5. หนี! 1

1268 Words
...พรุ่งนี้...หนี...ฟัง...นางกำนัล... สี่คำนี้บ่งบอกให้ทำตามแผนของนางกำนัล คือ ตงเหม่ยลี่ ใช่หรือไม่ นางเป็นใครกันแน่ เหตุใดนางจึงคิดจะช่วยพาเราหนี? หนึ่งชั่วยามผ่านไป เสียงเคาะพระทวารดังขึ้นอีกครั้ง “หม่อมฉันตงเหม่ยลี่ นำฉลองพระองค์ใหม่ กับเครื่องสรงมาถวายเพคะ” “เข้ามา” ตงเหม่ยลี่เปิดประตูแล้วเดินเข้ามาในอ้อมแขนนางมีฉลองพระองค์สีขาวที่ดูจะเป็นทางการ เพราะมีความหนาหลายชั้น ตัวชุดที่พองบานเต็มอ้อมแขนจนเกือบบดบังใบหน้าของนาง...เหตุใดถึงเตรียมชุดใหญ่ ชุดทางการขนาดนั้นมาให้เชลย? คำถามมากมายผุดในพระทัยเจ้าหญิงหนิงอัน... เดี๋ยวก็คงรู้กระมัง นอกจากตงเหม่ยลี่ ยังมีนางกำนัลอีกสองคนที่เดินตามเข้ามา ทยอยนำน้ำร้อนไปเทใส่จนเกือบเต็มถังในห้องสรง ตงเหม่ยลี่จึงออกคำสั่งให้นางกำนัลสองคนนั้นออกไป “พวกเจ้าออกไปยืนรอด้านนอก ห้ามใครเข้ามา เจ้าหญิงจะทรงสรงน้ำและเปลี่ยนฉลองพระองค์ เดี๋ยวข้าถวายงานเอง” รอจนนางกำนัลสองคนนั้นออกจากห้องและปิดประตูแล้ว นางจึงเดินนำฉลองพระองค์ไปพาดไว้ที่ราวด้านหลังฉากใหญ่ที่กั้นระหว่างห้องใหญ่ที่เป็นเสมือนห้องบรรทมกับห้องสรง ก่อนเดินกลับออกมาแล้วกราบทูล “เชิญเสด็จสรงก่อนเพคะ” นางกราบทูลพร้อมผายมือไปทางห้องสรง .. ทรงประทับนิ่ง ดวงเนตรงามสบตรงกับดวงตาของนางกำนัลที่มองตอบกลับมากึ่งอ้อนวอน กึ่งบังคับ อยู่ในที ทรงชั่งพระทัยเพียงชั่วครู่ ในที่สุดก็พยักพระพักตร์แล้วประทับยืน เดินนำนางเข้าห้องสรงไป “หลังจากสรงเสร็จแล้ว หม่อมฉันจะนวดน้ำมันหอมถวายนะเพคะ” “ทำไม..” สุรเสียงเบาตรัสถามพอให้ได้ยินเพียงสองคน.. “น้ำมันหอมจะช่วยให้ทรงผ่อนคลาย จะบรรทมหลับสบายมากขึ้นเพคะ” ในขณะที่ทูลตอบเสียงดัง ตงเหม่ยลี่กลับใช้นิ้วจุ่มน้ำในถังไม้ใหญ่สำหรับแช่พระองค์ แล้วเขียนลงบนกระจกบานใหญ่ที่เป็นฝ้าขาวเพราะปกคลุมด้วยไอน้ำจากความร้อนของน้ำในถังตัดกับอากาศที่ค่อนข้างเย็น ทำให้สามารถใช้เขียนตัวอักษรให้อ่านได้ชัดเจน ‘คนเหอหนาน’ เขียนแล้วเอานิ้วชี้ที่ตนเอง... แล้วเขียนต่อ.. ‘เชื่อใจ’ ‘กำแพงมีหู ประตูมีช่อง’ คราวนี้นางใช้นิ้วชี้ ชี้วนรอบ ๆ ห้อง แล้วยื่นหน้ามากระซิบข้างพระกรรณด้วยเสียงเบายิ่ง “จะค่อยทูลแผนการตอนถวายนวดเพคะ” .. ทรงพยักหน้า แล้วยิ้มบางเบาให้นาง ตรัสด้วยระดับเสียงปกติ “งั้น ลำบากเจ้าแล้วล่ะ ดีเหมือนกัน เจ้าอยู่เป็นเพื่อนคุยกับเราสักพัก เราอยากรู้จักเจ้าชายเฟยหลงให้มากกว่านี้ ก่อนที่เราจะต้องไปเป็นสนมของพระองค์” “น้ำมันนี่..กลิ่นหอมดีนะ” “เพคะ เป็นน้ำมันบริสุทธิ์ที่กลั่นจากดอกไม้ป่าเพคะ จึงเป็นเสมือนสมุนไพรธรรมชาติไปในตัว ให้กลิ่นหอมแล้วก็ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนสะดวก ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย จึงทำให้หลับสบายเพคะ เป็นตำรับเฉพาะของคนพื้นเมืองแถบนี้เพคะ...ลองหลับพระเนตรไประหว่างที่หม่อมฉันนวดก็ได้เพคะ จะได้ทรงผ่อนคลาย” “อืม...ดีเหมือนกัน น้ำมันเจ้าดีจริงๆ นี่หญิงเริ่มง่วงแล้ว” ทรงตรัสด้วยสุรเสียงดังกว่าปกติ หากดวงเนตรกลมโตไม่ส่อแววง่วงเลยแม้แต่น้อย ตงเหม่ยลี่ใช้มือนวดท่อนพระกรและพระปฤษฎางค์ในท่าประทับบนเก้าอี้ เพื่อก้มทูลกระซิบข้างพระกรรณ ... เบายิ่งกว่าเบา... ทรงพยักพระพักตร์เป็นช่วง ๆ และหันกลับไปกระซิบถามคำถามบ้าง ก่อนจะพยักพระพักตร์รับทราบ สลับกับตรัสคุยกับนางกำนัลเสียงดังด้วยเรื่องสัพเพเหระ... “ทำไมเจ้าต้องใช้ผ้าปิดใบหน้าเจ้าไว้ด้วยล่ะ เหม่ยลี่” “ใบหน้าหม่อมฉันมีแผลเป็นอัปลักษณ์เพคะ หากเปิดใบหน้าเกรงว่าผู้คนจะรังเกียจ และหัวเราะเยาะ หม่อมฉันเลยปิดไว้ตลอดเวลาเพคะ” “เจ้าได้ข่าวเสี่ยวหลิง นางกำนัลคนสนิทของหญิงบ้างหรือไม่” “หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ หม่อมฉันไม่ได้พำนักอยู่ในป้อม ปกติป้อมเป่าฮู่ไม่มีผู้หญิงทำงานเพคะ นายทหารที่ต้องรับผิดชอบถวายการต้อนรับขบวนเสด็จจากเหอหนานเห็นหม่อมฉันเคยทำงานในวังหลวงมาก่อน จึงจ้างให้หม่อมฉันมาถวายงานกับพระองค์เป็นการชั่วคราวเท่านั้นเพคะ” ... คำกราบทูลธรรมดา ไร้อารมณ์ตรงข้ามกับดวงตาโศกที่เริ่มมีน้ำตาเอ่อล้น เจ้าหญิงหนิงอันทรงขมวดพระขนงมองด้วยความสงสัย นางจึงก้มทูลกระซิบอีกครั้ง... “เสี่ยวหลิง...นางสนองพระโอษฐ์ของพระองค์ และทหารองครักษ์ในขบวนเสด็จ..เอ่อ..ถูกเจ้าชายเฟยหลงวางยาพิษในงานเลื้ยง สิ้นชีพกันหมดแล้วเพคะ” ดวงเนตรคู่งามเบิกโพลงด้วยความตกใจอย่างยิ่ง พร้อม ๆ กับน้ำพระเนตรเอ่อล้น ไหลอาบพระปรางค์ ทรงใช้พระกรปิดพระโอษฐ์หยุดเสียงสะอื้น พระกรอีกข้างกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดชัดเจนบนพระฉวีขาวใส ตงเหม่ยลี่เอื้อมมือไปจับพระกรแล้วบีบแน่น ทรงเงยพระพักตร์สบกับสายตาที่น้ำตาเอ่อท่วมไม่ต่างกัน ตงเหม่ยลี่พยักหน้าให้กำลังใจ เจ้าหญิงทรงรับความรู้สึกนั้นเอาไว้ แล้วสูดลมหายพระทัยลึก เงยหน้าให้น้ำพระเนตรไหลย้อนกลับไป เรียกความเข้มแข็งของพระองค์กลับคืนมา กระซิบเบา ๆ “ถ้าเจ้าช่วยเราหนี ตัวเจ้าจะต้องโดนอาญาเจ้าชาย เราปล่อยให้เจ้ารับกรรมแทนเราไม่ได้หรอกเหม่ยลี่” “ทรงอย่าเป็นกังวลกับหม่อมฉันเลยเพคะ พี่ชายของหม่อมฉันเป็นหนึ่งในทหารที่ถูกวางยาพิษตาย หม่อมฉันจะต้องช่วยพระองค์ให้หนีไปจากที่นี่ให้ได้ หม่อมฉันยินดีทำเพื่อแก้แค้นให้พี่ชายของหม่อมฉัน และตอบแทนพระคุณของท่านอ๋องเวยหลงที่ทรงเคยช่วยเหลือครอบครัวของหม่อมฉันเพคะ” ประโยคสุดท้ายทำให้ทรงหันพระพักตร์กลับมามองด้วยความสงสัย “ทรงเคยช่วยครอบครัวหม่อมฉันจากหมีป่าไว้ตอนเสด็จออกล่าสัตว์เพคะ พ่อหม่อมฉันเป็นพรานป่า พลาดท่าโดนหมีป่าทำร้ายจนเสียชีวิต ทรงช่วยแม่ พี่ชาย แล้วก็หม่อมฉันเอาไว้ก่อนที่จะเป็นเหยื่อของเจ้าหมีนั่น แล้วยังทรงประทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนให้แม่พาหม่อมฉันกลับบ้านมา แม่หม่อมฉันเป็นคนต้าซื่อโดยกำเนิดเพคะ แต่แต่งงานแล้วก็ไปอยู่กับพ่อที่เหอหนาน และยังทรงรับพี่ชายของหม่อมไปรับราชการเป็นทหารที่เหอหนานด้วย เพราะลำพังแม่คงเลี้ยงเราสองคนไม่ไหว เอาแค่นี้ก่อนนะเพคะ ตอนนี้หม่อมฉันคงต้องไปก่อนที่ทหารด้านหน้าจะเริ่มสงสัย...อย่าลืมนะเพคะ..พรุ่งนี้หลังเสวยพระกระยาหารเที่ยง ทรงรอสัญญาณจากหม่อมฉันนะเพคะ” จากนั้นนางก็พูดขึ้นด้วยเสียงดังปกติ.. “ดึกแล้ว เชิญเสด็จบรรทมเถิดเพคะ น้ำมันนี่น่าจะทำให้พระองค์หลับสนิทและสบายจนถึงเช้าเพคะ” “ขอบใจมาก” ทรงตรัสคำขอบใจสั้นๆ แต่ลึกซึ้งด้วยความหมายตอบแทนน้ำใจที่ไม่ใช่แค่การนวดถวาย หากแต่ทรงสื่อความหมายผ่านดวงเนตร ตงเหม่ยลี่พยักหน้ารับ ยิ้มตอบอย่างเข้าใจ .. “หม่อมฉันทูลลาเพคะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD