12. พี่ชาย

1088 Words
“อย่างที่ท่านรู้ ข้าชื่อ เวยหลินจิง ข้าไม่ใช่คนต้าซื่อ ข้ามาจากแคว้นเหอหนาน กำลังเดินทางไปเพื่อเข้าพิธีแต่งงานที่เมืองซันซี แคว้นไท่โจวของท่านนั่นแหละ ท่านพ่อท่านแม่ได้หมั้นหมายข้าให้กับ...เอ่อ...ลูกชายของคหบดีใหญ่ท่านหนึ่งในแคว้นนั้น สามวันก่อนพวกข้าเดินทางแวะพักทานอาหาร ได้พบเจอกับทหารพวกนั้น พวกมันจับข้าไปถวายให้กับเจ้าชายกวงเฟยหลง เจ้าชายทรงพอพระทัยใน..รูปโฉมของข้า..ทรง...เอ่อ..อยากได้ข้าไปเป็นสนม แต่ข้าไม่ยอม ทีแรกข้าก็คิดว่าเมื่อข้าไม่ยินยอมเจ้าชายจะปล่อยข้าไป แต่เจ้าชายกลับขังข้าไว้ แล้วให้เวลาข้าสามวันเพื่อตัดสินใจว่าข้าจะยอมตายหรือเป็นสนมของพระองค์ ก่อนกำหนดที่เจ้าชายจะมาฟังคำตอบ ข้าใช้ผ้าม่านรัดคอสาวใช้ในป้อมที่มาส่งข้าวให้ข้าแล้วปลอมเป็นสาวใช้คนนั้นหนีออกมาจากป้อม ก็เป็นตอนที่ข้าวิ่งไปชนท่านที่กลางตลาดนั่นพอดี” คิดไม่ผิดจริง ๆ ชายหนุ่มคิดในใจ ... ผู้หญิงตัวนิดเดียว มีแต่คนจ้องจะทำร้าย เขาเกิดเป็นชายให้ละอายใจแทนคนเพศเดียวกันจริง ๆ “แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป?” “เดิมที ข้าคิดจะเดินทางกลับไปบ้านที่เหอหนาน แต่อาผิงกับท่านลุงที่โรงเตี๊ยมเมื่อวานบอกข้าว่าระยะทางกลับไปเหอหนานไกลกว่าไปไท่โจว ข้าก็เลยตัดสินใจจะเดินทางต่อไปไท่โจว แต่ก็โดนพวกทหารจับมาเสียก่อน...ท่านพอจะบอกได้หรือไม่ว่าตอนนี้ข้าอยู่ที่ใด ยังอยู่ในเขตต้าซื่อหรือไม่ แล้วอีกไกลไหมกว่าจะถึงเขตแดนของไท่โจว” “ตอนนี้เรายังอยู่ในเขตต้าซื่อ แต่ก็ใกล้ชายแดนเฉิงโจวที่อยู่ทางทิศตะวันตกมากกว่า หากเดินทางไปเหอหนาน เจ้าต้องย้อนผ่านตัวเมือง ผ่านป้อมเป่าฮู่ ลงใต้ไปซึ่งระยะทางไกลกว่าพอสมควรทีเดียว” ชายหนุ่มพยายามอธิบาย “เช่นนั้น...ต้องใช้เวลาเดินทางอีกเท่าใดกว่าจะถึงเมื่องซันซีในแคว้นไท่โจวคะ?” “ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ใกล้กับไท่โจวมากกว่าเหอหนาน แต่ก็ยังไกลมากอยู่ดี จะเดินทางไปถึงไท่โจว ขนาดม้าเร็วของทหารยังกินเวลา 5 วัน ถ้าใช้รถเทียมม้าก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสิบวัน ถ้าเดินเท้า โดยเฉพาะสตรีที่ไม่เคยสมบุกสมบันอย่างเจ้า เราคิดว่าคงต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนนะ” ดวงหน้างามยิ่งซีดและหม่นลงไปอีก นัยน์ตาหวานคู่นั้นฉายแววกลัวและกังวลอย่างชัดเจน ผู้หญิงตัวคนเดียวจะทำเยี่ยงไร? ทุกอากัปกริยาของหญิงสาวล้วนอยู่ในสายตาของไท่หยางตลอดเวลา ชายหนุ่มก็บอกไม่ได้ว่าทำไมถึงรู้สึกเป็นห่วงและกังวลกับความปลอดภัยของหญิงสาวผู้นี้เหลือเกิน ในที่สุดไท่หยางก็ตัดสินใจเอ่ยกับนาง.. “เราสองคนก็กำลังจะเดินทางกลับไท่โจวเช่นกัน... หากเจ้าไว้ใจ เจ้าสามารถร่วมเดินทางไปกับพวกเราได้ เรายินดีจะคุ้มครองเจ้าไปให้ถึงเมืองซันซีเอง” ลึกๆ แล้วเจ้าหญิงหนิงอันก็รู้สึกไว้ใจชายหนุ่มผู้นี้ รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเวลาที่มีเขาอยู่ใกล้ ๆ เขาเสี่ยงชีวิตมาช่วยนางทั้งที่ไม่รู้จักและไม่ใช่หน้าที่ อีกทั้งไม่ว่าการที่จะเสด็จไปต่อยังไท่โจว หรือหันกลับไปเหนอหนานแต่เพียงลำพังนางจะพบเจอสิ่งเลวร้ายใด ๆ อีกบ้างก็ไม่อาจรู้ได้ เมื่อไร้สิ้นหนทางอื่น จึงจำต้องตัดสินใจ “หากพวกท่านไม่รังเกียจ ข้าก็จะขออาศัยร่วมเดินทางไปกับพวกท่าน ท่านช่วยข้าไว้หลายครั้งแล้ว ข้าไว้ใจท่าน หากแต่ว่าข้าไม่เคยเดินทางแบบนี้ เกรงแต่ว่าจะเป็นตัวถ่วง เป็นภาระให้พวกท่านเท่านั้น” “เจ้าไม่ต้องกังวล เราทำภารกิจเสร็จเร็วกว่ากำหนดไปมาก เพราะฉะนั้นเรามีเวลามากพอ ข้าเองก็มีภาระผูกพันกับหญิงที่ท่านพ่อท่านแม่ข้าหมั้นหมายให้แต่งงาน ไม่ต่างจากเจ้าหรอกจิงจิง แล้วเมื่อข้ากลับไป ก็ต้องรับตำแหน่งใหม่ที่มีความรับผิดชอบมากกว่าเดิม ข้าคงจะไม่มีเวลาเหลือให้ท่องเที่ยวอีก เดินทางช้าลงบ้าง ข้ากับฮุ่ยเฟินจะได้พักผ่อนกันด้วย” ฟางไท่หยางกล่าวพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่...กับความรู้สึกที่มีต่อความรับผิดชอบที่รอคอยอยู่ข้างหน้า “เดิมทีข้าก็คิดว่าจะชวนฮุ่ยเฟินแวะเที่ยวให้หนำใจก่อนจะต้องกลับไปรับหน้าที่แทนท่านพ่อของข้า ข้าหวังจะท่องเที่ยว จิบเหล้า ชมวิว ไปตลอดทางขากลับให้เพลิดเพลินอยู่แล้ว ถ้ามีเจ้าเป็นเพื่อนร่วมเดินทางเพิ่มอีกคน ก็น่าจะสนุกมากขึ้น ข้าคุยกับเจ้าฮุ่ยเฟินสองคนตลอดการเดินทาง ข้าก็เบื่อมันแล้ว” ผลคือฮุ่ยเฟินส่ง 'ค้อน' มาทางคนตัวใหญ่ทันที... ใครกันนะที่จะรีบกลับไปฉลองวันเกิดท่านฮูหยิน เจอหญิงสาวเข้าหน่อย แหม...จิบเหล้า ชมวิว .. เห็นทีกลับไปจะมีเรื่องเล่าให้ไอ้เจียลี่ฟังไม่หวาดไม่ไหวทีเดียว หญิงสาวเห็นแล้วก็อดยิ้มขำไม่ได้ “คุณชายทั้งสองดูสนิทสนมกันมากทีเดียว” “ฮุ่ยเฟินกับผู้ติดตามข้าอีกคนชื่อเจียลี่ ข้าให้เขาไปทำงานที่อื่นเลยไม่ได้ตามมาด้วย เราสามคนโตมาพร้อม ๆ กัน นอกเวลางานสองคนนี้ก็คือเพื่อนนั่นแหละ..อ้อ..อีกอย่าง เจ้าไม่ต้องเกรงใจ เรียกข้าว่าไท่หยาง หรือพี่หยางก็ได้ ข้าคิดว่าข้าอายุมากกว่าเจ้าแน่ ๆ ส่วนฮุ่ยเฟิน เรียกพี่เฟินก็ได้” “ขอบคุณท่านพี่ทั้งสองมาก งั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว ถือว่าวันนี้ข้าได้ 'พี่ชาย' เพิ่มอีกสองคนก็แล้วกัน พวกท่านเรียกข้าว่าหลินจิง หรือจิงจิงก็ได้ค่ะ” ฮุ่ยเฟินถึงกับหลุดขำพรืดออกมากับหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของไท่หยางในยามที่นางพูดคำว่า 'พี่ชาย' ....
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD