16. เพื่อนใหม่

1202 Words
การมีจ้าวหลินอยู่ด้วย ทำให้หลินจิงผ่อนคลายไปได้มาก เป็นเพราะนางเป็นผู้หญิงเหมือนกัน และจ้าวหลินก็เป็นเด็กสาวน่ารัก ช่างเจรจาทำให้หลินจิงรู้สึกเอ็นดูนางอยู่ไม่น้อย ไท่หยางว่าจ้างให้จ้าวเสี่ยงขับเรือพาพวกเขาไปไท่โจว รวมถึงได้เพิ่มค่าจ้างให้สำหรับจ้าวหลินเพื่อดูแลเรื่องอาหารให้กับพวกเขา ยิ่งเห็นหลินจิงเริ่มสนิทสนมกับนางเขาก็เบาใจขึ้น “เสี่ยวหลิน เจ้าอยู่กับท่านลุงจ้าวหรือ แล้วพ่อแม่ของเจ้าล่ะ” หลินจิงอดถามไม่ได้ “พ่อแม่ข้าเสียไปตั้งแต่ข้ายังเล็ก ๆ แล้วค่ะคุณหนู ท่านลุงกับท่านป้านำข้ามาเลี้ยงตั้งแต่นั้นมาค่ะ” “ขอโทษด้วยนะ ข้าไม่น่าถามเลย” “ไม่เป็นไรค่ะคุณหนู เรื่องมันนานมาแล้ว ข้าไม่รู้สึกโศกเศร้าแล้วค่ะ” “เจ้าคงคิดถึงพวกท่านมาก” “พวกท่านเสียไปตั้งแต่ข้ายังเล็กมาก ความทรงจำที่มีก็เลือนรางเหลือเกิน แต่ข้าจำความอบอุ่นของอ้อมกอดท่านแม่ได้ เวลานึกถึงพวกท่าน ข้าจะนึกถึงอ้อมกอดของแม่ก็ทำให้ข้าอุ่นใจมากขึ้นค่ะ” “ดีแล้วล่ะ เวลาข้าคิดถึงแม่ ข้าก็จะคิดถึงเวลาที่ท่านแม่กอดข้าเหมือนกัน" หลินจิงตอบพร้อมกับยิ้มอบอุ่นให้กับจ้าวหลิน แล้วก็นึกขึ้นมาได้ "เออ...เสี่ยวหลิน ข้าอยากชวนเจ้าไปทำงานในเมืองซันซี ไปอยู่กับข้า เพราะข้าต้องแต่งงานเข้าไปอยู่บ้านสามีซึ่งข้าไม่รู้จักใครเลย อย่างน้อยหากข้ามีเจ้าเป็นเพื่อนคู่ใจคงคลายเหงาไปได้บ้าง เจ้าสนใจอยากไปอยู่กับข้าที่เมืองซันซีไหม” “ข้าเคยอยากไปหางานทำในเมืองซันซีเหมือนกันค่ะ เพราะบ้านเราไม่มีเงินทองมากมาย ข้าอยากไปทำงานหาเงินมาช่วยเหลือท่านลุงกับท่านป้า ท่านทั้งสองจะได้ไม่ต้องทำงานมากนัก แต่ข้าก็ไม่รู้จักใคร ไม่มีญาติพี่น้องที่อื่นอีกนอกจากท่านลุงกับท่านป้า ข้าไม่รู้จะไปทำงานอะไรในเมืองหรอกค่ะ อีกอย่างข้าก็เป็นห่วงท่านทั้งสอง เกรงว่าจะไม่มีใครดูแลพวกท่าน..ทุกวันนี้ก็ได้แต่ช่วยท่านป้าทอผ้า ตัดเย็บเสื้อผ้า แล้วก็ดูแลงานบ้าน เวลาท่านลุงล่องเรือเอาพวกเสื้อผ้าทอที่เราทำกันเองมาขาย ข้าก็มาช่วยขายและก็ดูแลท่านลุงไปด้วยค่ะ” “อืม..ชุดที่เจ้าใส่อยู่นี่เป็นฝีมือทอผ้าของท่านป้าของเจ้าหรือ” “ใช่ค่ะ ท่านป้ามีฝีมือในการทอผ้ามาก ๆ เรามีลูกค้าที่เฉิงโจวที่สั่งผ้าทอกับเราเป็นประจำ ทุก ๆ สามเดือนข้ากับท่านลุงก็ล่องเรือลงมาส่งผ้า แล้วถ้าครั้งไหนเรามีผ้าเหลือ เราก็แวะขายที่ตลาดก่อนล่องเรือกลับค่ะ พี่ฮุ่ยเฟินมาเจอพวกเราตอนเรากำลังเตรียมตัวจะล่องเรือกลับบ้านพอดีค่ะ” “ข้าสังเกตตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเจ้าแล้ว ว่าจะชมอยู่เลยว่าลวดลายบนเสื้อผ้าเจ้าสวยงาม แปลกตามากทีเดียว ท่านป้ามีฝีมือขนาดนี้ ถ้าเปิดร้านขายผ้าในเมืองน่าจะรายได้ดีกว่านะ” “พวกเราไม่มีเงินทุนพอจะย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองค่ะคุณหนู ไหนจะหาร้าน ไหนจะบ้านที่พัก เพราะจะเดินทางจากบ้านเราเข้าไปในเมืองก็ใช้เวลานานพอสมควรทีเดียว” หลินจิงเอื้อมมือไปแตะลายผ้าที่กระโปรงของจ้าวหลิน “ถ้ามีโอกาสได้ผ่านบ้านของเจ้า เห็นทีข้าต้องขอไปชื่นชมผ้าทอของท่านป้าสักหน่อยแล้ว” นางรู้สึกถูกชะตากับจ้าวหลินเป็นอย่างมาก ที่เอ่ยถามเรื่องหางานทำ ก็เพราะนางอยากชวนจ้าวหลินไปเป็นนางกำนัลคู่ใจ เพราะเสี่ยวหลินนางกำนัลที่เป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งพี่เลี้ยงที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ยังเล็กได้จากไปแล้ว จ้าวหลินมีอัธยาศัยที่คล้ายกับเสี่ยวหลินมาก และจะด้วยโชคชะตาชักนำหรืออย่างไรก็มิอาจรู้ได้ ชื่อของหญิงสาวทั้งสองยังพ้องกันอีกด้วย ถ้าได้รู้จักเจ้าชายรัชทายาทสักนิดก็ดี จะได้ขอประทานความช่วยเหลือสร้างร้านทอผ้าให้กับท่านป้าของนาง ด้วยฝีมือขนาดนี้ นางมั่นใจว่าต้องไปได้ดีแน่นอน ... สำหรับเจ้าชาย แค่ที่เล็ก ๆ ในเมืองน่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย เพียงแต่เจ้าชายจะทรงมีน้ำพระทัยช่วยเหลือหรือไม่เท่านั้นเอง .. เอาน่ะ..ไว้รอดูพระอัธยาศัยของพระองค์ก่อนก็แล้วกัน “พวกเจ้าคุยอะไรกันอยู่” เสียงทุ้มของไท่หยางเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังของหลินจิง ร่างน้อยหันหน้าไป เห็นไท่หยางกับฮุ่ยเฟินกำลังเดินเข้ามาหาก็ยิ้มรับ พร้อมตอบกลับไป “ข้ากำลังชื่นชมฝีมือทอผ้าของท่านป้าของเสี่ยวหลินค่ะพี่หยาง เห็นทีถ้ามีโอกาสข้าต้องไปขอซื้อผ้างาม ๆ เหล่านี้จากท่านป้าของนางมาตัดเสื้อผ้าบ้างแล้ว” หลินจิงพูดยิ้ม ๆ “อีกสักครู่ลุงจ้าวจะเอาเรือเข้าเทียบฝั่งเพื่อให้เราแวะตลาดในเมืองเพื่อเติมเสบียง ข้าจะมาชวนพวกเจ้าไปเดินเล่นที่ตลาดด้วยกัน อยู่บนเรือมาหลายวันมากแล้วจะได้ไม่เบื่อ สาว ๆ น่าจะอยากไปเดินซื้อของที่ตลาดบ้างกระมัง” ไท่หยาง พูดพลางยิ้มมุมปาก ยกคิ้วเชิญชวน ดวงตาหวานเบิกกว้าง ใบหน้าสดใสขึ้นในทันที “ไปค่ะ ไป ข้าอยากได้หนังสือสักสองสามเล่ม ไว้อ่านฆ่าเวลา อยู่บนเรือเฉย ๆ ไม่มีอะไรทำเลย หวังว่าในเมืองจะมีร้านหนังสือบ้างนะ” “มีค่ะคุณหนู ตลาดเมืองนี้ท่านลุงกับข้าจะแวะเป็นประจำเวลาล่องเรือกลับไท่โจว ข้าเคยเห็นร้านหนังสือใหญ่ ซึ่งจากจุดที่เราจอดเรือเดินไปตลาด เราต้องเดินผ่านร้านนี้อยู่แล้วค่ะ” จ้าวหลินโพล่งตอบขึ้นมา “ดี ถ้าเช่นนั้น จิงจิง เจ้ากับพี่ไปร้านหนังสือด้วยกัน พี่ก็อยากได้หนังสือมาอ่านสักเล่มสองเล่มเช่นกัน ...ส่วนฮุ่ยเฟินเจ้าไปช่วยเสี่ยวหลินซื้อเสบียงนะ จะได้ให้ลุงจ้าวแกพักผ่อนเสียหน่อย” ประโยคสุดท้าย ไท่หยางหันไปสั่งฮุ่ยเฟินด้วยเสียงเรียบ ๆ หากส่งสายตา ‘ยิ้มได้’ กลับไปให้.. คราวนี้เห็นทีเจ้าฮุ่ยเฟินจะปลูกต้นรักกับเขาบ้างล่ะ เก็บอาการไม่อยู่เสียขนาดนี้ เขาสังเกตเห็นมาตั้งแต่ที่ขึ้นเรือมาแล้ว ว่าจ้าวหลินอยู่ในสายตาของฮุ่ยเฟินตลอดเวลา แล้วอยู่ ๆ คนที่ไม่เคยสนใจการทำอาหารเลย ก็เกิดอยากจะ ‘เรียนรู้’ วิธีทำอาหารขึ้นมา แล้วก็ต้องไปเฝ้า ‘แม่ครัว’ จัดการเรื่องอาหารทุกมื้อไป ...ทั้ง ๆ ที่พวกเขาคือผู้ว่าจ้างให้จ้าวหลินมาทำอาหารและดูแลพวกเขา เสมือนเป็นแม่บ้านประจำการเดินทางครั้งนี้แท้ ๆ ....
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD