20. คืนสุดท้าย

2067 Words
ณ ริมฝั่งแม่น้ำ แสงแดดสาดส่องผ่านแมกไม้ใหญ่ได้เพียงเล็กน้อย ภายใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ริมน้ำ ยังมีลมเย็นโชยอยู่ตลอดเวลา อากาศจึงยังค่อนข้างเย็นทั้ง ๆ ที่เป็นยามบ่าย เรือของชายหนุ่มและหญิงสาวสี่คน รวมทั้งลุงจ้าวคนขับเรือได้จอดทอดสมอเรียบร้อย จากริมฝั่งเดินเข้ามาเพียงอึดใจมีบ้านหลังเล็ก ๆ แต่ดูอบอุ่น รายล้อมไปด้วยต้นไม้ที่มีทั้งต้นใหญ่น้อย และสวนดอกไม้เล็ก ๆ อยู่บริเวณใกล้ประตูบ้าน หญิงวัยกลางคนเปิดประตูออกมาเมื่อได้ยินเสียงเรือ และเสียงคนพูดคุยกัน พร้อมกับแย้มยิ้มเมื่อเห็นชายชราและหลานสาวเดินมาใกล้ประตู แล้วส่งเสียงทักทาย “เสี่ยวหลิน ท่านพี่ พวกท่านกลับมาแล้ว...แล้วท่าน ๆ เหล่านี้คือ....” นางถามต่อเมื่อเหลือบมองไปด้านหลัง แล้วเห็นชายหญิงทั้งสี่คนเดินตามพวกเขามา “นายท่านเหล่านี้เช่าเรือ พร้อมจ้างเราลุงหลานให้พาพวกท่านเดินทางมาที่ไท่โจว” ลุงจ้าวตอบคำถามภรรยาที่ออกมาต้อนรับ แล้วหันไปทางชายหนุ่มทั้งสอง “คุณชาย...นี่ ‘หงเยี่ยน’ ภรรยาของข้าเอง...เชิญพวกท่านเข้ามานั่งพัก ดื่มน้ำชาให้คลายเมื่อยขบสักหน่อยก่อนเถิด” แนะนำเสร็จก็หันกลับไปทางภรรยาตนแล้วเอ่ยปากบอก “อาเยี่ยนเจ้าช่วยเตรียมน้ำชาให้คุณท่านทั้งสี่หน่อยนะ” ทั้งสามคนโน้มตัวคารวะให้กับภรรยาของลุงจ้าว เพื่อให้เกียรติผู้อาวุโส หลินจิงรีบเข้าไปใกล้ ๆ หงเยี่ยน ดวงตาโตกลมเบิกกว้างอย่างตื่นเต้น “ท่านป้า! เสี่ยวหลินเล่าขั้นตอนการทอผ้าสวย ๆ ฝีมือท่านป้าให้ข้าฟัง ข้าดีใจจังได้เจอท่านป้า ไว้ข้าขอชื่นชมผ้าที่ท่านป้าทอเอาไว้หน่อยนะคะ” ด้วยน้ำเสียงซุกซน และดวงตาที่เป็นประกายตื่นเต้นเหมือนเด็ก ๆ ทำให้อาเยี่ยนเกิดความเอ็นดูหญิงสาวได้ทันที จึงเกิดรอยยิ้มเมตตา อบอุ่น แล้วเอื้อมมือมาจับท่อนแขนบาง “ได้สิ คุณหนู” “อย่าเรียกข้าคุณหนูเลยท่านป้า เรียกข้าว่าจิงจิงเหมือนพี่หยางพี่เฟินดีกว่า คิดเสียว่าว่าข้าเป็นหลานสาวอีกคนก็ได้ค่ะท่านป้า” ไท่หยางมองภาพหญิงสาวประจบอาเยี่ยนแล้วก็อดยิ้มขำไม่ได้ แล้วหันมาสอบถามกับลุงจ้าว ... “แถวนี้ พอจะหารถเทียมม้าสักคันได้หรือไม่ท่านลุง ลำพังเราสองคนเดินป่าไม่ลำบากนัก แต่น่าจะทรหดเกินไปสำหรับผู้หญิง” “ในเมืองน่าจะพอหาเช่าได้อยู่หรอกคุณชาย เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยวข้าพาพวกท่านไปหาเช่ารถในเมือง แล้วกลับมาตอนเย็น หากพวกท่านไม่รังเกียจบ้านเล็ก ๆ ของข้า คืนนี้พวกท่านพักแรมที่นี่เสียหนึ่งคืน พรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทาง เดี๋ยวข้าให้อาเยี่ยนกับเสี่ยวหลินเตรียมเสบียงไว้ให้ท่านสำหรับเดินทางด้วย ดีหรือไม่?” “ก็ดีเหมือนกัน เพราะกว่าจะหารถเทียมมาได้ ก็อาจจะเย็นย่ำแล้วก็ได้ ว่าแต่พวกเราสามคน จะรบกวนท่านลุง ท่านป้า กับเสี่ยวหลินมากไปหรือไม่?” ไท่หยางถามกลับไปด้วยความเกรงใจ “คุณชาย.. อย่าได้เกรงใจไปเลย ท่านว่าจ้างข้ากับหลานสาวมาด้วยราคาเกินค่าแรงไปมาก ทั้ง ๆ ที่พวกเราก็ต้องล่องเรือกลับมาทางนี้อยู่แล้ว แค่นี้ ท่านไม่ต้องเป็นกังวลไป” ลุงจ้าวตอบไปด้วยความเต็มใจ เพราะเขาถูกอัธยาศัยกับชายหนุ่มทั้งสอง รวมถึงหลินจิงด้วย “งั้นก็ดีเลย...คุณชาย งั้นท่านกับจิงจิงพักผ่อนอยู่ที่นี่ไปก่อน ข้าจะไปหาเช่ารถม้าในเมือง ว่าแต่ข้าไม่คุ้นชินเส้นทาง ท่านลุง ... เอ่อ... ข้าขออนุญาตให้เสี่ยวหลินนำทางข้าไปได้หรือไม่” “ได้ ได้ เสี่ยวหลิน เจ้าพาคุณชายฮุ่ยไปในเมือง แล้วขากลับเจ้าดูซื้อของกลับมาเพื่อเตรียมเป็นเสบียงให้พวกเขาด้วยนะ” หลังจากฮุ่ยเฟินและจ้าวหลินออกเดินทางเข้าไปในเมือง ทั้งไท่หยางและหลินจิงก็เข้ามานั่งพัก พูดคุยกับอาวุโสทั้งสอง หลินจิงจึงได้โอกาสพูดคุยเรื่องขอให้จ้าวหลินไปอยู่ด้วยกันกับนางในเมืองซันซี “ท่านลุง ท่านป้า ตอนอยู่บนเรือข้าได้คุยกับเสี่ยวหลินเรื่องให้เสี่ยวหลินไปอยู่กับข้า นางดูจะสนใจ เพียงแต่คงต้องมาขออนุญาตกับท่านลุงท่านป้าก่อน เมื่อสักครู่ที่ข้าเล่าเรื่องความโชคร้ายของข้าให้พวกท่านฟังแล้ว ข้าไม่เหลือ ‘เพื่อน’ คู่ใจที่จะคอยอยู่ข้างกายข้าเลย ข้าถูกชะตาและเอ็นดูเสี่ยวหลินเหมือนน้องสาวข้า หากท่านลุง ท่านป้าไม่ขัดข้อง ข้าอยากจะขออนุญาตให้เสี่ยวหลินไปทำงานกับข้า ที่บ้าน..เอ่อ.. สามีของข้า ในเมืองหลวง พวกท่านเห็นเป็นอย่างไรคะ” หลินจิงเอ่ยขออนุญาตจากผู้อาวุโสทั้งสองคน ด้วยนางรู้สึกถูกชะตากับเสี่ยวหลินมาก อีกทั้งดูแล้วเสี่ยวหลินเป็นคนที่ดูไว้ใจได้ ถ้านางมีคนใกล้ชิดที่ไว้ใจกันได้ ท่ามกลางคนแปลกหน้าในวังหลวง ก็คงอุ่นใจขึ้นมาบ้าง นางตั้งใจว่าจะขอให้องค์รัชทายาทช่วยพาครอบครัวของนางไปอยู่ในเมือง เปิดร้านทอผ้าให้กับท่านป้า เสี่ยวหลินจะได้สบายใจ สามารถดูแลผู้มีพระคุณของนางได้ด้วย “ลุงกับป้าน่ะ ตามใจเสี่ยวหลิน เรารู้ว่าเสี่ยวหลินอยากทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระ แต่ลุงกับป้าจะไม่บังคับนาง เราค่อนข้างยากจนก็จริง แต่เราปลูกพืชผัก เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ก็พอมีกิน ไม่ถึงกับยากลำบากไปซะทีเดียว ถึงเสี่ยวหลินจะไม่ใช่ลูกของเรา แต่เรารักนางเหมือนลูกแท้ ๆ เราไม่อยากให้นางต้องฝืนใจทำอะไรเพื่อเราสองคน... ป้าหวังว่าเจ้าจะเข้าใจ” อาเยี่ยนพูดแบบแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะนางยังไม่ได้สอบถามความสมัครใจกับจ้าวหลิน “ข้าเข้าใจค่ะท่านป้า ท่านไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวเสี่ยวหลินกลับมา ท่านลุงท่านป้าสอบถามความสมัครใจของนางเอง หากนางเปลี่ยนใจไม่อยากไปกับข้า ข้าก็จะไม่บังคับ ไม่โกรธนางแน่ ๆ ค่ะ” หลินจิงตอบไปด้วยความเข้าใจ และพยายามแสดงความจริงใจให้ผู้อาวุโสทั้งสองได้เห็น เพื่อความสบายใจ “ดี ขอบใจแม่หนูมากนะ...งั้นระหว่างรอเสี่ยวหลินกลับมา ข้าจะไปเตรียมดูว่า ทำอะไรเป็นเสบียงให้พวกท่านไปได้บ้าง พวกเจ้าสองคนจะไปเดินเล่นก่อนก็ได้ จากตรงนี้ เดินเลียบริมฝั่งแม่น้ำไปอีกนิด ทิวทัศน์สวยงามทีเดียว แถวนี้มีแต่ชาวบ้าน ไม่อันตรายหรอก” “ขอบคุณค่ะท่านป้า” จิงจิงยิ้มตอบอาเยี่ยน แล้วหันมาทำตาโต ส่งสายตา ‘คาดหวัง’ ไปทางชายหนุ่ม ... จนเขาอดขำไม่ได้ ต้องเอื้อมมือมายีหัวเบา ๆ ... “ไป เด็กน้อยจิงจิง ข้าจะพาไปเที่ยว” แล้วเสียงหัวเราะของทั้งสี่คนก็ดังขึ้นพร้อมกัน ณ ศาลาเล็ก ๆ ริมฝั่งน้ำข้าง ๆ บ้านของลุงจ้าวยามค่ำคืนใต้ท้องฟ้าที่อาบไปด้วยแสงนวลแห่งจันทราที่ส่องสว่าง หากบรรยากาศรอบกายหญิงสาวกลับมัวหมอง โศกเศร้า ไท่หยางมองหญิงสาวจากด้านหลังมาได้ครู่ใหญ่ เดิมทีเขาคิดจะเดินออกมานั่งคิดอะไรคนเดียว แต่กลับพบกับร่างน้อยที่ยืนมองดวงจันทร์บนท้องฟ้ามืดด้วยดวงตาเหม่อลอย และถอนหายใจเป็นระยะ ๆ ไท่หยางไม่ชอบความรู้สึกนี้อย่างยิ่ง เขาอยากเห็นนางมีความสุข เห็นรอยยิ้มที่สดใส ในใจเขาอยากจะยื้อแย่งนางมาจากชายคู่หมั้นที่แม้แต่ใบหน้าของเขานางก็ไม่เคยพบเห็น แล้วจะไม่ให้นางทุกข์ได้อย่างไร เมื่อก่อนเขาไม่รู้สึกใด ๆ กับการแต่งงานแบบคลุมถุงชน เพราะใจเขาว่างเปล่า ใครก็ได้ที่เป็นคนดี ท่านพ่อท่านแม่เขาเห็นดี เห็นชอบ เขาก็ไม่ได้คิดขัดแย้ง คิดว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำ แต่มาวันนี้ วันที่เขามั่นใจว่าหัวใจของเขาไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป มันถูกหญิงสาวตรงหน้ายึดเอาไปครอบครองเสียแล้ว แล้วเขาจะกลับไปแต่งงานกับหญิงคนอื่นได้อย่างไร เขารู้สึกผิด ผิดต่อหัวใจของเขาเอง ผิดต่อหญิงผู้นั้นที่จะไม่มีวันได้รับความรักจากเขาได้อีก ในสังคมที่ชายเป็นใหญ่ เป็นผู้นำ การที่เขาจะมีสัมพันธ์กับหญิงสักคนโดยไม่ได้รัก มันไม่ใช่เรื่องยาก หรือเรื่องแปลก แต่เมื่อเอาหัวใจของเขาไปใส่แทนที่หัวใจของนาง..เมื่อต้องทำ ‘หน้าที่’ ภรรยากับคนที่ไม่ได้รัก ในขณะที่หัวใจของนาง...เขาค่อนข้างมั่นใจว่าได้มอบให้เขาแล้วเช่นกัน เช่นนี้แล้วนางจะต้องทุกข์แสนสาหัสกับการแต่งงานนี้ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เขามีหน้าที่ที่ต้องทำ..นางเองก็มีหน้าที่ของการเป็นลูกที่ดี เขาและนางคงได้แต่ใช้เวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดร่วมกัน สร้างความทรงจำที่อบอุ่นเพื่อที่จะให้ความทรงจำที่สวยงามเหล่านี้เป็นเครื่องห่มใจในยามที่หนาวเหน็บ ในยามคำนึงโหยหา สิ่งที่เขาทำได้คือ มอบความหวังดีและอวยพรให้นางได้มีครอบครัวที่ดี มีสามีที่รักและดูแลนางไปตลอดชีวิต ... คงได้เพียงเท่านี้จริง ๆ ... เสียงฝีเท้าแม้เพียงแผ่วเบา แต่ในความสงัดยามวิกาลก็ทำให้หญิงสาวสามารถได้ยินชัดเจน ใบหน้านวลจึงละสายตาจากท้องฟ้าหันมามองที่ต้นเสียง “มาชมแสงจันทร์เหมือนกันหรือคะ” ถามออกไปพร้อมยิ้มรับการปรากฏกายของชายหนุ่ม “จันทร์เต็มดวงในคืนฟ้าโปร่ง งดงามขนาดนี้ ใยเจ้าถึงดูหม่นหมองนักเล่า” “ข้าก็แค่คิดถึงอนาคต หนทางชีวิตข้างหน้ามิรู้จะเป็นเช่นไร” ไท่หยาง เหลือบมองดอกไม้สีชมพูอ่อนช่อใหญ่บนกิ่งไม้ที่โน้มลงมาด้านข้างของศาลา เขาจึงยืดตัวเอื้อมมือขึ้นไปเพื่อเก็บดอกไม้ช่อนั้นมาให้กับหญิงสาว นางยื่นมือมารับช่อดอกไม้พร้อมกับมอบรอยยิ้มอ่อนโยนปนเศร้า ไท่หยางคว้ามือน้อยมากุมเอาไว้ พร้อมกับมองเข้าไปในดวงตากลมหวานคู่นั้น แล้วพูดด้วยเสียงนุ่ม อ่อนหวานแบบที่เขาไม่เคยใช้กับใครมาก่อน.. “ขอช่อดอกไม้นี้แทน ‘ความรู้สึก’ ทั้งหมดที่พี่มีต่อเจ้า เวลาที่เราสองคนได้รู้จักกันแม้จะน้อยนิด แต่ความรู้สึกในหัวใจพี่กลับชัดเจน กระจ่างเสียยิ่งกว่าแสงจันทราในคืนนี้ ... พี่จึงขอเพียงเก็บความอบอุ่นจากมือของเจ้าเอาไว้ปลอบใจยามว้าเหว่และโดดเดี่ยว ในภายภาคหน้า ไม่ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบทำให้พี่จำจะต้องมีหญิงใดมาเคียงข้าง ขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าจะมีเพียงเจ้าที่เป็นสายธารที่หล่อเลี้ยงหัวใจของพี่ ตลอดไป” ร่างบางปล่อยให้น้ำตารินไหล เอนตัวเข้าสู้อ้อมกอดของชายหนุ่ม เอียงศีรษะอิงแอบกับอกกว้างที่ให้แต่ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย นางพยายามไม่นับเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิด พยายามจะเก็บเกี่ยวความสุข เก็บภาพที่สวยงามระหว่างกันเอาไว้เป็นน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงใจ เป็นอ้อมกอดยามโดดเดี่ยว เมื่อต้องแต่งงานเป็นภรรยาของชายอื่น การแต่งงานเพียงกาย แต่นางได้เอาหัวใจวางไว้ในอุ้งมือใหญ่ที่กอบกุมให้ความอบอุ่นจนแทรกซึมสู่เนื้อหัวใจเอาไว้แล้ว… “ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ขอให้เจ้ารับรู้เอาไว้ว่า เจ้ายังมีพี่ที่หวังดีต่อเจ้าเสมอ แม้สิ่งที่หวังมันไกลเกินเอื้อม เกินกว่าจะเป็นจริง อย่างน้อยพี่ก็จะเป็น..พี่ เป็นเพื่อนของเจ้าเสมอ"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD