ขบวนเสด็จเจ้าหญิงเดินทางออกจากแคว้นเหอหนาน มุ่งหน้าขึ้นทิศเหนือสู่แคว้นไท่โจว ทิวทัศน์สองข้างทางค่อยๆ แปรเปลี่ยน แปลกตา จากต้นไม้เขียวหลากพันธุ์ ใบไม้หลายรูปแบบ เหลือเพียงไม้สองชนิดคือกลุ่มพวกต้นสนใหญ่ที่ยังคงความเขียวไว้ได้ กับเหล่าต้นไม้ไร้ใบ ที่ผลัดใบทิ้งเพื่อดำรงอยู่ในเหมันตฤดูเหลือแต่กิ่งก้าน มีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนไปจนสีน้ำตาลเข้มเกือบดำตลอดเส้นทาง ผสมกับอุณภูมิที่เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ส่งผลให้บรรยากาศขมุกขมัว หดหู่ เจ้าหญิงหนิงอันทรงดึงผ้าภูษาคลุมให้กระชับองค์มากขึ้น แล้วยื่นพระพักตร์ออกไปตรัสถามราชองครักษ์ผ่านหน้าต่างด้านข้างของรถทรงม้า..
“ใกล้ค่ำแล้ว วันนี้เราต้องหยุดพักที่ใดหรือ”
“วันนี้เราอยู่ในแคว้นต้าซื่อแล้วพะย่ะค่ะ ท่านเสนาบดีต่างประเทศได้ทำเรื่องขอขบวนเสด็จผ่านทางต้าซื่อและขอให้ทางต้าซื่อจัดเตรียมที่พำนักหนึ่งคืน ทางต้าซื่อได้แจ้งว่าได้จัดเตรียมป้อมเป่าฮู่ไว้ต้อนรับพระองค์และขบวนเสด็จได้พักค้างคืน ซึ่งอีกประมาณหนึ่งชั่วยามเราน่าจะไปถึงพระเจ้าค่ะ”
“ขอบใจจ้ะ”
กำแพงหินสูงตระหง่านสีเทาเข้มที่เกือบจะเป็นสีดำด้วยกาลเวลา ประตูโค้งใหญ่สีแดงคล้ำ มีสิงโตหินแกะสลักขนาดประมาณตัวคนยืนอยู่ด้านข้างของประตูข้างละหนึ่งตัว ทำหน้าที่เฝ้าประตูอย่างเคร่งครัด
เจ้าหญิงหนิงอันก้าวพระบาทลงจากรถทรงม้า พร้อมเงยพระพักตร์มองป้อมปราการที่สูงตระหง่านด้านหน้า ... ต้าซื่อ แข็งแกร่ง น่าเกรงขาม แม้แต่ป้อมปราการเล็กๆ ยังน่าสร้างความรู้สึกน่าเกรงขามแผ่ขยายจนรู้สึกได้จริงๆ
“กราบบังคมทูลเจ้าหญิงเพคะ...หม่อมฉันตงเหม่ยลี่ เป็นนางกำนัลฝ่ายในจากพระราชวังหลวงแห่งต้าซื่อเพคะ หม่อมฉันได้รับมอบหมายให้มาต้อนรับ ดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกสบายให้กับพระองค์และขบวนเสด็จเพคะ” นางกำนัลซึ่งเป็นหญิงเพียงผู้เดียวที่ออกมายืนรอรับขบวนเสด็จ นางกำนันผู้นี้จัดว่าเป็นหญิงรูปร่างสมส่วน มีผิวพรรณเอิบอิ่ม แต่กลับมีผ้าสีฟ้าอ่อนเข้าชุดกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ปิดปังส่วนใหญ่ของใบหน้า เหลือให้เห็นเพียงแค่ดวงตาคมสวยที่ส่งยิ้มได้เท่านั้น
“ยินดีที่ได้รู้จัก...และขอบใจมากจ้ะ”
“เจ้าชายรัชทายาท กวงเฟยหลง ทรงติดราชกิจ จึงไม่สามารถมารอรับเสด็จได้ด้วยพระองค์เอง แต่ให้หม่อมฉันกราบทูลว่าจะเสด็จมาประทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำเป็นการต้อนรับเจ้าหญิงและคณะเดินทางจากเหอหนานทุกคน คาดว่าอีกสักพักเจ้าชายน่าจะเสด็จมาถึงที่ป้อมเพคะ”
“จริงๆ ก็ไม่ต้องลำบากเจ้าชายเลย...หญิงเพียงแค่ขอรบกวนทางต้าซื่อพักแรมระหว่างเดินทางเท่านั้นเอง”
“มิเป็นไรมิได้เพคะ..เจ้าชายยังกำชับให้เหม่ยลี่อำนวยความสะดวกให้กับเพื่อนบ้านที่ดีของต้าซื่อเพคะ”
“เช่นนั้นก็ลำบากพวกเจ้าแล้วล่ะ”
“เชิญเสด็จด้านในป้อมก่อนเถอะเพคะ”
ห้องประทานเลี้ยงเป็นโถงกว้าง อยู่ส่วนกลางของป้อม ด้านหน้ามีพื้นยกระดับขึ้นสูงเพื่อเป็นที่สำหรับพระราชวงศ์ หรือแม่ทัพใหญ่ผู้เป็นประธาน วันนี้มีโต๊ะยาวจัดไว้สำหรับเจ้าชายกวงเฟยหลง และเจ้าหญิงหนิงอัน ส่วนด้านล่างก็เป็นโต๊ะยาวเรียงแถวขนานกันไปสำหรับข้าราชบริพารที่โดยเสด็จเจ้าหญิงจากเหอหนาน
“ในนามของต้าซื่อ เรากวงเฟยหลง เจ้าชายรัชทายาท ขอถือโอกาสนี้เลี้ยงต้อนรับมิตรสหายจากเหอหนาน ซึ่งถือเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกันมานาน เชิญทุกท่านตามสบาย”
“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ” เหล่าข้าราชบริพารกล่าวพร้อมเพรียงกัน
เจ้าหญิงหนิงอันทรงลอบมอง เจ้าชายเฟยหลงทรงมีวรวงค์ผอมสูง ค่อนข้างขาว พระรูปหล่อเหลา ช่างเจรจาหากดวงตากลับดูลึกลับ เกือบจะเจ้าเล่ห์ก็ว่าได้ ... ห่างไว้ก่อน น่าจะปลอดภัยกว่า ...
“วันนี้หม่อมฉันติดราชกิจกับเสด็จพ่อ เลยมารอต้อนรับเจ้าหญิงไม่ทัน ต้องขอประทานอภัย” เจ้าชายเฟยหลงหันพระพักตร์มา พร้อมก้มคำนับให้เจ้าหญิงหนิงอัน
“หามิได้เพคะ ... หม่อมฉันต่างหากเป็นฝ่ายมารบกวน นอกจากทรงจัดที่พักอาศัยให้อย่างสะดวกสบายแล้ว ยังประทานเลี้ยงให้พวกหม่อมฉันอีก”
“เหอหนานถือเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิด ต้าซื่อต้องรับรองเพื่อนเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ขอเจ้าหญิงอย่าได้เกรงใจเลย”
“เช่นนั้น ในนามของเหอหนาน หม่อมฉันขอขอบพระทัยเป็นอย่างสูงเพคะ”
“หม่อมฉันเตรียมสุราดอกไม้ที่ขึ้นชื่อที่สุดของต้าซื่อไว้ต้อนรับ ลองจิบดูสักหน่อยไหม?”
“หม่อมฉันดื่มสุราไม่เป็น ต้องขอประทานอภัยฝ่าบาทด้วยเพคะ”
“ลองจิบสักนิดเถิด สุราดอกไม้ของเรากลั่นจากดอกไม้หอม 9 ชนิด มีสมุนไพรให้ความหวาน เป็นสุราที่นิยมดื่มกันในหมู่สตรี เพราะกลิ่นหอมของดอกไม้ และไม่แรงเหมือนสุราทั่ว ๆ ไป แต่จะหาดื่มยากเพราะต้องใช้เวลาในการหมักสุราจากสมุนไพร แล้วค่อยนำดอกไม้ทั้งเก้าชนิดมาหมักในน้ำสุราอีกนานทีเดียว เพื่อให้กลิ่นของดอกไม้ทั้งเก้าละลายและกลืนไปกับตัวน้ำสุรา ไหน ๆ ฝ่าบาทก็ได้เสด็จมาต้าซื่อแล้ว ถ้าไม่ได้ลองสุราดอกไม้นี้ พวกเราถือว่ายังมาไม่ถึงต้าซื่อ” ตรัสพร้อมกับยื่นจอกสุราทองใบเล็กมาตรงหน้าเจ้าหญิงหนิงอัน
“งั้น... หม่อมฉันขอทดลองเพียงนิดเดียวนะเพคะ”
สุราดอกไม้หนึ่งจอกนั้น มากเกินพอสำหรับหญิงสาวที่ไม่คุ้นชิน เพียงไม่กี่นาทีเจ้าหญิงหนิงอันก็เริ่มมีอาการมึนงง พระวรกายโอนเอน พระเนตรพร่ามัว ภาพสุดท้ายที่ผ่านเข้าในครรลองสายพระเนตรคือเค้าโครงหน้าของเจ้าชายรัชทายาท แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับมืดลง!