่อ แต่ธาราบอกว่ากฤษฎ์คือคนที่มีบุญคุณกับทั้งธาราและข้าวกล้า เด็กน้อยจึงเกี่ยวก้อยเป็นเพื่อนกับกฤษฎ์ แต่กฤษฎ์ ไม่ยอมให้ข้าวกล้าเรียก ลุงหรือ อา ถ้าจะเรียกต้องเรียก แด๊ดดี้ เท่านั้น ข้าวกล้าเข้าใจคำว่า ปะป๊า แต่ไม่เข้าใจคำว่า แด๊ดดี้ แต่เขาก็ไม่ยอมเรียกอีกคนว่า แด๊ดดี้อยู่ดี กลับเรียกชื่อของกฤษฎ์เหมือนที่ปะป๊าเรียก ซึ่งกฤษฎ์ก็ยอม เพราะอย่างน้อยก็ยังดีกว่าเรียกลุง หรือ อา ที่อยู่ในสถานะอื่น "กาแฟครับ อันนี้น้ำผลไม้ของใครเอ่ย" ธาราเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้สองพ่อลูก เมื่อถูกถามข้าวกล้าก็ยกมือท่วมหัวของตัวเอง "ก๋องข้าว" ความสดใสของลูกชายตัวน้อยทำให้กฤษฎ์ยิ้มออกมาทันที แต่เขาก็ยังมีความสงสัยในตัวลูกชายอีกมากมาย "เขาออกเสียงข้าว ที่เป็นชื่อของเขาได้ แต่ทำไม ขอ ไข่ เขาถึงออกเสียงเป็น ก๋อ ไก่" กฤษฎ์เอ่ยถามธารา เพราะธาราน่าจะเข้าใจดีที่สุด "เขาได้ยินผมเรียกเขาว่าข้าวมาตั้งแต่เกิด ข้าวกล้า ใคร ๆ ที่รู้จักเขาก็เรียก เขาจึงจดจำทั้งชื่อตัวเอง และการออกเสียง โดยไม่ทราบว่ามันคือตัวเดียวกันกับ ขอ ไข่ น่ะครับอย่างคำว่าขอบคุณ เขาก็พูดบ่อย ๆ บางครั้งก็ขอบคุณ บางคราก็ขอบคุง เมื่อสอนเขาเรียก ขอ ไข่ก็เลยได้เสียงที่เพี้ยนอย่างที่ได้ยิน" เด็กน้อยโยกหัวไปตามเพลงในหัว เพราะเขาจะมีเพลงในหัวเสมอเวลาทำอะไรแล้วมีความสุข อย่างน้ำผลไม้ที่กำลังดื่มอยู่ตอนนี้ ทำให้ข้าวกล้ามีความสุข "แล้วรู้ไหมว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะพูดได้ชัด ๆ เหมือนเด็กคนอื่น" แม้ว่ากฤษฎ์จะเคยเห็นเด็กในวัยเดียวกับลูกชายพูดไม่ชัดมาแล้ว และคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติของเด็กวัยสามขวบ แต่พอมาเป็นลูกของตัวเอง เขากลับเป็นกังวลขึ้นมา "คุณหมอบอกว่าน่าจะสัก สามขวบครึ่ง หรือสี่ขวบครับ เพราะเขามีสมองนิดเดียว แต่ต้องจำทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ จึงทำให้ข้าวกล้าพูดไม่ชัด ไหนจะต้องท่องจำตัวเลขด้วย" ธาราไม่ได้สอนให้ลูกเขียน แต่สอนให้ลูกจำ และเด็กน้อยก็สนุกกับการจดจำเรื่องที่เขาสอน อย่างออกไปสนามเด็กเล่น ก็มักจะกลับมาพร้อมบอกว่า วันนี้เจออะไรมาบ้าง บอกทั้งชื่อไทยและอังกฤษ และบอกจำนวนด้วย ซึ่งข้าวกล้าก็พยายามจะเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยตัวเองเช่นกัน ไม่ได้ฝืนแต่อย่างไร "ผมอยากให้เขาไปเรียนหนังสือ โรงเรียนดี ๆ ดัง ๆ เก่งเรื่องวิชาการเยอะแยะ ผมกำลังให้เลขาหาให้" กฤษฎ์บอกตามตรง แม้ในอกธาราจะรู้สึกใจหาย ที่ต้องส่งลูกไปโรงเรียน แต่การที่จะให้ลูกเรียนในโรงเรียนที่สอนวิชาการมากไป เขาไม่เห็นควรด้วย "เด็กวัยนี้ สมองกำลังพัฒนา กำลังจดจำสิ่งรอบกาย ถ้าให้เขาไปจมปลักกับวิชาการที่โรงเรียนยัดเยียดให้ สมองเขาก็จะหยุดพัฒนา คุณเป็นนักธุรกิจ ที่พบปะทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ คุณน่าจะรู้ว่า อะไรที่ควรให้ลูกได้เรียนรู้แล้วไม่เครียดจนเกินไป" ธาราไม่คิดจะห้ามที่กฤษฎ์จะทำหน้าที่พ่อ เพราะกฤษฎ์สัญญากับเขาแล้วว่าจะไม่พรากข้าวกล้าไปจากเขา แต่การส่งลูกไปโรงเรียน ธาราก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย เพราะถึงยังไง สิทธิ์ในการเลี้ยงดูข้าวกล้ายังเป็นของเขาอยู่ "อือ ขอโทษ ถ้าเช่นนั้นผมจะลองไปปรึกษาเพื่อนดูว่าควรจะส่งข้าวกล้าไปโรงเรียนไหนดี ถ้าส่งไปต่างประเทศจะโอเครึเปล่านะ" เพราะความที่กฤษฎ์เป็นเด็กกำพร้า อาศัยอยู่กับยาย ตัวเขาเองได้เข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนตอนที่เขาอายุถึงเกณฑ์ของวัยประถม เพราะยายไม่มีเงินมากพอจะส่งเขาเรียนตั้งแต่อนุบาล แต่ถึงกระนั้นกฤษฎ์ก็ได้เรียนรู้ทุกอย่างจะที่ยายสอน แต่ตอนนี้เขารวย เป็นนักธุรกิจระดับแนวหน้าของประเทศ เขาจึงอยากส่งลูกให้ได้เข้าเรียนในที่ดี ๆ บ้าง "คุณกฤษฎ์ ถ้าคุณยังไม่อยากได้รับคำสั่งจากศาลว่าห้ามเข้าใกล้ผมกับลูกล่ะก็ อย่ามาพูดเรื่องส่งข้าวกล้าไปเมืองนอกกับผมอีกเป็นอันขาด" ธาราที่โมโหจนหน้าแดงหน้าดำ เขาไม่คิดจะส่งลูกไปเรียนที่ไกล ๆ ขนาดนั้น จริงอยู่ว่า มีอีกหลายประเทศที่มีการเรียนการสอนดีกว่าในไทย แต่เขาก็คิดว่า ยังมีที่ที่เหมาะสมกับข้าวกล้า โดยไม่ต้องพรากจากกันไกลขนาดนั้น "ผมล้อเล่น ผมก็อยากจะอยู่ใกล้ ๆ เขาเหมือนกันนะครับ ผมไม่ได้อุ้มเขาตอนที่คุณคลอด ไม่ได้ช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อมตอนที่เขายังใส่ดรายเพิร์สอยู่ ไม่ได้สอนเขาให้หัดเดิน ตอนนี้ผมเจอเขาแล้ว ผมก็อยากสอนเขาหลาย ๆ เรื่องอยู่นะครับ อย่างเช่นการสอนให้เขาพูดไทยให้ชัด ๆ และหัดพูดภาษาอังกฤษให้เป็นประโยค" กฤษฎ์ไม่คิดว่าธาราจะหวงลูกขนาดนั้น แค่ล้อเล่นเรื่องส่งไปเมืองนอก ถึงขั้นจะให้ศาลสั่งห้ามเขาเข้าใกล้ลูกมันเกินไปจริง ๆ "คุงน้ำ อย่าดุคุงกิกฉี๊ คุงกิกเป็นคุงคูของข้าวนะ เดี๋ยวคุงกิกเลิกฉอนทำงายหล่ะ" เด็กน้อยได้ยินธาราเสียงดังใส่กฤษฎ์ก็เข้ามาห้ามทัพ ทำให้กฤษฎ์ได้ใจรีบฟ้องข้าวกล้าใหญ่ "ปะป๊าใจร้ายจัง คุณกฤษฎ์เหนื่อยมากนะเวลาคุยกับปะป๊าน่ะ" คำพูดและการกระทำช่างสวนทางกันเหลือเกิน ธารามองกฤษฎ์เบ้ปากมองบนใส่ แล้วเดินหนีไปจากตรงนั้น "โอ๋ ๆ น้า ข้าวจะดูแลคุงกิกเอง คุณน้ำน่ะใจดี แค่จุ๊บ ๆ ฉองทีก็หายโกกแง้ว" ♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️ เราแอบเห็นคุณกฤษฎ์ยิ้มด้วยล่ะ จุ๊บ ๆ สองทีที่อยากลอง ทีแรกว่าจะติดเหรียญล่วงหน้าในตอนนี้ แต่เนื่องจากยาย ๆ ของเจ้าแก้มก้อนช่วยดันนิยายใหม่มาแรงขึ้นมา ท็อป 30 ก็เลยจะให้อ่านฟรีจนถึงตอนที่ 10 นะคะ ตอนที่ 11 จะติดเหรียญล่วงหน้า 7 วัน ครบ 7 วันอ่านฟรีจนจบ แล้วจะติดอีกครั้งหลังนิยายจบแล้วค่ะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD