ของหวานราดเลือด

2227 Words
Chapter 3 เสียงปืนยังดังก้องอยู่ในอากาศ ความตึงเครียดหนาแน่นรอบโต๊ะยิ่งกว่าจังหวะช้อนส้อมกระทบจานกระเบื้อง ทุกคู่เหลือบระแวงกันไปมา ส่วนคนในครอบครัวคารูโซต่างก้มหน้ากินของหวานด้วยท่าทางแข็งทื่อราวกับเก้าอี้ที่พวกเขานั่ง ทิวาเม้มปากแน่น เข้าใจสถานการณ์ว่าเรื่องทั้งหมดเริ่มจากพอลที่คุยอวดว่าตัวเองเคยฆ่าอัลเบิร์ตญาติฝั่งโมเร็ตติ เขาไม่รู้มาก่อนว่าพี่ชายเป็นคนลงมือ แต่ก็ไม่ได้ประหลาดใจและไม่ได้สะเทือนใจมากนักเพราะเป็นเรื่องปกติของตระกูลมาเฟียของเขา ด้านแมทธิว พูดกันตามตรง แมทธิวคิดว่าอีวานจะยอมวางปืน แต่พออีกฝ่ายไม่ฟังคำสั่ง ไฟโทสะก็พุ่งขึ้นทันที และยิ่งเดือดดาลยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าอีวานกล้าขู่ทิวา ความคิดบ้าบอแล่นวาบขึ้นมา ‘มีแค่ฉันเท่านั้นที่ขู่เขาได้’ และเมื่อประโยคนั้นผุดขึ้น เขาก็เหนี่ยวไกโดยไม่ลังเล พอลผูกแค้นกับตระกูลโมเร็ตติตั้งแต่เพื่อนสนิทของเขา โจอี้ โดวาล สิ้นใจจากกระสุน .45 ของโมเร็ตติ หลายปีผ่านจนคิดว่าเรื่องนี้หมดความหมายไปแล้ว แมทธิวเองก็รู้ดีว่าเขากับพอลต้องมีปัญหากัน แต่ก็ประเมินอีกฝ่ายต่ำไป ไม่คิดว่าพอลจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาก่อกลางโต๊ะอาหาร เพราะทั้งที่แค่คิดว่ากำลังจะได้นอนกับน้องสาวคนเล็กก็คงทำให้อีกฝ่ายเดือดพอแล้ว ร่างสูงเคาะเถ้าบุหรี่กับขอบที่เขี่ย ห้ามตัวเองไม่ให้เหลือบมองปลายโต๊ะที่ทิวานั่งอยู่ สายตาคมหรี่ลงเล็กน้อย เลือดสดยังไหลริ้วลงบนผิวเนียนนั้นแต่เจ้าตัวก็กินของหวานต่อเพราะพ่อสั่ง แมทธิวไม่ใช่พวกซาดิสม์ แต่ภาพเลือดอาบบนผิวเซ็กซี่แบบนั้น ชวนเร้าอารมณ์อย่างน่าโมโห ความร้อนที่ไม่ควรเกิดพุ่งลึกลงไปอย่างควบคุมไม่อยู่ กล่าวถึงพวกซาดิสม์เขาเหลือบเห็นโลเรนโซ โมเร็ตติ ลูกพี่ลูกน้องอีกคนของเขา นั่งถัดออกไปสองสามที่ จ้องทิวาราวแวมไพร์กระหายเลือด คิ้วหนาขมวดเข้ม ความหงุดหงิดผุดขึ้นโดยไร้เหตุผล ทิวาอาจชอบความหวานเรียบง่าย อาจชอบให้ผู้ชายคุกเข่าอ้อนวอนบ้าง โลเรนโซคงยอมทำแบบนั้น แต่สำหรับแมทธิวน่ะเหรอ เขาคงยอมเอาไอ้นั่นไปหนีบกับประตูรถยังดีกว่า ชื่อสวีตทิวา เขาได้ยินตั้งแต่ก่อนพบตัวจริงมาจากปากคนวงในว่าเป็นชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ ไม่ได้แค่หวาน ยังหุ่นหวานที่สุด สายตาไร้เดียงสาของร่างบางหวานจนเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมถึงได้ชื่อนั้น แต่พูดกันตรง ๆ สวีตทิวาคงไม่ได้มาจากนิสัย ร่างสูงคงไม่ละสายตาไปจากกลางวงสนทนาที่ทิวาหันไปยิ้มให้ผู้ชายทุกคนที่ชวนคุย สายตาแมทธทิวเข้มขึ้น เมื่อเห็นทิวาหวานกับทุกคนยกเว้นเขา คู่หมั้นของเขา เทียร่า อาจจะดูเด็กไปแต่ก็มีเสน่ห์ ถ้าแยกจากทิวา เธอจะดูโดดเด่นทันที แต่พออยู่ข้างกัน เธอก็กลืนหายไปกับฉากหลัง ซึ่งสำหรับแมทธิว มันดีกว่าเพราะเขาไม่อยากมีคู่ครองที่ลูกพี่ลูกน้องทุกคนเอาไปนอนจินตนาการ และใช่ว่าเขาสนใจนักว่าจะได้แต่งกับใคร แค่ถึงเวลาที่ต้องมีคู่ครองแล้วเท่านั้น และในโลกของเขาการแต่งงานแปลว่ากำไร และเพราะดอนนาร์โกกำลังมีปัญหากับแก๊งเม็กซิกันที่คุกคาม แต่งงานแล้วเขาจะเข้าไปจัดการด้วยวิธีที่ถนัด นั่นก็คือยิงกระสุนใส่หัวให้สิ้นซาก พันธมิตรนี้จะทำให้เขารวยขึ้นมหาศาล และทำให้เขาควบคุมแทบทั้งประเทศได้ กระแสร้อนวิ่งวาบตามสันหลัง เมื่อสายตาของคนร่างบางสบเข้ามามันอบอุ่นและน่ารำคาญในคราวเดียว เขาตั้งใจจะเมินแต่ก็เผลอเหลือบมองอยู่ดี หลังคอคันยิบ ๆ แต่ยังจ้องต่อจนกว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนหลบตา เทียร่านั่งข้างแมทธิวในชุดเดรส ขาไขว่ห้าง เธอก้มวาดอะไรบางอย่างลงบนฝ่ามือด้วยปากกา แมทธิวไม่พูดกับเธอเลยตั้งแต่มื้อเริ่ม จนแทบลืมไปว่าเธอนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ บางทีก็ถึงเวลาทำความรู้จักภรรยาในอนาคตเสียที “เธอวาดอะไร” เทียร่าชะงักเล็กน้อย ค่อย ๆ หันฝ่ามือเล็กมาให้แมทธิวดู “กระต่าย” แมทธิวพูดขึ้น แต่ไม่ได้ถามต่อเพราะมันเห็นชัดอยู่แล้วว่าใช่ เทียร่าเม้มปากเล็กน้อยแล้วดึงมือกลับไปวาดต่อ “คุณกระต่ายต่างหาก” เธอแก้เสียงเรียบ น้ำเสียงแบบนี้ปกติคงทำให้แมทธิวหัวเสีย แต่ตอนนี้เขาหมดอารมณ์จะใส่ใจ จึงเพียงปล่อยไหล่ตก หันกลับไปคิดเรื่องที่อยากจะจัดการกับพี่ชายคนโตของเธอแทน ตอนเย็นวันนั้น แสงอาทิตย์ลอดบานเกล็ดเข้าห้องทำงานของดอนนาร์โก ฝุ่นกลางอากาศลอยนิ่งราวภาพวาด แขกทุกคนกลับไปแล้ว จะเรียกว่ามื้อกลางวันล้มเหลวก็ไม่เกินจริง ลูก้า คารูโซ ลูกพี่ลูกน้องของทิวายืนเฝ้าหน้าประตู ดวงตาแข็งคมจับจ้องท้ายทอยพอล ญาติอีกคนที่อายุไล่เลี่ยเทียร่ายืนพิงผนัง กอดอกเงียบ ๆ ดอนนาร์โกนั่งหลังโต๊ะ สีหน้าหม่นเศร้าเล็กน้อย แมทธิวเองก็พร้อมเปิดสงครามได้ทันทีถ้าอยากแก้แค้นให้อัลเบิร์ต นั่นคงเป็นเหตุผลที่ดอนนาร์โกยอมให้สถานการณ์บานปลาย อีกเหตุผลคือชีวิตลูกชายถูกเล่นงานเพราะความโง่ของตัวเอง “แกพลาดแล้ว ไอ้ลูกชาย” ดอนนาร์โกพูด พลางวางมือประสานบนโต๊ะไม้ “ฉันเตือนแกแล้วแต่แกก็ยังสร้างเรื่องอีก ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับทิวาล่ะก็ ตอนนี้ศพของแกคงลอยอยู่ในแม่น้ำหลังโบสถ์แล้ว แค่นี้แกก็โชคดีมากแล้ว” “โชคดีงั้นเหรอ” พอลพูดเลียนอย่างเย้ยหยัน เขาลูบกรามท่าทีรอรับหมัดก่อนเอ่ย “จะต่อยทางไหนละ ทางซ้ายละกัน” ความรู้สึกพอใจอุ่นวาบในอกแมทธิว เขายิ้มมุมปากก่อนเอ่ยตอบ “งั้น…ขวา” ทางด้านทิวา ทิวาเดินเท้าเปล่าตามโถงพรมไปตามจังหวะเพลงที่ลอดมาจากห้องเทียร่า เขาเข้าห้องตัวเองแล้วถอดเสื้อผ้าโยนเป็นทางจนถึงห้องน้ำ ไม่แม้เหลียวมองกระจก ก่อนเปิดฝักบัวให้ร้อนจัดแล้วก้าวเข้าไป ต้องล้างความทรงจำวันนี้ออกไปให้หมด น้ำร้อนไหลลงตามผิว เปียกเส้นผมจนแนบหน้าและไหล่ เขาจินตนาการว่าเลือดคือสีน้ำที่ไหลตามลายเส้นร่างก่อนไหลลงท่อ ถ้าความรู้สึกนี้ล้างออกได้ง่ายขนาดนั้นก็คงดี เขาหลับตาความจำมื้อกลางวันไหลกลับ เสียงตะโกนดังลั่น ปากกระบอกเย็นแนบขมับ หนึ่งวินาที สองวินาที… ปัง! ดวงตาเขาเบิกโพลง ครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเสียงในหัว แต่ดังมาจากชั้นล่าง ทิวากระโดดออกจากห้องน้ำ เช็ดตัวลวก ๆ สวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นแล้ววิ่งลงบันไดอย่างเร่งรีบ พื้นหินอ่อนเย็นเฉียบใต้ฝ่าเท้า เขาเลี้ยวเข้าห้องทำงานพ่อ แล้วทันใดนั้นก็ชนเข้ากับสิ่งแข็งเหมือนกำแพง ลมหายใจแทบหลุดจากอก เกือบล้มก้นกระแทกพื้นแต่โชคดีที่แขนแข็งแรงอุ่นตวัดรัดเอวไว้ทันก่อนจะหงายหลัง “ให้ตายสิ!!” แมทธิวบ่นเสียงหงุดหงิด ท้องของทิวากระตุกแน่นเมื่อร่างทั้งคู่แนบชิด ความเสียวซ่านแล่นพล่าน แต่ไม่มีเวลาคิดเขาถูกหมุนพ้นทาง ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวต่อโดยไม่เหลียวมอง ริมฝีปากเล็กเม้มแน่นก่อนถามเสียงฝืน ๆ “นายฆ่าพี่ชายฉันหรือเปล่า” “ก็น่าควร” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนประตูหน้าบ้านจะปิดลงตามหลังเขาและลูกน้อง ทิวาถอนหายใจโล่งอก แต่ไม่นานพอลก็โซเซออกจากห้องทำงาน ไม่สวมเชิ้ตมีเพียงผ้าพันมือแน่น เลือดแดงสดหยดเป็นทางบนหินอ่อน ร่างสูงเต็มไปด้วยแผลเป็นจากกระสุน และอีกมากที่เดาไม่ได้ บางทีอาจจะมาจากสังเวียนเถื่อนที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาเข้าไปเกี่ยวข้อง พอลไม่พูดตอนเดินผ่าน แต่ทิวาเลือกที่จะเดินตาม ก่อนร่างพี่ชายจะหยิบขวดวิสกี้จากตู้ พยายามเปิดด้วยมือเดียว สุดท้ายกดแนบอกแล้วบิดจนเปิดได้ ยกขึ้นดื่มอึกใหญ่ ก่อนเดินไปทิ้งตัวลงโซฟา “ไปให้พ้น ทิวา” “พี่ควรไปหาหมอนะ” ทิวาเอ่ยเรียบ “ฉันไม่เป็นไร” เขายกดื่มอีกครั้ง น้ำเหล้าหยดลงบนอกเปลือย “ฉันจะโทรเรียกหมอ” ร่างบางพูดพลางเอื้อมหยิบมือถือไร้สายตรงโถงใหญ่ พอลพูดตามด้วยสีหน้าเหมือนรู้สึกผิด “ขอโทษนะทิวา ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้…จริง ๆ” ทิวาชะงัก “ฉันไม่โกรธพี่หรอก” “เธอควรโกรธฉัน” พอลหัวเราะแผ่ว ขื่นขม โดยปกติพอลมักทำหน้าทะเล้น แต่ยามยิ้มจริง ๆ ตอนนี้เขากลับดูมีเสน่ห์ขึ้นทันตา แม้จะไม่ค่อยได้เห็นด้านนี้บ่อย บางครั้งในโลกนี้ คนแบบพวกเขาคงต้องเลวให้ถึงที่สุดเพื่อเอาตัวรอด ทิวาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพอลฆ่าอัลเบิร์ตทำไมแต่เขาเลือกเชื่อว่าเป็นการป้องกันตัว พอลถูกลากเข้าวงการตั้งแต่วัยหนุ่มและถึงทิวาจะไม่ถุกผูกกับธุรกิจมืด แต่ชีวิตของเขาก็ไม่ต่างกันนัก ขณะยกหูเสียงพอลก็พึมพำอีกครั้ง “ไม่ต้องโทร ฉันไม่เป็นไร” “ไม่เป็นไรซะที่ไหนพอล พี่ดูไม่ดีเลยนะ” “ฉันบอกว่า ไม่เป็นไรไง ทิวา” เสียงเริ่มแข็ง ใบหน้าเริ่มมีเหงื่อซึม ทิวาถอนใจตัดสินใจวางสายก่อนปลายสายจะรับ นิสัยพอลเหมือนพ่อไม่มีผิด ไม่ยอมใครและไม่ชอบให้ใครช่วย เขาจึงเปลี่ยนเรื่องถามสิ่งที่ค้างคา “ทำไมพี่ถึงไม่ชอบแมทธิว” เขาสูดหัวเราะหยัน ยกขึ้นดื่มอีกครั้ง “เหตุผลเยอะแยะ” “อย่างเช่นอะไรล่ะ” “หมอนั่น…เคยนอนกับเมียฉัน” ทิวาเบิกตากว้าง “แอนนี่เหรอ เธอบอกพี่เหรอ” พอลส่ายหน้าก่อนยกอีกอึก “หมอนั่นส่งรูปมาให้ฉันดู” “แน่ใจเหรอว่าเป็นแอนนี่” “รอยสักรูปนก…ตรงไหล่เธอ” ทิวาขมวดคิ้ว ไม่ถึงกับแปลกใจนัก จะว่าไปก็ยากจะเห็นใจพอล เพราะเขาเองก็เคยนอกใจแอนนี่กับสาวอื่น ไม่น่าแปลกถ้าเธอจะนอกใจกลับ ส่วนแมทธิวไม่น่าใช่คนที่จะชอบยุ่งกับผู้หญิงของคนอื่น อาจเพราะแค่อยากเล่นสนุกหรือแก้แค้น ทิวามองหน้าพี่ชาย ถามต่อว่า “แล้วพี่จะเอายังไงกับเขา” รอยยิ้มเย็นเชือดเฉือนค่อย ๆ ปรากฏ แต่พอลไม่ตอบ ยกขวดดื่มอีก ทิวาขมวดคิ้วมองเลือดที่หยดจนเป็นแอ่ง การดื่มทำให้เลือดไหลไม่หยุด มือเรียวจึงดึงขวดออกจากริมฝีปากพี่ชาย น้ำเหล้าสาดไหลตามคางและอก ดวงตาพอลหรี่ลงคำพูดพร่า “ทำเชี่ยไรวะ ทิวา…” เขาดูเมาเละหรือไม่ก็ใกล้หมดสติ ทิวาวางขวดเหล้าก่อนที่มือจะคลี่ผ้าพันแผลออก เมื่อเห็นบาดแผลใต้ผ้านั้นเขาถึงกับผงะ “เห้ย! พี่ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!” รูจากกระสุนทะลุกลางฝ่ามือเหมือนถูกจ่อยิงระยะประชิด ทิวาปิดปากเพราะรู้สึกคลื่นไส้ ก่อนจะถอยไปเรียกหาคน แต่เมื่อก้าวไปได้สองก้าว ร่างพอลทรุดฮวบจากโซฟาเสียงดัง ตุ้บ! "พอล!!" ทิวาหันไปเรียกเสียงดังก่อนที่จะหันไปตะโกนหาคนช่วย “ลูก้า!” “ตะโกนอะไรพี่ทิวา” เทียร่าลงบันไดมาด้วยท่าทีสบาย ๆ “คู่หมั้นของเธอ ยิงพอล!” “ตายหรือเปล่า” เธอเลิกคิ้วถาม พลางฉีกอมยิ้มใส่ปากอย่างไม่ใช่เรื่องแปลก “แม่อยู่ไหน” ทิวาถามน้องสาวเสียงแข็ง เทียร่าเพียงยักไหล่ตอบ ทิวาถอนใจแล้วหันไปต่อสายรถพยาบาล เสียงเขาดังพอให้คนทั้งบ้านออกมาดู ดอนนาร์โกหรี่ตาก่อนเห็นร่างลูกชายคนโตนอนแน่นิ่งในกองเลือด เขาหันไปสั่งเอ็นโซ คนสนิทเสียงเรียบต่ำ ขณะนั้นญาติอีกสองคนเข้ามาหามพอล คนหนึ่งช้อนรักแร้ อีกคนยกข้อเท้า “เอารถออกไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้” ดอนตะโกนเสียงดัง “ทิวาไม่ต้องโทร” เสียงคำสั่งดังขึ้นอีกครั้ง แต่สายตาจ้องไปยังร่างลูกชายคนโตไม่ละ ร่างเล็กขมวดคิ้ว จ้องหน้าพ่ออย่างไม่เข้าใจ เพราะดอนนาร์โกไม่เคยพาใครไปโรงพยาบาล และตอนนี้เขาไม่แน่ใจเลยว่าพวกเขาคิดจะพาพี่ชายไปที่ไหน หรือบางทีอาจจะมีหมอส่วนตัวที่ดอนจ้างไว้ “เออ มีใครเห็นคลีโอไหม” เทียร่าเอ่ยขึ้นแทรก กวาดตามองไปรอบ ๆ ตามหาแมวเปอร์เซียสีขาวอย่างไร้เดียงสาท่ามกลางคราบเลือดและความโกลาหล
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD