ไฟที่ลุกท่วม 🔥🔥

2567 Words
Chapter 8 ความเงียบหวนกลับมา หลังฟาบิโอเลี้ยวหายเข้าไปในบ้าน เหลือเพียงลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านอากาศ ทิวายืนใต้ร่มเงาไม้ สูดลมหายใจตื้น ๆ กระชับสายกระเป๋าที่ไหล่ พยายามไม่รับรู้กับนัยน์ตาคมกริบที่จ้องมา แมทธิวยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ใบหน้าเฉยสนิท ทว่าสายตาเย็นเฉียบยิ่งกว่าสายฝน เมื่อเอ่ยเสียงครั้งแรก เสียงนั้นทุ้มต่ำ หนักแน่น ราวกับกดอากาศให้หนาแน่นขึ้น “พ่อเธอรู้ไหม…ว่าเธอจูบกับผู้ชาย” ประโยคเดียวฟาดกลางอก ทิวายืนตัวเกร็งมือชื้นเหงื่อ เขาเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายที่คงแอบยืนดูอยู่นานพอเห็นทุกอย่างตั้งแต่เริ่มจนจบ “ฉันไม่ได้จูบใคร” เสียงนุ่มปฏิเสธทั้งที่น้ำเสียงสั่น เขาถอยหลังครึ่งก้าวแต่แมทธิวก้าวตามจนระยะห่างหดเหลือเพียงไออุ่นของลมหายใจ “แล้วเมื่อกี้คืออะไร” “นี่นายแอบดูเหรอ” ร่างบางเผลอขึ้นเสียงเล็กน้อย แต่อีกฝ่ายไม่ตอบ มุมปากกระตุกเพียงนิดเดียวสายตายังคงนิ่งและเย็น “ตอบ!! มันคืออะไร” “ก็แค่เกม” ทิวาพยายามทรงน้ำเสียง “เกมเหรอ” เสียงหัวเราะต่ำคล้ายเยาะดังในอก “เกมบ้าอะไรต้องดูดปากกันต่อหน้าคนเป็นสิบ…อายบ้างไหม” “เรื่องของฉัน นายไม่ใช่—” แก้มทิวาแดงจัด ทั้งอายทั้งโกรธ “ฉันไม่ใช่อะไร” น้ำเสียงเย็นตัดแทรกขึ้นทันควัน ทิวากอดอกแน่นพยายามคุมตัวเองไม่ให้สั่น คนคนนี้คิดว่าตัวเองจะเป็นน้องเขยในอนาคตเลยพูดอะไรก็ได้งั้นหรือ ร่างสูงถอนหายใจยาว ยื่นมือคว้าสายกระเป๋าที่ไหล่แล้วกระตุกแรงจนรั้งตึง “นายทำอะไร” ทิวาเสียงแข็ง “จะกลับไหม หรือจะเข้าไปนอนกับผู้ชายคนนั้น” “ฉันรอเอ็นโซ เขาจะมารับ” “เขาไม่มา” คำตอบสั้นและคม ก่อนกระชากอีกทีจนสายกระเป๋าหลุดออกจากมือเรียว จากนั้นก็เปิดประตูหลังแล้วโยนเข้าไป มือหนาปิดประตูดังปัง “เอ็นโซติดธุระกับพ่อเธอ ไม่ว่าง” เขาบอกชัดถ้อย ทิวายืนขบกรามแน่น “ขึ้นรถเอง…” แมทธิวก้าวอีกครึ่งก้าว เสียงต่ำชิดหู “…หรือให้ฉันอุ้ม” เสียงฝนดูเงียบลงทันใด หัวใจทิวาเต้นดังในอก เขายืนนิ่งอึดใจหนึ่ง ก่อนระบายลมหายใจ เดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่ง แล้วนั่งเข้าไปโดยดีทั้งที่ในอกยังคุกรุ่นทั้งโกรธทั้งสับสน ภายในรถ อากาศในรถเต็มไปด้วยความเงียบ ทิวากำมือแน่น พยายามกีดกันกลิ่นสะอาดปนคมอันตรายที่ซึมอยู่ในห้องโดยสาร กลิ่นที่ทำชีพจรเขาเต้นแรงขึ้น ฝนพร่าหน้ากระจก โลกข้างนอกเลือนลงจนเหลือเพียงพื้นที่เล็ก ๆ ที่ต้องแบ่งกับอีกคน “ทำไมเธอถึงไม่ชอบหน้าฉัน” แมทธิวเอ่ยถามขณะที่สายตายังคงจับจ้องถนนเบื้องหน้า ทิวาเงยขึ้นตอบทันทีอย่างไม่ลังเล “ก็เพราะนายมันเลว บ้าอำนาจ ร่ำรวยจากเงินสกปรก” เสียงเบรกฉับ รถชะงักทันทีจนทิวาเกือบโผไปข้างหน้า ร่างสูงหันมาจ้อง ดวงตาลึกเข้มบีบลมหายใจให้ติดขัด ทว่านัยน์ตานั้นกลับคลี่เป็นรอยขำมืด ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวต่อ “พูดแบบนั้น…ลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองเป็นลูกใคร” ริมฝีปากทิวาแน่น ความจริงจี้ใจเพราะพ่อของเขาก็ไม่ต่างกับชายคนนี้ และเขาเองก็หนีไม่พ้นวงจรเดียวกัน “เงินที่ใช้ บ้านที่อยู่ ชีวิตที่แสนสบายก็มาจากคนแบบฉันทั้งนั้น” น้ำเสียงเขาต่ำลง “แล้วยังจะดูถูกฉันอีก” ร่างบางไม่พูดอะไรต่อ เพียงเบือนหน้าออกไปยังวิวที่มืดสลัวข้างนอก ความอึดอัดเริ่มหนาขึ้นแต่ท้ายที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น “แมทธิว…วันแรกที่เจอฉันอาจปากไม่ดี นายอย่าใส่ใจนะ” เขาฝืนยิ้ม “ฉันอาจตัดสินนายเร็วไป แต่ตอนนี้ฉันคิดว่านายกับเทียร่าคงไปกันได้ดี” เสียงหัวเราะเย็นต่ำดังในลำคอ “ดีใจที่ได้ยิน แต่ฉันก็ยังจะบอกพ่อเธออยู่ดี…เรื่องเธอกับไอ้หมอนั่น” “อะไรนะ บอกแล้วว่าฉันกับเขาไม่มีอะไร มันไม่ใช่จูบด้วยซ้ำ มันเป็นแค่เกม!” แมทธิวไม่ตอบ แค่ปล่อยให้ความเงียบตอกย้ำการไล่ต้อน “แมทธิว ฉันขอร้องนะ” “ฉันชื่ออะไร” ทิวาชะงักเล็กน้อย ไม่อยากเอ่ยว่า แมท เพราะมันติดลิ้นง่ายเกินไป เขาเพียงเลือกที่จะเงียบโดยไม่ยอมเรียกชื่อ “โดยปกติ ถ้าอยากได้อะไรจากใคร ก็ควรตามใจเขาหน่อย” เขาว่าเหมือนสอนเด็ก “มันคือพื้นฐานการต่อรอง” “กับคนอย่างนาย ไม่มีอะไรให้ต่อรอง” ใบหน้าเรียวร้อนผ่าวขึ้นทันที ปลายนิ้วหนาไล้กรามตัวเองเหมือนปัดรอยยิ้ม “งั้นก็พิสูจน์” “พิสูจน์อะไร” “ว่าเธอกับมันไม่มีอะไร” ทิวาเม้มปากเล็กน้อยราวกับเพิ่งเข้าใจกับประโยคนั้น ผีเสื้อแตกฮือในช่องท้องจนรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว “นี่นายจะเอาแบบนี้จริงเหรอ” “ฉันไม่เคยพูดเล่น” คำพูดเรียบ ๆ แต่สีหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ราวกับกำลังกางกับดักให้อีกฝ่าย และเขาอาจรอให้คนข้าง ๆ พูดว่าไม่เหมาะสมแล้วหาข้อแก้ตัว ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงแคร์ฟาบิโอนัก แต่อาจเป็นความสะใจแบบผู้ต้องการเอาชนะ ที่กันพี่ชายของภรรยาในอนาคตออกจากทุกคนได้ ทิวาถอนหายใจเพราะคิดว่าจะตัวเองจะไม่หลงกลอีกฝ่ายเด็ดขาด และนั่นแปลว่ามีทางเดียวคือการเอาคืน “ได้” ในที่สุดร่างบางก็ตอบ แววตาเข้มขึ้นทันที ส่วนแมทธิวที่คิดว่าคนข้าง ๆ อาจจะแค่ขู่เพราะตอนนี้อีกฝ่ายไม่ใช่คนนำเกม แต่เป็นแมทธิวต่างหากที่กำลังเล่นเกมกับทิวา และรถก็ค่อย ๆ ชะลอลงจอดข้างทางในที่สุด “ฉันตกลง” เสียงนุ่มสั่นเล็กน้อย จากนั้นทั้งสองก็จ้องกัน ไม่มีใครยอมแพ้ ทิวาสู้กลับเพื่อให้ฟาบิโอรอดจากเป้าสายตาของคนอย่างแมทธิว ความประหม่าไหวอยู่ในอก “ถ้าฉันทำ นายจะเก็บเรื่องนี้ไว้ใช่ไหม” ทิวาปลดเข็มขัดนิรภัย สายตาเขาไล่ตามทุกการขยับก่อนที่จะโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนชิด และแล้วริมฝีปากของเขาก็แตะริมฝีปากของอีกฝ่ายที่นุ่ม อุ่น ชื้น กลิ่นซิการ์อ้อยอิ่ง ร่างเล็กยังนิ่ง เพียงแค่กดเบา ๆ แต่พยายามข่มความรู้สึกที่วูบวาบไปทั้งตัวไว้ ลมหายใจสองคนปะปนกัน ไม่มีเสียงใดนอกจากเสียงเต้นในหู เขาเผลอขยับปิดครอบริมฝีปากบนอีกฝ่ายแผ่ว ๆ ราวชิมปลายยอดของการจูบจริงก่อนจะผละออกแล้วกลับไปเอนพิงเบาะ “เห็นไหม” เสียงทิวาพร่าบาง “ก็แค่เกม…ไม่ได้รู้สึกอะไร” สายตาคมของคนร่างสูงลุกวาว ไฟในอกแผดเผาแก้มจนร้อน แต่สุดท้ายก็เพียงเข้าเกียร์ เคลื่อนรถออกจากไหล่ทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สำหรับแมทธิว เขามีกฎอยู่สองข้อ ข้อแรกคืออย่าออกจากบ้านโดยไม่มีปืน และข้อที่สองคืออย่าเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่รู้ตัวว่าออกมาไม่ได้ เพราะคนอย่างเขามีศัตรูไปทั่ว ที่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ก็เพราะทำตามกฎง่าย ๆ สองข้อแค่นั้นเอง และเขาก็ไม่เคยละเมิดกฎของตัวเองจนกระทั่งต้องมาติดอยู่ในรถคันเดียวกันกับสวีตทิวา ไฟนีออนของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งกระพริบวูบวาบ หมอกโปรยจากท้องฟ้าที่มืดมิดไร้ดาว แมทธิวแทบจะหัวเราะทั้งที่ไม่ได้รู้สึกขำเลยแม้แต่น้อย การแตะริมฝีปากเบา ๆ นั้นกลับทำให้ร่างกายเขาปั่นป่วนจนต้องแกล้งแวะเติมน้ำมันเพื่อจะได้ออกจากรถให้พ้น ๆ ความร้อนคืบคลานใต้ผิวหนัง มือหนาค่อย ๆ ถลกแขนเสื้อขึ้น การที่ทิวาเอาปากมาแตะปากของเขา นั่นถือว่าเป็นการละเมิดกฎข้อที่สอง เขาคิดว่าตัวเองจะคลุมเกมและเอาอยู่กับสถานการณ์นี้ แต่ไอ้ตรงนั้นที่แอบซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงกลับเป็นคนตัดสินใจเอง ให้ตายสิ...เขารู้สึกของขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ความใคร่พวยพุ่งอยู่ในสายเลือดจนแทบคลั่ง ร่างสูงคาบบุหรี่ไว้แต่ไม่จุด เพราถ้าจุดคือยอมรับว่าถูกจูบเด็ก ๆ นั่นปั่นป่วนจริง เขายืนพิงรถนานกว่าปกติ ทั้งที่เติมน้ำมันแบบบริการตัวเองเสร็จตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่ยอมกลับเข้าไปในรถเพราะไอ้นั่นมันยังแข็งอยู่นั่นเอง ภาพริมฝีปากนั้นย้อนกลับมาลมหายใจตื้น ปลายลิ้นอุ่นชื้นแตะนิดเดียวก่อนผละออก ร้อนไหลวาบลงต่ำ เขาเองยังไม่เข้าใจว่าจะขืนใจตัวเองไม่ให้คว้าท้ายทอยอีกฝ่ายแล้วสอดลิ้นเข้าไปลึก ๆ ได้อย่างไร ตอนนั้นมันไม่ใช่อยากด้วยซ้ำมันคือความต้องการ และในขณะนั้นเสียงประตูรถปิดดัง ปึ้ง แมทธิวออกจากภวังค์แล้วหันไปเห็นทิวาก้าวลงมาจากรถ แล้วพยักเพยิดหน้าไปทางร้านสะดวกซื้อข้าง ๆ ราวกับส่งสัญญานว่าต้องการไปห้องน้ำ ร่างสูงเพียงพยักหน้าให้หนึ่งทีจากนั้นร่างบางก็หันหลังแล้วเดินไป แมทธิวยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อสายตาคมของเขาจับจ้องไปที่บั้นท้ายนั้น ทำให้เขายิ่งเสียการควบคุม ไม่คิดว่าคนคนนั้นจะทำให้เขาแข็งได้ขนาดนี้ ร่างสูงยังคงจมอยู่กับความคิดของตัวเองที่ว่าเขาต้องการทิวาแค่ไหนในตอนนี้ ที่ไหนก็ได้สักที่หรืออาจจะเป็นบนรถก็ได้ แต่ภาพบาง ๆ ก็แว้บขึ้นมาระหว่างทิวากับฟาบิโอ ทำให้เขาเริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วสงสัยว่าชายคนนั้นเป็นคนที่ทิวารักหรือปล่า เพราะทิวายอมจูบกับเขาเพื่อที่จะปกป้องคนคนนั้น แล้วแหวนที่นิ้วของอีกฝ่ายอาจจะมาจากชายคนนั้นก็ได้ แต่ทำไมล่ะ ทำไมกัน เขาถึงต้องสนใจขนาดนั้นด้วย สุดท้ายเขาเพียงแค่ดึงบุหรี่ออกจากปากเสียบมันไว้ที่กระเป๋าเสื้อเชิ้ต แล้วเอามือลูบหน้าตัวเองอีกครั้ง ก่อนถอนหายใจยาว ๆ และในขณะที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไปในรถ สายตาของเขากลับเหลือบเห็นทิวาที่เดินกลับมาด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก ก้มหน้ามองพื้นเดินเร็วกลับมาทางรถ ไหล่เกร็งจนผิดสังเกต “ทิวา” แมทธิวเรียกหวังให้หัน แต่อีกฝ่ายไม่หยุด เปิดประตูเข้าไปนั่งทันที ร่างสูงเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วเข้าไปนั่ง “เกิดอะไรขึ้น” “ไม่มีอะไร แค่อยากกลับบ้าน” น้ำเสียงรน ๆ แต่ไม่เหมือนเดิม ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์สั่นระริกเล็กน้อย “อืม…จะกลับ แต่หลังจากที่เธอบอกฉันก่อนว่าเกิดเหี้ยอะไรขึ้น” “ไม่อยากให้นายทำเป็นเรื่องใหญ่” ทิวาถอนใจ พิงพนัก “ไม่ทำ” (อาจจะ) “สัญญาก่อนว่าจะไม่ทำอะไร” “สัญญา” (โกหก) แววตานิ่งคู่นั้นเงยสบเข้ากับดวงตาเข้มของแมทธิว ก่อนที่ริมฝีปากของคนร่างบางจะเอ่ยคำออกมา “พนักงานคิดเงิน…เขาบอกว่าจะใช้ห้องน้ำก็ต้องซื้อของก่อน แต่ฉันไม่ได้เอาเงินติดตัวมา แล้วก็...” เขาชะงัก “โธ่เว้ย พูดให้จบสิวะ” ความเดือดพุ่งพล่านใต้ผิวหยาบกร้าน “มันทำอะไรเธอไหม” “ไม่!” คำตอบนั้นเร็วเกิน “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร…เขาแค่ขู่ว่าจะทำ... ถ้าฉันไม่ออกไป” “เธอโกหก” เสียงนิ่งจนวังเวง “จะพูดเองหรือให้ฉันไปถามมัน” “ขะ เขาจับก้นฉัน แล้วบอกว่าใช้อย่างอื่นจ่ายแทนก็ได้” แมทธิวหลุบตาลงวินาทีเดียว กลืนไฟลงคอแล้วยกนิ้วเรียวแตะคางทิวา “มันใช้มือข้างไหน” “ไม่ นายสัญญาแล้ว!” เสียงของทิวาบิดเบี้ยวด้วยคลื่นโทสะที่ซัดเข้าหูคนตรงหน้า เลือดสีแดงไล่คลุมทัศนวิสัย จนกระทั่งเห็นร่างบางแช่อยู่ในสีแดงสด ดวงตาคมหลับแน่น สูดกลิ่นน้ำมันเข้าปอดลึก ๆ แล้วออกจากรถไป “ฉันแค่จะไปคุยกับมัน เธอรออยู่ที่นี่” “อย่านะ แมทธิว” คำวิงวอนตามหลัง แต่ร่างสูงไม่ได้ยินแล้วเพราะโทสะที่ทำให้หูอื้อไปหมด อีกฝั่งของลาน มีชายคนหนึ่งกำลังเติมน้ำมันใส่แกลลอนนับสิบถัง มือหนาคว้าแกลลอนขึ้นมาอย่างไม่ขอ และไม่ฟังคำห้ามปามจากเจ้าของถัง จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าเข้าร้าน พนักงานแคชเชียร์หัวเถิก เสื้อยืดแดงมีชื่อโทเบียสสีเหลืองปักอยู่ ชายคนนั้นกำลังคาบปากกาแล้วอ่านนิตยสาร “คืนนี้มึงอยู่คนเดียวเหรอ” แมทธิวถามราบเรียบ โทเบียสเงยหน้า ดึงปากกาออก “เออ แล้วไง” “ร้านนี้เป็นของมึงหรือเปล่า” ตาคมกวาดดูรอบ ๆ “เออ” “คงเป็นเสาหลักครอบครัวสินะ” น้ำเสียงยังเรียบ พลางบิดฝาแกลลอน สาดน้ำมันลงพื้นลามิเนตจนชื้นเกรอะ “มึงทำเหี้ยอะไร” โทเบียสผงะลุกขึ้น จนปากกาหล่น “ผู้ชายคนเมื่อกี้” แมทธิวส่ายหน้า “มึงลวนลามผิดคนแล้ว…โทบี้” น้ำมันกระเซ็นไปตามชั้นโปสการ์ด “กูจะโทรแจ้งตำรวจ” เสียงอีกฝ่ายสั่น แต่มือไม่ยอมเอื้อมหยิบโทรศัพท์ สายตากลับจับจ้องไปที่รอยสักโพดำด้านในอกของแมทธิว แต่เจ้าของรอยสักนั้นกลับหัวเราะสั้น ๆ เมื่อเห็นสายตาตื่นตระหนกของอีกฝ่ายจ้องอยู่ “ให้ตายสิ ทำลายความสนุกหมด น่าจะไม่สักตั้งแต่แรก” “กูไม่รู้…กูไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาเป็นใคร!” “จริง ๆ กูอยากได้นิ้วมึงมากกว่า” แมทธิวพึมพำพลางเดินโรยน้ำมันตามชั้น ตู้แช่ “แต่น่าเสียดาย วันนี้กูไม่มีมีด” “มึงมีประกันไหม” เขาเอ่ยถามขณะที่หันไปมองชายคนที่ยืนเกร็ง ตัวสั่น “มะ มี!” กลิ่นน้ำมันอบอวล แล้วสุดท้ายร่างสูงก็ทิ้งแกลลอนเปล่า หยิบไฟแช็กซิปโปจากชั้นวางที่บังเอิญลายบนนั้นเป็นโพดำเสียด้วย “เดี๋ยว ขอโทษเว้ย กูขอโ—” เสียงอ้อนวอนพร่าเป็นเสียงรบกวน แมทธิวหยิบบุหรี่ที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตแล้วคาบไว้ก่อนจะจุดไฟเป็นสีแดง ๆ นิโคตินไหลเข้าสู่กระแสเลือดทันที จากนั้นเขาก็พูดทิ้งท้ายแบบเรียบ ๆ “ถ้ามีประตูหลัง ก็รีบหนีซะ” ควันพ่นผ่านริมฝีปาก โทเบียสรีบเผ่นจนลื่นลงกับพื้น ร่างสูงยกบุหรี่ขึ้นสูบอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดประกายไฟลงกับพื้นที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำมัน กระดิ่งเหนือบานประตูดังกรุ๊งกริ๊งเมื่อเขาผลักออก หมอกเย็นปะทะหน้า ไอร้อนจากเปลวไฟไล้แผ่นหลัง ชั่วอึดใจร้านเก่าทั้งห้องก็ลุกพรึ่บราวต้นคริสต์มาสติดไฟ เขาไม่หันกลับไปมอง เพียงเดินกลับรถราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD