ระหว่างทางจากจุดจอดเรือไปตลาดในเมือง...
“นั่นไงคะคุณหนู ร้านหนังสือที่ข้าบอก อยู่ด้านหน้า ทางซ้ายโน่นไงคะ” จ้าวหลินพูดพลางชี้ไปที่เหล่าร้านรวงที่ตั้งเรียงรายอยู่ตลอดฝั่งซ้ายของถนน ร้านหนังสือที่จ้าวหลินชี้ชวนให้ดูเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุด กินพื้นที่เท่ากับสามเท่าของร้านอื่น ๆ
“โอ้โห..ร้านใหญ่ดีจัง พี่หยาง ข้าขออยู่ที่ร้านหนังสือนี้เลยได้ไหม ข้าไม่ได้ต้องการซื้อสิ่งอื่นใดเป็นพิเศษ อยากใช้เวลาเลือกหนังสือสนุก ๆ ไปอ่านมากกว่าค่ะ”
“ได้สิ ข้าก็อยากหาหนังสือไปอ่านเช่นกัน” ไท่หยางหันไปทางฮุ่ยเฟินกับจ้าวหลิน
“เราพอมีเวลา เจ้าทั้งสองไม่ต้องรีบ ซื้อเสบียงแล้วเจ้าก็พาเสี่ยวหลินไปเดินเล่นซื้อของก่อนก็ได้ ก่อนลงเรือมาลุงจ้าวบอกว่าเมืองนี้มีอาหารอร่อยหลายร้าน เราต่างคนต่างหาอาหารทานให้เสร็จแล้วค่อยกลับมาเจอกันที่ร้านหนังสือนี่หลังมื้อกลางวันก็แล้วกัน...ดีไหม”
“ดีขอรับคุณชาย” ...แต่คำที่ฮุ่ยเฟินตอบไท่หยางไปทางสายตาน่าจะแปลได้ว่า....ขอบคุณครับคุณชาย... มากกว่า
ในร้านหนังสือมีผู้คนไม่มากนัก ทุกคนต่างก็เลือกหยิบดูหนังสือบนชั้นวาง บางคนก็ขนหนังสือจากบนชั้นมานั่งเลือกที่โต๊ะที่มีวางบริการ ร้านนี้ตกแต่งให้ดูเสมือนเป็นห้องสมุด มีชั้นหนังสือเต็มผนังทั้งสามด้าน ทุกชั้นมีความสูงเกินคนธรรมดาจะเอื้อมหยิบถึง ทางร้านจึงมีบันไดที่สามารถเคลื่อนย้ายไปมาเอาไว้ปีนหยิบหนังสือในชั้นสูง ๆ ได้ ส่วนตรงกลางร้านเป็นโถงกว้าง มีโต๊ะหนังสือหลายโต๊ะพร้อมเก้าอี้เพื่อให้ลูกค้าได้นั่งเลือกหนังสือ หรือหลาย ๆ ครั้งก็เป็นที่นั่งถกปรัชญาในหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง ด้านหน้าร้านมีโต๊ะสูงสำหรับเฒ่าแก่เจ้าของร้าน ซึ่งเป็นชายชราท่านหนึ่ง ผมเป็นสีดอกเลา ท่าทางเปี่ยมไปด้วยความรู้และประสบการณ์ หากใบหน้าและดวงตากลับดูใจดี อบอุ่น คอยให้คำแนะนำ ตอบคำถามของลูกค้าเกี่ยวกับหนังสือในร้าน
หลินจิงเดินเข้าไปขอคำแนะนำ.. “ท่านลุง ข้าอยากหาหนังสือนิยายสนุก ๆ ท่านพอจะแนะนำให้หน่อยได้ไหมคะ หนังสือในร้านเยอะเหลือเกิน ข้าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี”
ชายชราเงยหน้าจากหนังสือในมือ แล้วยิ้มอบอุ่นให้ พร้อมถามกลับ.. “เจ้าอยากอ่านนิยายประเภทไหนล่ะ”
“ข้าชอบอ่านหมด เรื่องความรัก เรื่องประวัติศาสตร์ อ้อ เรื่องพวกเกี่ยวกับการสืบสวนคดี ข้าก็ชอบค่ะ”
ชายชราผู้นั้นหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู “นาน ๆ ข้าจะเจอผู้หญิงชอบอ่านนิยายสืบสวน แสดงว่าเจ้านี่เป็นนักอ่านตัวจริงสินะ”
“ชอบมากเลยค่ะ ท่านลุง ข้าเคยอ่านนิยายของ ซั่วเสี่ยวเทียน เขาเขียนได้สนุกมาก เหมือนจริงมาก อ่านแล้วข้าวางไม่ลง ไม่ได้หลับได้นอนเลยค่ะ ถ้าอ่านไม่จบ”
“เจ้านี่มีวาสนากับซั่วเสี่ยวเทียนจริง ๆ มีนิยายสืบสวนของเขาเพิ่งเข้ามาใหม่เมื่อเย็นวานนี้เอง นี่ข้ายังไม่ได้เอาไปวางบนชั้นเลย เจ้าลองเอาไปดูว่าชอบหรือไม่” เขาหันหลังไปหยิบหนังสือจากชั้นวางด้านหลัง แล้วส่งให้กับหลินจิง
“ไม่ต้องดูเลย ข้าซื้อเล่มนี้ล่ะ แต่ฝากท่านลุงไว้ก่อน ขอข้าเลือกหนังสืออีกสักสองสามเล่ม...”
“เจ้าอยากได้หนังสือประเภทไหนอีก ข้าจะได้แนะนำให้”
“ข้าอยากได้หนังสือเกี่ยวกับแคว้นไท่โจวค่ะ พวกประวัติศาสตร์ การเมือง การปกครอง ไม่รู้ว่าพอจะมีหนังสือเขียนไว้บ้างหรือไม่ แล้วก็อยากได้หนังสือนิยายอีกสักเรื่องสองเรื่องค่ะ”
“แม่นางน้อย...เจ้านี่ไม่ธรรมดา เป็นหญิงแต่ทำไมอยากอ่านเรื่องการเมือง การปกครองล่ะ”
“ข้า..เอ่อ..ต้องไปใช้ชีวิตที่ไท่โจวค่ะ เลยอยากทำความรู้จักกับความเป็นมาของแคว้นนี้ไว้บ้าง ก็เท่านั้นเองค่ะ”
“ดี ๆ รู้จักเตรียมตัวกับการใช้ชีวิต วันหน้าเจ้าไม่ลำบากแน่นอน... เรื่องเกี่ยวกับไท่โจวพอมีอยู่บ้าง อาจจะไม่เยอะ แต่มีอยู่เล่มหนึ่งข้าเคยอ่านชื่อว่า “ไท่โจว...เหนือฟ้าใต้สวรรค์” เขียนโดยเจ้าชายรัชทายาทของไท่โจวเชียวนะ แต่ทรงเขียนด้วยพระทัยกว้าง ทรงเข้าใจมุมมองของประชาชน และคนภายนอก ที่สำคัญทรงเขียนให้อ่านง่าย ไม่ยืดเยื้อ ข้าแนะนำเล่มนี้ .. เจ้าลองไปหยิบมาเปิด ๆ ดูเทียบกับเล่มอื่นก่อนก็ได้ ดูว่าเจ้าชอบหรือไม่ หนังสือประเภทประวัติศาสตร์และการเมืองอยู่บนชั้นที่สามด้านซ้ายมือโน่น ส่วนหนังสือนิยายจะรวมอยู่ในชั้นด้านหลังของร้าน มีแบ่งแยกประเภทไว้ เจ้าไปเลือกดูได้เลย หากเจ้าหยิบไม่ถึงมาบอกข้า เดี๋ยวข้าปีนไปหยิบมาให้”
“ขอบคุณมากค่ะท่านลุง...งั้นข้าไม่รบกวนท่านแล้ว” แล้วนางก็หันมายิ้มให้กับไท่หยาง .. “ข้าไปเลือกหนังสือก่อนนะคะ”
“ข้าก็จะอยากเลือกหนังสือสักสองสามเล่มเช่นกัน หากต้องการเล่มไหนแล้วหยิบไม่ถึง มาบอกข้าไม่ต้องไปกวนท่านลุงก็ได้”
“ขอบคุณค่ะพี่หยาง” ... รอยยิ้มที่มอบให้ทั้งปากและดวงตาหวานซึ้งสะกดชายหนุ่มให้ยืนตาพร่า..จนได้ยินเสียงกระแอม..
“อะแฮ่ม...พ่อหนุ่ม... แม่นางน้อยเดินไปถึงโน่นนนนนนนนน....แล้ว” ชายชราลากเสียงยาว กลั้วด้วยเสียงหัวเราะ ล้อเลียน “เจ้าจะยืนคุยกับคนแก่อย่างข้า หรือจะไปช่วยหยิบหนังสือให้นางกันล่ะ”
ชายหนุ่มได้แต่ส่งยิ้มเขิน ยกมือลูบท้ายทอยแก้เก้อ แล้วรีบเดินตามนางไป
“อื้อ..” หลินจิงพยายามเอื้อมแขนเพื่อหยิบหนังสือเล่มที่ชายชราแนะนำ แต่แม้นางเขย่งจนสุดปลายเท้า ยืดแขนตรงสุด ก็ยังได้แค่เพียงแตะ ๆ ตรงขอบชั้นหนังสือ นางพยายามเขย่งแล้วเขย่งอีก กระโดดเบาๆ ก็แล้วก็ยังไม่สามารถหยิบหนังสือเล่มที่ต้องการได้ แล้วอยู่ ๆ ก็มีเงาสูงใหญ่ซ้อนประชิดตัวทางด้านหลัง แล้วมือใหญ่ก็คว้าเอาหนังสือเล่มที่หมายตาลงจากชั้นวาง อ้อมมาส่งให้ตรงหน้า
“ข้าบอกว่าถ้าหยิบไม่ถึงให้บอกไง” ชายหนุ่มยื่นหนังสือให้ แต่ยังไม่ได้ถอยห่างออกมา ความใกล้ชิดเพียงชั่วเสี้ยวนาทีเมื่อสักครู่ ทำให้แก้มนวลเป็นสีแดง น่ารักยิ่งในสายตาของเขา
“ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าก็สนใจเรื่องราวการเมือง การปกครองของไท่โจว จริง ๆ อยากรู้อะไร ถามข้ากับฮุ่ยเฟินก็ได้ อย่าลืมสิ เราสองคนก็เป็นคนไท่โจวนะ”
“ข้าชอบอ่านหนังสือค่ะ แล้วอีกไม่นานข้าก็ต้องไปใช้ชีวิตเป็นคนไท่โจวแล้ว ข้าอยากเรียนรู้ความเป็นมา อยากรู้จัก ข้าเคยเรียนมาบ้าง พอจะรู้ว่าไท่โจวเป็นแคว้นที่เก่าแก่ที่สุดในแถบนี้ ข้ารู้สึกว่าประวัติศาสตร์อันยาวนานของไท่โจวน่าสนใจค่ะ” เมื่อต้องเอ่ยถึงเรื่องที่สะกิดหัวใจ...ดวงตาที่สดใสก็หม่นหมองลงในทันที ชายหนุ่มแทบจะกัดลิ้นตนเอง ..
“พี่หยางอยากได้หนังสือแบบไหนหรือคะ”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจหาแบบใดเป็นพิเศษ แต่ฟังเจ้าพูดแล้ว ข้าก็อยากรู้จักแคว้นเหอหนานให้มากขึ้นไปอีก เจ้าช่วยเลือกให้ข้าสักหนึ่งเล่มเถิด ไม่รู้จะพอมีหรือไม่”
“ได้สิคะ เดี๋ยวข้าจะเลือกเล่มที่เล่าเรื่องแบบพิสดารที่สุดให้ท่านเลย” ไม่พูดเปล่า นางยังยิ้มตาหยีล้อเลียน จนชายหนุ่มอดเอ็นดูไม่ได้ มือใหญ่จึงเอื้อมมือไปขยี้ศีรษะน้อยเบา ๆ
“งั้นเจ้าเดินเล่นอยู่ในร้านนี้ก่อนสักครู่ ข้าขอไปซื้อของเพิ่มอีกสักหน่อย อย่าเพิ่งออกไปที่ไหนนะ รอข้าก่อน ข้าไปไม่นานหรอก”
“เชิญพี่หยางตามสบายค่ะ ข้ายังอยากไปเลือกนิยายอีกสักสองสามเล่มด้านหลังร้านโน่น นอกจากหนังสือข้าไม่ได้อยากได้อะไรอีก ข้าจะนั่งอ่านหนังสือรอที่นี่จนกว่าท่านจะกลับมาก็แล้วกัน”
“ดีแล้ว แต่หากเปลี่ยนใจ ให้รอข้ากลับมาก่อน แล้วข้าจะพาเจ้าเดินไปเอง อย่าออกไปเดินคนเดียวเด็ดขาดนะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“จิงจิง” เสียงทุ้มดึงความสนใจหญิงสาวจากกองหนังสือตรงหน้าให้หันไปตามเสียงนั้น
“อ้าว ไหนท่านบอกจะไปซื้อของไงคะ ทำไมรีบกลับมา”
“ข้าเชื่อแล้วว่าเจ้าชอบหนังสือจริง ๆ นี่ผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้วนะ ข้ายังกลัวว่าเจ้าจะคอยจนเบื่อเสียแล้ว”
“ตายจริง..ข้าเลือกหนังสือเพลิน ไม่คิดว่าจะผ่านไปตั้งชั่วยามแล้ว”
“เจ้าเลือกได้หรือยัง ตลาดด้านนอกมีของแปลก ๆ เยอะเหมือนกันนะ ไม่ลองไปเดินเล่นเสียหน่อยหรือ”
“ได้แล้วค่ะ สามเล่มนี้ของข้า แล้วก็เล่มนี้ ข้าเลือกให้ท่าน เป็นเรื่องราว เกร็ดความรู้เกี่ยวกับเหอหนาน ท่านลองดูว่าชอบหรือไม่”
“ไม่ต้องดูหรอก ข้ามั่นใจฝีมือเลือกหนังสือของเจ้า...งั้นเราไปจ่ายเงินแล้ว ออกไปเดินเล่นกัน”
ถนนเส้นใหญ่ที่ตัดผ่านกลางเมืองคราคร่ำไปด้วยร้านรวงมากมาย มีร้านอาหารใหญ่คนแน่นหลายร้าน และมีพ่อค้าแม้ค้ารถเข็นมากมายเรียงรายอยู่เต็มสองข้างทาง ขายของหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ขายอาหารเช่น ซาลาเปา แป้งทอด ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้าและเครื่องประดับ มีพ่อค้าเดินเร่ขายถังหูลู่เสียบไม้อยู่ริมถนนเป็นระยะ ๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้นของผู้คนที่ออกมาซื้อข้าวซื้อของ
หลินจิงเดินเล่นอย่างสนุกสนาน ชี้ชวนให้ไท่หยางดูสิ่งของที่วางขายริมทางมากมาย เพียงแต่เขาไม่สามารถรับรู้หรือมองเห็นสิ่งของเหล่านั้น เพราะในสายตาเขาเห็นเพียงรอยยิ้ม หูเขาก็ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะของนาง
“พี่หยาง”
“พี่หยางคะ....”
“พี่หยางคะ!” ชายหนุ่มสะดุ้งจากแรงเขย่าที่แขน
“เอ่อ..ขอโทษ จิงจิง เจ้าว่าอะไรนะ” สติกลับมาพร้อมกับสายตาเห็นใบหน้านวลย่นคิ้ว ทำตาโต แก้มป่อง ใส่เขา ..
“ใจลอยไปไหนเนี่ย...ข้าบอกว่า...ข้าอยากทานถังหูลู่จะชวนท่านเดินไปซื้อตรงโน้นค่ะ ว่าจะซื้อไปฝากเสี่ยวหลิน พี่เฟิน แล้วก็ลุงจ้าวด้วย”
“หึหึ..เจ้าโตขนาดนี้แล้ว ยังชอบทานถังหูลู่เป็นเด็ก ๆ อีกหรือ” ไท่หยางพูดพร้อม ๆ กับหัวเราะเบา ๆ ...อืม แก้มป่องก็น่ารัก จนเขาอดเอื้อมมือไป ขยี้ศีรษะน้อยไม่ได้ จนได้รับค้อนวงใหญ่จากดวงตากลมโตมาเป็นรางวัล
“ก็ข้าชอบทานนี่นา...”
ชายหนุ่มผายมือไปด้านหน้า พร้อมก้มตัวลงคล้ายโค้งคำนับเพื่อให้นางเดินนำหน้าไป พร้อมกับหัวเราะตามหลังร่างน้อยที่เดินผ่านไปพร้อมหันหน้ามาย่นจมูกให้กับเขา