Ep 8.ไปช็อปปิ้งกัง
"ปะป๊าคับ ปายช็อปปิ้งกังม้าย คุงกิกชวงไปช็อปปิ้ง" เด็กน้อยเข้ามาถามปะป๊าที่กำลังทำบัญชีของร้าน วันนี้วันหยุดแต่ปะป๊าก็ยังทำงาน กฤษฎ์แวะมาที่ร้านเกือบทุกวัน วันไหนไม่ได้มาก็จะโทรหาลูกน้อยแทน ทำให้กฤษฎ์กับข้าวกล้าสนิทกันมากขึ้น
"ข้าวอยากไปหรือครับ" ธาราวางมือจากเอกสารถ้าลูกอยากไปเขาก็ขัดไม่ได้ จำเป็นต้องอนุญาตถ้ากฤษฎ์จะมารับ
"อยาก" เด็กน้อยโยกหัวไปมาก่อนจะพูดอีกประโยค
"อยากให้คุงน้ำไปด้วย" มือน้อย ๆ ยังคงถือโทรศัพท์ไม่วาง ประหนึ่งว่าต้องการให้กฤษฎ์ได้ยินที่ทั้งสองคนคุยกัน
"ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวปะป๊าขออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ แล้วก็ข้าวกล้าด้วยก็เช่นกัน" ธาราเก็บเอกสารเข้าไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานก่อนจะเรียกหาแววให้มาเตรียมของออกไปข้างนอกกัน
"เย้ ๆ ช็อปปิ้ง พี่แววไปช็อปปิ้งกัง" เด็กน้อย วิ่งไปจับมือพี่เลี้ยงเพราะรู้ว่าคุณน้ำก็จะไปด้วย แววมองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู ถ้าเธอไม่ได้ช่วยคุณธาราเลี้ยงเด็กน้อยมาตั้งแต่เด็กจะคิดว่าคุณหนูของเธอกับคุณกฤษฎ์วางแผนล่อลวงคุณธาราให้ไปด้วยกันแน่ ๆ
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จไม่นานนักกฤษฎ์ก็เอารถมารับ กฤษฎ์มีคนขับรถของเขา ส่วนวิทูรย์และสรศักดิ์ที่เป็นบอดี้การ์ดก็ตามมาอีกคัน ธาราจึงให้แววไปนั่งคู่กับคนขับรถคันที่เขากับลูกน้อยและกฤษฎ์นั่ง เขาไม่อยากให้เด็กสาวแยกไปนั่งคันอื่น ที่มีแค่ผู้ชาย แม้จะเป็นบอดี้การ์ดของกฤษฎ์เขาเองก็ไม่อยากให้คนมองไม่ดี
วันนี้ร้านกาแฟหยุดหนึ่งวัน กฤษฎ์อยากพาธารากับข้าวกล้าไปเปิดหูเปิดตาบ้าง จึงโทรมาชวนเด็กน้อย ให้เด็กน้อยชวนปะป๊าอีกที เขาอยากซื้อเสื้อผ้า ชุดหล่อ ๆ เท่ ๆ ที่เด็กวัยของข้าวกล้าควรจะมี
"ข้าวกล้าอยากไปไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ" กฤษฎ์เอ่ยถามลูกชาย เด็กน้อยโยกหัวไปมาซ้ายทีขวาทีก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัด
"พาคุงธาราไปเที่ยว" กฤษฎ์ยิ้มแฉ่งกับคำตอบของลูกชาย แต่พอหันไปมองธาราก็ถึงกับสะดุ้งเลยทีเดียว
"คุณกับข้าวกล้าวางแผนกันไว้ใช่ไหมครับ" ธารามองกฤษฎ์ที่ยิ้มแฉ่งอยู่ข้าง ๆ จึงตั้งคำถามขึ้น คำตอบของข้าวกล้าเหมือนว่าทั้งสองจะวางแผนกันไว้แล้ว
"เปล่านะครับ ผมแค่เกริ่น ๆ ไว้บ้างแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ว่าจะพาเขากับคุณน้ำไปเที่ยว อยากให้เขาอ้อน ๆ คุณไปเที่ยวด้วยกัน" กฤษฎ์ตอบไม่เต็มเสียงนักเพราะวางแผนไว้จริง ๆ ก็แค่อยากจะมีเวลาดี ๆ ด้วยกันบ้าง เขาทำงานหนักแทบไม่ได้พัก ธาราเองก็เช่นกัน
"แต่ผมชอบอยู่บ้านมากกว่า เคลียร์บัญชีร้านแล้วก็นอนพักสักตื่น แล้วค่อยพาลูกไปเดินเล่น" เพราะธาราทำแบบนั้นจนกลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว การออกไปฝ่ารถติดเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดสำหรับเขา
"การออกไปเปิดหูเปิดตา มันก็เป็นการพักผ่อนรูปแบบหนึ่งนะครับ ผมอยากพาคุณไปทำอะไรตั้งหลายอย่าง แต่วันนี้คงไม่มีเวลามากพอ เอาเป็นว่า การช็อปปิ้งวันนี้สำหรับข้าวกล้าก็พอครับ" กฤษฎ์วางแผนไว้ว่าเขาจะค่อยเป็นค่อยไป เข้ามาในชีวิตของธาราทีละน้อย จนอีกคนรู้ตัวอีกทีก็ขาดเขาไม่ได้แล้ว ส่วนเขาเอง เขาแน่ใจว่า ไม่อยากได้แค่ลูกแน่ ๆ เขาอยากได้ธาราด้วย เขายังคิดถึงท่าทางออดอ้อนเหมือนลูกแมวน้อยของธาราเวลาอยู่บนเตียงที่เกาะส่วนตัวของเขาอยู่เลย
"คุงกิก นี่อาราย" ชุดบอดี้สูทที่ข้าวกล้าไม่เคยเห็นอยู่ในหุ้นของเด็กผู้ชายที่อยู่ในร้านแบรนด์เสื้อผ้าเด็กชั้นนำ ทำให้ข้าวกล้าสนใจ จึงเอ่ยถามกฤษฎ์ขึ้นดวงตาที่มองชุดก็แวววับด้วยความตื่นเต้น
"บอดี้สูทใส่สำหรับว่ายน้ำครับ" เพราะคุยกันระหว่างนั่งรถมาแล้ว ว่าจะซื้อชุดว่ายน้ำให้ข้าวกล้า วันหยุดเขาจะขออนุญาตธาราพาข้าวกล้าไปเรียนว่ายน้ำ ซึ่งมีครูสอนที่กฤษฎ์ติดต่อไว้แล้ว
"ว่ายน้ำ คุงน้ำข้าวไหว้" เด็กน้อยหันไปไหว้ธาราแล้วหัวเราะคิกคัก เพราะเข้าใจว่าการว่ายน้ำคือการที่ยกมือไหว้คุณธารานั่นเอง
"ฮา ฮา ฮา ไม่ใช่ไหว้แบบนั้นครับ วันอาทิตย์นี้คุณกฤษฎ์หยุด จะมาพาข้าวกล้าไปลงน้ำในสระใหญ่ ๆ เหมือนที่ปะป๊าเคยพาไปไงครับ" ธาราหัวเราะลั่นกับความเข้าใจผิดของลูกชาย ข้าวกล้าพยายามจะฟังที่ปะป๊าอธิบายและทำความเข้าใจไปด้วย ศีรษะของเด็กน้อยโยกซ้ายขวาอย่างใช้ความคิดอีกครั้ง
"สวนน้ำไงคะ ข้าวกล้าเคยไปแล้วค่ะ" พี่แววอธิบายเพิ่มเติม เด็กน้อยนึกออกแล้วทำตาโตจะได้ไปสวนน้ำกับคุณกฤษฎ์วันอาทิตย์นี้หรือ
"ฉวงน้ำ พี่แววกี่วัง วังอาทิก" ข้าวกล้าถามเพราะเขาไม่รู้ว่าวันไหนจะถึงวันอาทิตย์
"วันนี้วันศุกร์ พรุ่งนี้วันเสาร์ มะรืนวันอาทิตย์" ธารานับนิ้วให้ข้าวกล้าดู
"ฉามวัง เย่ ๆ ไปฉวงน้ำ" กฤษฎ์มองลูกชายกับธารา ดูเหมือนเขาจะพลาดอะไรหลาย ๆ อย่างไป ถ้าวันที่กลับจากเกาะ เขาบอกอยากเป็นแฟนกับธารา อยากคบหาดูใจกัน อยากใช้ชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง เขาคงไม่พลาดเวลาดี ๆ นี้ไป น่าเสียดายที่ตอนนั้นแม้จะถูกใจธารามาก แต่เขาก็ขอแค่อยากดูแลเลี้ยงดูธาราในฐานะเด็กเลี้ยงคนหนึ่ง เพราะเขาไม่พร้อมที่จะมีครอบครัว ทำให้ธาราปฏิเสธเขา มันเลยทำให้เขาพลาดช่วงเวลาดี ๆ ไปเกือบสี่ปี เวลาที่มีเด็กน้อยที่เขาเพิ่งได้รู้จักหลังจากลูกน้อยลืมตามาดูโลกแล้วถึงสามปี
"สระน้ำครับ สระใหญ่ ๆ เดี๋ยวคุณกฤษฎ์จะให้คุณครูสอนข้าวกล้าว่ายน้ำนะครับ แต่ตอนนี้เราซื้อชุดว่ายน้ำของข้าวกล้ากับของคุณน้ำกัน" กฤษฎ์ชวนเด็กน้อยไปเลือกชุด ชุดไหนที่เด็กน้อยสนใจแม้ธาราจะปฏิเสธแต่กฤษฎ์ก็จะซื้อให้ อ้างแค่ว่าชดเชยเวลาที่ผ่านมา จากนั้นกฤษฎ์ก็คะยั้นคะยอให้ธาราไปลองชุดบ้าง แต่พอจะซื้อให้ธาราก็ปฏิเสธ ไม่รับของที่กฤษฎ์จะซื้อให้ แต่คนอย่างกฤษฎ์เมื่อตั้งใจแล้วว่าจะดูแลทั้งแม่และลูก มีหรือเขาจะไม่ซื้อให้ เขาใช้วิทูรย์ไปจัดการสั่งเสื้อผ้าไซซ์ของธาราแล้วส่งไปที่บ้านทันที
"ใครหิวข้าวบ้างแล้วเอ่ย" กฤษฎ์ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าค่ำแล้ว พวกเขาออกจากบ้านช่วงบ่าย กว่าจะถึงห่างก็กินเวลาเป็นชั่วโมง ไหนจะเดินซื้อของอีก แต่เด็กน้อยดูสนุกมากกว่าเหนื่อย ธาราเองก็เดินตามลูกน้อยจนลืมเวลา นานเท่าไหร่แล้วนะที่เขาไม่ได้พาข้าวกล้าออกมาเที่ยวแบบนี้
"คุงน้ำ คุงกิกหิวหิวแล้ว ไปกิงข้าวกัง" เด็กน้อยจูงมือปะป๊าของเขาแล้วเดินไปหาคุณกฤษฎ์ที่ยืนคอยอยู่ มือน้อย ๆ ยื่นให้กฤษฎ์จับ แล้วเดินไปร้านอาหารภาพสามคนพ่อแม่ลูก ที่จูงมือกันไปร้านอาหาร มันทำให้บอดี้การ์ดทั้งสอง มองแล้วดูแปลกตา แต่ก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
"ผมเห็นคุณหนูครั้งแรก รู้สึกคุ้นตามากเลย ว่าคุณหนูท่าทางเหมือนใคร ที่แท้ก็เจ้านายของพวกเรานี่เอง" สรศักดิ์จำวันแรกที่เจอข้าวกล้าได้ดี ท่าทางที่คุ้นตา ที่กฤษฎ์ชอบทำบ่อย ๆ พ่อลูกที่แม้จะยังไม่เคยเห็นหน้า แต่ก็มีทีท่าเหมือนกันได้ วิทูรย์มองตามเจ้านาย ที่จูงมือลูกชายตัวน้อย เขาเองก็ดีใจที่ได้เห็นภาพแบบนี้เช่นกัน
♥️♥️♥️♥️♥️♥️♥️
ลูกทำน่ะน่ารัก แต่อีพ่อทำคงหน้าดุแน่ ๆ