“เห็นหน้านายทหารคนนั้นตอนมองหน้าข้าแล้วข้าเกือบกลั้นหัวเราะไม่อยู่แล้ว” หญิงสาวพูดไปหัวเราะไป พลางใช้ตะเกียบคีบอาหารใส่ปาก แล้วทานอย่างเอร็ดอร่อย พวกเขาข้ามชายแดนมาได้สักพักก็เจอโรงเตี๊ยม จึงเข้ามานั่งพักเพื่อทานอาหาร
พวกเขาเดินผ่านด่านตรวจมาได้ด้วยฝีมือช่างแต่งหน้าในคณะงิ้ว ที่เปิดการแสดงอยู่ในตลาด ไท่หยางได้จ่ายเงินก้อนหนึ่งเพื่อจ้างให้ช่างแต่งหน้าแปลงดวงหน้าหวานให้กลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ แล้วซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนใหม่ ให้ดูเป็นชาวบ้านธรรมดา ๆ แล้วจึงเดินทางย้อนกลับไปที่ด่านชายแดน
“ใช่ ข้าต้องหยิกขาตัวเองไม่ให้หัวเราะเหมือนกัน” ฮุ่ยเฟินสมทบ
“ว่าแต่...พี่หยาง...ท่านวางแผนนี้ไว้ล่วงหน้าแล้วหรือคะ ถึงได้รู้ว่าต้องทำอย่างไร และหาช่างแต่งหน้ามาแปลงโฉมให้กับข้าได้ที่ไหน”
“เจ้าชายกวงเฟยหลงไม่ใช่คนโง่ เท่าที่ข้ารู้ พระองค์เป็นคนฉลาด แต่จะไปในทางเจ้าเล่ห์เสียมากกว่า และการที่เจ้า ซึ่งเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แต่ดันหลุดรอดออกจากป้อมมาได้ง่าย ๆ นี่ พระองค์น่าจะทรงเสียพระพักตร์มากพอที่จะตามล่าเอาตัวเจ้ากลับไปให้ได้ พระองค์น่าจะทรงคิดได้ตั้งแต่วันแรกแล้วว่าทหารตามจับเจ้าไม่ได้ ข้าคิดมาตั้งแต่เมื่อคืนว่าเราอาจจะเจอด่านตรวจจับ เลยพยายามหาทางหนีทีไล่เอาไว้ เมื่อเช้าตอนเราเดินผ่านตลาด บังเอิญได้เห็นคณะงิ้วนั่น ก็เลยคิดแผนเอาไว้ในใจเผื่อ ๆ นึกไม่ถึงว่าจะได้ใช้แผนนี้จริง ๆ” เขายกน้ำชาขึ้นจิบ พร้อมถอนหายใจเบา ๆ
“แต่ถึงเราจะผ่านมาได้ เราก็เสียเวลาไปหลายชั่วยาม ทางที่ดีเราควรรีบเดินทางให้เร็วที่สุด ฮุ่ยเฟิน เจ้ารีบทานหน่อยก็แล้วกัน เสร็จแล้วรีบออกไปหาเช่าเรือ ไม่รู้เราจะหาได้ในวันนี้หรือไม่ เพราะระยะทางค่อนข้างไกล อาจไม่มีใครยอมให้เช่า ถ้าเป็นเช่นนั้นเราจำเป็นต้องหาที่นอนในเมืองคืนนี้ก่อน”
“ได้ขอรับคุณชาย ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
“เราจะเดินทางด้วยเรือหรือคะ?”
“ใช่ การเดินทางด้วยเรือจะค่อนข้างปลอดภัยกว่าทางบก เส้นทางที่สั้นที่สุดคือเดินทางในแคว้นต้าซื่อขึ้นไปทางเหนืออีกหลายวัน ซึ่งเสี่ยงต่อการเจอพวกทหารของเจ้าชายเฟยหลง ข้าจึงพาเจ้าข้ามแดนมาในเขตของเฉิงโจวเพราะเจ้าชายน่าจะไม่คาดคิดว่าเจ้าจะเลือกเส้นทางที่อ้อมไปไกลในการเดินทางไม่ว่าจะย้อนกลับไปทางเหอหนาน หรือไปไท่โจว... แล้วอีกอย่าง เส้นทางในเฉิงโจวช่วงที่ติดกับชายแดนต้าซื่อ นอกจากบริเวณในเมือง ส่วนใหญ่จะเป็นป่าไม่ค่อยมีคนสัญจรไปมามากนัก ข้าเกรงว่าจะไปเจอโจรปล้นทรัพย์ระหว่างทาง ลำพังข้ากับฮุ่ยเฟินสองคนจะรับมือไม่ไหว ถ้าเราโชคร้ายไปเจอกลุ่มโจร ข้าเกรงว่าเจ้าจะเป็นอันตราย ยิ่งเจ้าเป็นหญิงยิ่งอันตรายเป็นสองเท่า เจ้าเข้าใจความหมายใช่หรือไม่?
ใบหน้านวล ขมวดคิ้วครุ่นคิดตามคำพูดของชายหนุ่ม แล้วผงกศีรษะตอบรับ
“ข้าจึงคิดว่าเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดคือการล่องเรือขึ้นไปตามแม่น้ำเชิงหมิงซึ่งขนานไปกับแคว้นต้าซื่อไปจนถึงแคว้นไท่โจว เมื่อเข้าเขตไท่โจวแล้ว เราค่อยเปลี่ยนเป็นเส้นทางปกติ ข้าจึงจะมั่นใจได้ว่าพวกเราจะปลอดภัย...เพียงแต่ว่าเส้นทางนี้ จะกินเวลานานกว่ามาก...จิงจิง เจ้าคิดเห็นอย่างไร” เขาคิดมาหลายรอบถึงเส้นทางที่น่าจะปลอดภัยที่สุด ทั้งจากทหารของเจ้าชายเฟยหลง และโจรภูเขาทั้งหลาย ทางเรือน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว เพียงแต่เขาไม่แน่ใจว่านางจะพร้อมใจลงเรือไปกับพวกเขา นางจะไว้ใจชายหนุ่มสองคนที่เพิ่งรู้จักได้เพียงสามวันหรือไม่...
ดวงตากลมหวานที่ช้อนมองขึ้นสบตากับเขามีแววลังเลในช่วงนาทีแห่งการตัดสินใจ หากแล้วนางก็แย้มยิ้มให้กับเขา... “ข้าไว้ใจท่านพี่ทั้งสอง”
ชายหนุ่มยิ้มรับ พร้อมใช้ตะเกียบคีบอาหารใส่ถ้วยของนาง “งั้นเจ้าทานเยอะ ๆ จะได้มีเรี่ยวแรงเดินทาง”
แสงสีส้มยามสนธยาลอดผ่านช่องว่างระหว่างมวลใบไม้บนต้นไม้สูงริมฝั่ง ส่องเป็นลำแสงลงสู่ลำน้ำเชิงหมิง กระแสลมอ่อน ๆ ที่เกิดจากแรงลมกระทบกับการเคลื่อนที่ของเรือพัดเส้นผมนุ่มสลวยและอาภรณ์ของหญิงสาวให้พริ้วเป็นระลอกคล้ายคลื่นในอากาศ ร่างบางนั่งทอดอารมณ์อยู่ด้านหน้าของเรือ แสงสุดท้ายของวันลอดส่องมากระทบดวงหน้าหวานที่เหม่อมองไปในอากาศขมุกขมัวของยามโพล้เพล้ ชายหนุ่มเดินมาจากท้ายเรือชะงักงันกับภาพที่ดูเสมือนเทพธิดาท่ามกลางทิวไม้ในภาพวาดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเดินเข้าไปใช้ผ้าคลุมผืนหนาคลุมให้กับร่างน้อย ที่หันหน้ามาแย้มยิ้มให้
“อากาศเริ่มเย็นแล้ว เจ้ามานั่งตากลม ระวังจะไม่สบายไป ร่างกายเจ้าไม่คุ้นชินกับอากาศหนาวเย็น ข้าว่าเจ้าควรเปลี่ยนไปใส่เสื้อหนา ๆ ที่ซื้อมาใหม่จะดีกว่า” ไท่หยางเอ่ยเตือน
“ตั้งใจว่าพอฟ้ามืดก็จะไปเปลี่ยนเสื้อค่ะ ทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำในฤดูใบไม้ร่วงเช่นนี้แปลกตาไปอีกแบบ ข้ามัวแต่ชื่นชมแล้วก็คิดอะไรเพลินไป”
“เช่นนั้น...พี่ขอนั่งชมทิวทัศน์ด้วยคน หวังว่าเจ้าจะไม่รังเกียจ”
ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มสดใส “ดีเลย ข้าจะได้มีเพื่อนคุย...พี่เฟินล่ะคะ?”
ชายหนุ่มนั่งลงด้านข้างของหญิงสาว เว้นระยะห่างพอสมควร
“ฮุ่ยเฟินคุยกับจ้าวเสี่ยง ...เอ่อ..ลุงคนขับเรือน่ะ เตรียมเรื่องเส้นทางการเดินเรือ กับจุดพักที่เราต้องขึ้นฝั่งเพื่อเติมเสบียงอาหาร เดี๋ยวสักครู่ก็คงมาเล่าให้ฟัง...โน่นไง..เดินมาแล้ว”
ฮุ่ยเฟินเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับหนุ่มสาวทั้งสอง
“ว่าไงฮุ่ยเฟิน ได้เรื่องอย่างไรบ้าง”
“เรื่องเส้นทางเดินเรือไม่มีปัญหาขอรับคุณชาย ลุงจ้าวคนขับเห็นด้วยกับเส้นทางที่เราคิดกันไว้ ลุงจ้าวจริง ๆ แล้วเป็นคนไท่โจว นี่แกเดินทางมากับจ้าวหลิน..เอ่อ..หลานสาวของแก เพื่อเอาผ้าทอและเสื้อผ้าที่ภรรยาและจ้าวหลินตัดเย็บล่องเรือมาขายที่เฉิงโจว แกกำลังจะล่องเรือกลับพอดี เพราะฉะนั้นลุงจ้าวคุ้นเคยกับเส้นทางนี้เป็นอย่างดี ส่วนเรื่องเติมเสบียงอาหาร ระหว่างทางเราจะผ่านเมืองเล็ก ๆ หลายเมือง เราสามารถแวะเพื่อหาซื้อเสบียงและข้าวของเครื่องใช้จำเป็นได้ตลอดทาง จากจุดนี้ เรายังมีเสบียงพอได้อีกสองสามวันขอรับ”
“ปัญหาอย่างเดียวคือ เรือลำนี้ถึงจะค่อนข้างใหญ่ แต่ก็มีห้องพักเพียงห้องเดียว ข้าคิดว่าควรให้จิงจิงเข้าไปพัก ส่วนที่เหลือก็นอนข้างนอกกันได้ ขอรับคุณชาย”
“พี่เฟิน แล้วแม่นางจ้าวล่ะคะ? ให้นางมานอนกับข้าในห้องเถิด นางเป็นผู้หญิงจะให้นอนข้างนอกคงไม่เหมาะสม”
“งั้นก็เอาตามที่จิงจิงว่าเถอะ” ไท่หยางพยักหน้าเห็นด้วย
“อากาศกลางคืนน่าจะหนาวเย็นกว่าตอนนี้มากนัก ลุงจ้าวกับท่านพี่ทั้งสองจะนอนกันอย่างไร” ใบหน้างามฉายแววกังวล ปนเกรงใจ
“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราทหารคุ้นเคยกับการนอนกลางแจ้งในสภาพอากาศหนาวเย็นอยู่แล้ว ส่วนลุงจ้าว เมื่อตอนที่แวะซื้อเสบียงก่อนมาขึ้นเรือ ข้าซื้อผ้าห่มมาเพิ่มหลายผืนอยู่” ฮุ่ยเฟินบอกกล่าวให้หญิงสาวสบายใจ
“ข้าทำให้พวกท่านลำบากแล้ว ไหนจะต้องใช้เงินเช่าเรือ ซื้อของมากมาย เงินที่ขายป้ายหยกไป ข้าพอมีเหลือแต่ก็ไม่รู็ว่าจะพอใช้จ่ายทั้งหมดไหม เมื่อไปถึงที่ซันซี ข้าจะให้ญาติของข้าชดใช้คืนให้พี่หยางนะคะ” นางหยิบเอาถุงเงินออกมา แล้วยื่นถุงเงินทั้งถุงให้กับฟางไท่หยาง
มือใหญ่ยื่นมา แต่ใช้เพียงปลายนิ้วมือดันมือหญิงสาวกลับไป “เจ้าอย่าได้คิดมากเลย ข้าไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ถือว่าข้ามาล่องเรือชมวิวร่วมกับเจ้าไปก็แล้วกัน”
“แต่...”
“ไม่มีแต่...ข้าเต็มใจช่วย ห้ามเจ้าเถียงข้าเรื่องนี้” ชายหนุ่มทำหน้าดุ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องคุย
“ว่าแต่ฮุ่ยเฟิน..เย็นนี้เราจะทานอาหารกันที่ไหน อย่างไร”
“จ้าวหลินกำลังทำอาหารอยู่ท้ายเรือ ข้าซื้อสุราชั้นดีมาด้วย สักครู่คงได้ทานกันขอรับ”
“ดี..เจ้าให้ลุงจ้าวกับจ้าวหลินมาทานด้วยกันนะ...พวกเราต้องอยู่ด้วยกันอีกหลายวัน จะได้รู้จักคุ้นเคยกันเอาไว้”
“ขอรับคุณชาย”