จมดิ่งใต้น้ำ

1954 Words
Chapter 5 เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของหน้าร้อนอบอ้าว ทิวาตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กงานตามเคย แม้จะเป็นวันหยุดก็ตาม ระหว่างก้าวลงจากบันไดชั้นสอง เขาตั้งใจตรงไปห้องครัวเพื่อชงกาแฟด้วยตัวเอง ทั้งที่จริงแล้วเพียงเอ่ยสั่งคนใช้ก็พอ ทว่าโดยนิสัย เขาไม่เคยไหว้วานใครให้ทำสิ่งที่ตัวเองทำได้และนั่นอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนในบ้านรักเขา มาดอนน่าเดินสวนมาในจังหวะนั้นพอดี เธอก้มสวมส้นสูงข้างหนึ่งด้วยมือเดียว อีกมือกำลังติดต่างหู “ทิวา แม่จะออกไปข้างนอกนะ” เธอเอ่ยเร็วถี่ยิบ “พ่อกับเอ็นโซออกไปแล้ว ส่วนเทียร่าอยู่ในครัว ลูกช่วยน้องเลือกเค้กงานแต่งทีนะ!” “ครับแม่” ทิวาตอบเพียงสั้น ๆ “ไปแล้วนะ” เสียงของมาดอนน่าลดหายไปทางประตูหน้าบ้านทันที ทิวาถอนหายใจแผ่ว ๆ ก่อนจะผลักประตูห้องครัวเข้าไป เทียร่ากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเคาน์เตอร์ หน้าเธอมีจานเค้กสองชิ้นวางคู่กัน เธอค้ำศอกกับเข่า วางคางบนกำปั้น มองเค้กด้วยแววตาเบื่อหน่ายนักหนา ร่างเล็กในชุดบีกินี่ลายดอกสีหวานรับแดดฤดูร้อน “มีรสอะไรบ้าง” ทิวาถามพลางเดินไปที่กลางห้องครัว แสงแดดลอดบานหน้าต่างกระทบเคาน์เตอร์เป็นเงาวาว “พิงก์แชมเปญ กับ เลมอน” หญิงสาวลากเสียงยาวราวกับบอกว่าขยะกินได้กับแอปริคอทเน่าทำนองนั้น การให้เทียร่าตัดสินใจอะไรสักอย่างก็เหมือนขอให้เธอเขียนสูตรการเดินทางข้ามเวลา ช้าและไม่เป็นผล ทิวาจิ้มเค้กทั้งสองด้วยปลายนิ้วแล้วลองชิม “เลือกเลมอนดีกว่า” เขาว่า พร้อมเดินหันไปเปิดตู้หยิบแก้วน้ำออก “แต่หนูว่าพิงก์แชมเปญนะ” เทียร่าครางยืดยาว “งั้นเอาพิงก์แชมเปญสิ” ทิวาตอบ พลางเทน้ำเย็นใส่แก้ว เธอส่ายหัวทันที “ไม่ล่ะ ฟังดูไม่ถูกใจเลย” “งั้นเลมอนสิ” “ก็ไม่ถูกใจเหมือนกัน” ทิวาถอนหายใจแรงจนแทบเผลอสบถ เขาพิงตู้เย็นมองน้องสาวเหนือปากแก้วด้วยความระอา “แล้วทำไมถึงใส่ชุดว่ายน้ำ” “กำลังจะไปสระ แต่มัมมาห้าม บอกว่าห้ามออกจากครัวจนกว่าจะเลือกได้” ทิวานิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ “แต่แม่ออกไปแล้วนี่” “จริงเหรอพี่ทิวา งั้นไปว่ายน้ำกัน!” ดวงตาของเทียร่าเป็นประกาย เธอกระโดดลงจากเคาน์เตอร์ คว้าแขนพี่ชายแล้วลากออกจากครัวทันที โดยที่ทิวาไม่ทันได้ปฏิเสธ เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าชั่วโมงแล้ว รสชาติของเค้กยัง ไม่ได้ข้อสรุปเช่นเดิม แดดแรงสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับ ทิวาโผล่ขึ้นจากน้ำที่เย็นเฉียบ หยดน้ำไหลเรียงจากอกลงท้องเป็นแนว เขาว่ายเข้าหาเทียร่าซึ่งนอนนิ่งบนห่วงยางหรูราวเจ้าหญิง “เทียร่า ทำไมไม่ลงมาว่ายน้ำ” เธอทำเป็นไม่ได้ยิน ทิวายิ้มมุมปากราวกับกำลังมีแผนก่อนเอื้อมมือพลิกห่วงยางจนน้องสาวกลิ้งตู้มลงน้ำ เทียร่าโผล่ขึ้นมาไอแค่ก ๆ ถอดแว่นกันแดดปัดผมออกจากหน้า “พี่ทิวา แกล้งหนูเหรอ…” ว่าแล้วก็กวักน้ำใส่พี่ชายอย่างสนุก ทิวาหัวเราะพลางหลบแต่หางตากลับสะดุดกับรั้วด้านหน้า ที่มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดแอบ เงามนุษย์อยู่หลังพุ่มไม้ หัวใจเขากระตุกวูบ เทียร่าหันไปตามสายตาของพี่ชาย ดวงตาเบิกกว้างทันที “เทียร่า อย่าออกไปนะ” ทิวาเตือนเสียงขึงขัง ท้องเกร็งแน่น เขาไม่แน่ใจว่าเธอแอบให้ แองเจอโล คนรักของเธอเข้ามาได้อย่างไรโดยที่การ์ดไม่รู้ ช่วงไปเรียนยังพอแอบเจอกันได้ ทว่ามาโผล่ถึงบ้านแบบนี้มันอันตรายเกินไป เทียร่าหันมาด้วยสายตาเว้าวอน “หนูขอไปเจอเขาแป๊บเดียวได้ไหมพี่ทิวา” “จะพูดอะไร ยังไงเธอก็ต้องแต่งกับคนที่พ่อหาให้อยู่ดี” “มันเป็นความผิดของปาป้าไม่ใช่เหรอ” เทียร่าขึ้นเสียง น้ำเสียงเธอแข็งและสูงกว่าปกติ ทิวาชะงักเพราะไม่เคยได้ยินน้องสาวตวาดใส่แบบนี้ แม้ช่วงนี้จะห่าง ๆ กันเพราะเรื่องหมั้นหมาย แต่เขาก็ไม่เคยถูกเธอตัดรอนตรง ๆ “พี่ไม่อยากให้เธอเดือดร้อนนะ เทียร่า” “หนูรู้ แต่หนูอยากคุยกับเขา ให้หนูออกไปเจอเขานะ” เธอเหลือบมองไปยังแนวรั้วอย่างไม่ปิดบัง ทิวากลืนน้ำลาย ไม่รู้จะตอบอะไรให้ทั้งรอดตัวและรอดใจ “กล้องวงจรปิด” เขาเตือนช้า ๆ บ้านหลังนี้มีการ์ดและห้องควบคุมเต็มระบบ “งั้นก็ไปคุยกันที่สวนหลังบ้าน ตรงนั้นปลอดภัยสุด” เทียร่ายิ้มล้น “ขอบคุณนะพี่ทิวา!” เธอปีนขึ้นจากสระแล้ววิ่งแบบหลบ ๆ ไปหาแองเจอโล ร่างบางมองตามก่อนถอนลมหายใจแผ่ว แล้วเอนตัวนอนแผ่บนผิวน้ำ ปล่อยแดดจัดเผาไล่จากอกขึ้นลำคอ จู่ ๆ ความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามา หากวันหนึ่งเทียร่าต้องย้ายออกไป บ้านนี้คงเงียบจนทนไม่ได้ และอีกไม่นานเขาเองก็คงหนีชะตากรรมของเกมแต่งงานไม่พ้นเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะเคยปฏิเสธมาแล้วครั้งหนึ่ง คำว่าชีวิตถูกกัดกินไปทีละน้อยจนเหลือเพียงหุ่นเชิดที่ไร้อนาคต แม้กายลอยอยู่บนผิวน้ำแต่ใจกลับรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปทุกที และในขณะนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์รถดังแผ่วจากหน้าบ้านดึงเขาให้ผุดลืมตา รถสีดำเงาเลี้ยวเข้ามาและจอดเงียบ ๆ ประตูรถเปิดและคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุดก็ก้าวลงมา หายนะเหมือนใกล้เข้ามาอีกระลอก ภาพเลือดและดวงตาที่ไร้ชีวิตแวบวูบ ทิวารีบปีนขึ้นจากสระ ผ้าคลุมบางพาดไหล่ขาวเนียน กางเกงว่ายน้ำเปียกชุ่มหยดไหลเป็นทาง เขาเดินสวนลมร้อนพุ่งตรงไปหน้าบ้าน ทั้งที่สัญชาตญาณตะโกนให้หนีไปอีกทาง แมทธิวปิดประตูรถหรูเสียงดังสนั่นไปทั่ว มืออีกข้างถือซองเอกสารสีน้ำตาลอย่างมั่นคง และเมื่อสายตาคมกริบของเขาประสานเข้ากับของทิวา ความเย็นวาบก็วิ่งผ่านผิวคนที่ยืนตัวเปียกอยู่ทันที ร่างบางยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หายใจแรงจนอกกระเพื่อม แมทธิวชะงักเล็กน้อยสายตาไล่มองหยดน้ำที่กำลังตกจากปลายคางไล่ลงอกเหมือนจุดเทียนในที่มืด ก่อนจะย้อนกลับมาหยุดที่ใบหน้าแล้วจ้องนิ่งไม่กระพริบตา “นี่เหรอ วิธีต้อนรับแขกของคนบ้านนี้” เสียงเข้มแฝงความหงุดหงิด ทิวาอ้าปากจะพูดแย้ง แต่คำตอบกลับติดอยู่ที่คอ แมทธิวส่ายหน้าช้า ๆ มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ ทว่าดวงตาไร้แววขำ กรามขบแน่น เขาเดินเฉียงไปทางประตู ร่างบางรีบก้าวเข้าไปขวางทันที “เดี๋ยว นายแมทธิว” ทิวารีบพูด “พ่อไม่อยู่” “รู้แล้ว” แมทธิวตอบสั้น ๆ และจะก้าวต่อโดยไม่สนคำห้ามปาม ในท้องทิวารู้สึกหวิววูบ แต่ความกลัวบีบให้เขาพุ่งยืนขวางอีกครั้ง ร่างสูงหยุดฉับพลัน สายตาเย็นจัดตวัดมาจ้องเขม็ง ทิวาตัวสั่นน้อย ๆ เหมือนสายพิณถูกดีด “ถ้าพ่อไม่อยู่บ้าน นายก็เข้าไปไม่ได้” ทิวาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เพราะเขารู้ดีว่าผู้เป็นพ่อไม่มีวันนัดคนแบบนี้โดยที่ตัวเองไม่อยู่บ้าน และแน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่เคยสนกฎของบ้านใครทั้งนั้น “เธอมีเวลาหลบแค่หนึ่งวินาที ก่อนที่ฉันจะจัดการเอง” “เอาสิ นายจะได้เปียกไปทั้งตัว” คำตอบของทิวาหลุดออกเร็วกว่าที่สมองจะได้ประมวลคำพูดและเขาก็เพิ่งตระหนักในวินาทีนั้นว่าตัวเองยืนเปียกชุ่มอยู่ห่างกันจากอีกฝ่ายไม่ถึงคืบ แมทธิวก้าวเข้ามาใกล้จนผ้าเชิ้ตสีขาวแทบเฉียดกับอกบาง ความร้อนจากกายสูงเหมือนแรงดึงดูด หัวใจของทิวาเต้นถี่ขึ้น น้ำยังหยดไหลจากเส้นผมลงกลางลำตัว เสริมเปลวไฟที่ปะทุอยู่เงียบ ๆ ร่างสูงก้มลงกระซิบชิดใบหู “เธอโชคดีที่วันนี้ฉันมีเรื่องต้องทำ” ไอร้อนจากลมหายใจทำให้ขนที่ต้นคอทิวาลุกวาบและเขาห้ามตัวเองไม่ได้ที่จะคิดว่าถ้าอีกฝ่ายไม่มีธุระ จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ปลายนิ้วหนาแตะมือทิวาอย่างเฉียดชิด ยัดซองเอกสารเข้ามา “วางไว้บนโต๊ะทำงานพ่อเธอ” เขาถอยหนึ่งก้าว เสียงยังนิ่งคม “แล้วอย่าคิดเปิดดูเป็นอันขาด” ทิวาเชิดหน้าสบดวงตาสีแซฟไฟร์ของอีกฝ่ายซึ่งยิ่งดูลึกขึ้นเมื่อโดนแดด “ธุระของนายกับพ่อ เป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันอยากยุ่ง” “ดี” น้ำเสียงเข้มลงอีกนิด ทั้งสองยืนนิ่งมองกันอยู่ชั่วครู่ก่อนที่แมทธิวจะหมุนตัวกลับไปที่รถ แต่ก่อนขึ้นเขาหันกลับมาตะโกนเสียงเรียบ “เรียกฉันว่าแมท อย่าเรียกแมทธิวอีก” ทิวายืนมองท้ายรถสีดำถอยออกจากลาน “ไม่มีทาง” เขาพึมพำราวกับว่าจะไม่ยอมเรียกชื่อสั้น ๆ เพื่อแสดงความสนิทสนมเป็นอันขาด เขาถอนหายใจยาว ๆ ก่อนก้าวเข้าไปในบ้านอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินตรงไปที่ห้องทำงานดอนนาร์โก วางซองเอกสารลงบนโต๊ะทำงานตามคำสั่งของชายที่เพิ่งขับรถออกไป แต่ก่อนจะออกจากห้องสายตาก็ถูกดูดเข้าหาตู้เซฟเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ทิวากลืนน้ำลายฝืด ๆ คอแห้งผากทันทีที่เดินเข้าไปใกล้ มือจับลูกกุณแจทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามันจะไม่ขยับ มันล็อกแน่นหนา เขาหันไปเปิดลิ้นชักโต๊ะไม้สักทีละช่อง หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่พบเพียงความว่างเปล่า แน่นอนอยู่แล้วว่าพ่อเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับอย่างดีไม่ปล่อยให้หลุดง่าย ๆ แน่นอน แต่หวังว่าสักวันหนึ่งความผิดที่ครอบครัวนี้ก่อไว้กับชีวิตบริสุทธิ์ จะต้องได้รับชดใช้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เขาปิดลิ้นชักแล้วถอนหายใจแผ่ว ๆ ก่อนก้าวออกไปจากห้องโดยที่ไม่หันกลับไปมองห้องนั้นอีก ระหว่างที่กำลังจะเดินขึ้นบันไดสายตากลับเหลือบเห็นเทียร่าที่กำลังกอดแขนแฟนหนุ่มออกจากประตูหลัง เธอรีบร้อนจนเกือบสะดุด ชุดว่ายน้ำท่อนบนผูกหลวม ๆ ท่อนล่างใส่กลับด้าน ทิวายืนกอดอก มองภาพนั้นแล้วกัดฟัน “ให้ตายเถอะ เทียร่า…” เมื่อแองเจอโลขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปลับตา เทียร่าทรุดพิงบานประตูรั้วหลังบ้าน เหงื่อซึมเต็มหน้าผากใบหน้าซีดลง สีหน้าของเธอดูทั้งโล่งอกและหมดแรงในคราวเดียว ทิวาเม้มริมฝีปากแน่น หันหลังโดยไม่พูดอะไร และเมื่อเท้าก้าวแตะขั้นบันไดเขาพึมพำเรียบ ๆ ทิ้งไว้เพียงคำเดียว “เลือกเลม่อนก็แล้วกัน” แล้วเดินขึ้นชั้นสอง ทิ้งให้เสียงฝีเท้าของเขาเป็นสิ่งเดียวที่ดังอยู่ในบ้านเงียบกริบพร้อมความคิดที่ยังค้างคา ว่านี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำให้มันจบด้วยมือของเขาเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD