หลังจากการรีโนเวทห้องบรรทมและห้องน้ำส่วนพระองค์ผ่านพ้นไปอย่างงดงาม เกรซ แอนเดอร์สัน หรือกิ๊บ สถาปนิกสาวผู้ข้ามมิติ เริ่มสัมผัสได้ถึงการยอมรับจากคนในปราสาททีละน้อย ทว่าในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังนั่งพิจารณาแบบแปลนโครงสร้างปราสาทส่วนที่เหลือ กลิ่นเหม็นไหม้ที่ลอยมาตามลมและความหิวโหยที่กัดกินกระเพาะกลับทำให้เธอต้องหยุดชะงัก อาหารเช้าที่วางอยู่บนโต๊ะคือก้อนเนื้อตุ๋นสีม่วงที่มีรสชาติกึ่งเปรี้ยวกึ่งขมและเหนียวจนแทบจะเรียกได้ว่ายางรถยนต์
สุนทรียศาสตร์ในการใช้ชีวิตของเกรซเริ่มกรีดร้อง การนอนที่ดีและการอาบน้ำที่สะอาดเป็นสิ่งจำเป็นก็จริง แต่การกินอาหารที่ห่วยเกินมนุษย์มนาจะรับไหวคือการทรมานอย่างเลือดเย็น
"เจ้าเซฟ..." เกรซเรียกผู้ช่วยคู่ใจด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
"วันนี้เราจะไปบุกต้นตอของฝันร้ายในช่องท้องกัน เตรียมไม้บรรทัดเหล็กและสว่านให้พร้อม เพราะฉันได้กลิ่นว่านั่นไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่มันคือเรื่องของสถาปัตยกรรมที่ล้มเหลว!"
เกรซเดินแกะรอยตามทิศทางลมที่หอบเอาควันดำทะมึนลอยเอื่อย ๆ มาตามโถงทางเดินปีกใต้ ยิ่งเข้าใกล้จุดหมาย เสียงเคร้งคร้างของโลหะขนาดใหญ่ที่กระทบกันอย่างรุนแรงและเสียงตะโกนด่าทอที่ดังกึกก้องจนเพดานสั่นสะเทือนก็ยิ่งชัดเจนขึ้น จนกระทั่งเธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูเหล็กกล้าบุด้วยหมุดยักษ์ที่ปิดกั้นห้องครัวหลวงออก
ทันทีที่เธอผลักประตูเข้าไป ไอร้อนระอุที่ผสมไปด้วยควันหนาทึบจนแทบจะกลายเป็นของเหลวพุ่งเข้าปะทะใบหน้าของเธอจนต้องสำลักออกมาอย่างรุนแรง
"แค่ก! แค่ก! นี่มันห้องครัวหรือปล่องภูเขาไฟจากนรกชั้นลึกกันแน่เนี่ย!" เกรซร้องออกมาพลางใช้มือปัดป้องอากาศที่ขุ่นมัวจนแทบมองไม่เห็นฝ่ามือตัวเอง
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าในสายตาของสถาปนิกสาวคือสภาวะวิกฤตหขั้นสุด ห้องครัวขนาดยักษ์ที่มีความสูงกว่าสิบเมตรกลับมืดทึบจนน่าสยดสยอง แสงสว่างเพียงอย่างเดียวมาจากเตาหลอมลาวาที่เปิดโล่งและคบเพลิงติดผนังที่ริบหรี่ เพดานหินที่เคยเป็นสีเทาอ่อนบัดนี้ถูกฉาบไว้ด้วยชั้นคราบเขม่าเข้มข้นและละอองไขมันที่แข็งตัวเป็นชั้นหนากว่าสองนิ้ว จนบางจุดย้อยลงมาเหมือนหินย้อยสีดำที่พร้อมจะหยดลงในหม้อซุปได้ทุกเมื่อ
ในทางเทคนิค สภาพห้องแบบนี้คือความผิดพลาดทางวิศวกรรมระบายอากาศ การออกแบบปราสาทเดิมไม่ได้คำนึงถึงทางออกของอากาศเสีย ทำให้ควันและไอน้ำวนเวียนอยู่ในห้องครัวจนเกิดสภาวะความดันบวกที่กักเก็บความร้อนมหาศาลไว้ในโครงสร้างหิน ส่งผลให้กำแพงกลายเป็นเตาอบขนาดใหญ่ที่แผ่รังสีความร้อน ตลอด 24 ชั่วโมง
ท่ามกลางหมอกควันที่หนาทึบ เกรซเห็นร่างมหึมาสีเขียวคล้ำสูงกว่าสามเมตรยืนเด่นอยู่เบื้องหลังเขียงหินยักษ์ที่ทำจากซากศพสัตว์อสูร เขาคือ "กอร์ค" หัวหน้าพ่อครัวใหญ่เผ่าโอกรผู้มีพละกำลังมหาศาล กอร์คกำลังกำอีโต้เหล็กขนาดเท่าประตูปราสาทสับลงบนเนื้อขาหลังของมังกรดินอย่างบ้าคลั่ง เสียง ปัง! ปัง! ปัง! ดังสะท้อนไปมาจนเกรซรู้สึกเหมือนหัวใจจะเต้นผิดจังหวะ
เหงื่อเม็ดโตไหลท่วมตัวกอร์คจนผิวหนังมันวาวราวกับถูกชโลมด้วยน้ำมัน ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด เขาคอยแต่จะใช้ผ้าขี้ริ้วที่เปื้อนคราบเลือดปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตาตลอดเวลา ท่าทางของเขาดูลนลานและหงุดหงิดเกินกว่าเหตุ
เกรซสังเกตเห็นท่วงท่าการสับเนื้อที่ไร้ระเบียบ
"ท่านกอร์คคะ! หยุดมือนิ่ง ๆ ก่อน!"
โอกรยักษ์ชะงักอีโต้ในอากาศ เขาหันขวับมามองมนุษย์สาวตัวจิ๋วด้วยดวงตาที่แดงก่ำจากการระคายเคืองควันไฟ
"เจ้าเป็นใคร! มนุษย์ชั้นต่ำ! เข้ามาในห้องครัวในเวลาที่ข้ากำลังปรุงซุปวิญญาณสยองแบบนี้ อยากโดนสับลงหม้อไปเพิ่มรสชาติหรือไง!" เขารามจนน้ำลายกระเด็นมาโดนชายเสื้อของเกรซ
เกรซไม่ถอยหนี เธอเดินเข้าไปใกล้เตาไฟพลางชี้ไปที่เพดาน
"ท่านไม่รู้ตัวหรือว่าท่านกำลังทำอาหารในสภาวะที่กำลังฆ่าตัวตาย? ความร้อนที่สะสมในห้องนี้สูงกว่า 50 องศาเซลเซียส ร่างกายของท่านกำลังเข้าสู่สภาวะฮีทสโตรกขั้นรุนแรง มิน่าล่ะ... จังหวะการสับเนื้อของท่านถึงได้สั่นและควบคุมทิศทางไม่ได้แบบนี้!"
"เจ้าพูดพล่ามเรื่องอะไร! ข้าทำครัวแบบนี้มานับร้อยปี มันก็เป็นแบบนี้มาตลอด!" กอร์คคำรามพลางทุบเขียงจนแตกร้าว
"แต่นั่นคือร้อยปีที่ล้มเหลวค่ะ!" เกรซโต้กลับด้วยน้ำเสียงเฉียบคม
"ดูควันพวกนี้สิ มันไม่ได้ลอยออกไปไหนเลย แต่มันกำลังไหลย้อนกลับลงมาที่อาหาร คาร์บอนมอนอกไซด์มหาศาลที่ท่านสูดเข้าไปทุกวันทำให้ลิ้นของท่านรับรสผิดเพี้ยน ท่านไม่ได้รสชาติความหอมของเนื้อหรอก ท่านได้แต่รสขมของเขม่าไฟ! และดูนี่..."
เกรซใช้ปลายนิ้วปาดไปที่ผนังหินใกล้เตา ปรากฏคราบน้ำมันหนืดข้นสีดำติดนิ้วออกมา
"คราบไขมันที่เกาะอยู่ตามผนังและเพดานพวกนี้ เมื่อโดนความร้อนสะสมนาน ๆ มันจะคายสารก่อมะเร็งและกลิ่นเหม็นหืนออกมา นี่คือเหตุผลที่อาหารของท่านมีรสชาติเหมือนยางไหม้!"
กอร์คเริ่มนิ่งไป เขาปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตาอีกครั้งด้วยความรำคาญ
"แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร? ข้าสั่งให้พวกปีศาจลมมาเป่าลมแล้ว แต่มันก็แค่ทำให้ควันกระจายไปทั่วห้องจนมองอะไรไม่เห็นหนักกว่าเดิม!"
"นั่นเพราะพวกเธอเป่าลมเข้าหาความร้อนไงคะ! มันผิดหลัก!" เกรซกางมือออกเหมือนกำลังอธิบายแบบแปลน
"ท่านต้องการทางออกของลมที่ชัดเจน และต้องการแรงดันลบเพื่อดูดอากาศเสียออกไป ไม่ใช่แค่การกวนควันให้วนไปมาในนี้"
เกรซเดินไปรอบ ๆ ห้องครัว ยิ่งสำรวจเธอยิ่งพบความผิดพลาดที่น่าตกใจ ตำแหน่งเตาถูกวางไว้อยู่ในมุมอับที่ไม่มีทางลมพัดผ่าน พื้นครัวลื่นไปด้วยไขมันสะสมซึ่งเป็นอันตรายต่อการทำงาน และที่แย่ที่สุดคือระบบน้ำที่ใช้ล้างวัตถุดิบวางอยู่ติดกับถังขยะมานา
"ท่านกอร์คคะ ฉันคือเกรซ แอนเดอร์สัน ผู้ดูแลความเรียบร้อยส่วนพระองค์" เกรซยืนตัวตรงพลางประสานมือไว้ข้างหน้า มาดสถาปนิกคุมงานของเธอข่มขวัญโอกรยักษ์ได้อย่างประหลาด
"ฉันขอประกาศว่าโครงการรีโนเวทถัดไปคือห้องครัวแห่งนี้! ฉันจะเปลี่ยนคุกมืดที่ร้อนระอุนี้ให้กลายเป็นสวรรค์แห่งการทำอาหารที่เย็นสบายและสว่างไสว"
กอร์คแยกเขี้ยวใส่พลางหัวเราะจนพุงกระเพื่อม
"เจ้ามนุษย์ตัวจิ๋วจะมาทำให้ครัวของข้าเย็นลงงั้นหรือ? ถ้าเจ้าทำไม่ได้ ข้าจะใช้กระดูกขาของเจ้ามาทำเป็นช้อนตักซุปนะ!"
"ตกลงค่ะ!" เกรซรับคำท้าด้วยสีหน้าทระนง
"แต่ถ้าฉันทำได้ ท่านต้องยอมโละเมนูซุปสีม่วงนี่ทิ้ง และทำอาหารตามโภชนาการที่ฉันกำหนดเพื่อให้ท่านจอมมารมีสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย!"
เจ้าเซฟที่เดินตามหลังมางอกขากลโลหะออกมาพลางส่งเสียง กริ๊ก ๆ เหมือนจะบอกว่า "เริ่มรื้อถอนได้เลยไหมนายท่าน?" เกรซมองสำรวจปล่องไฟที่อุดตันและผนังที่ไร้ช่องลมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยแผนการปฏิวัติ ภารกิจกู้ชีพครัวนรกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และครั้งนี้เธอไม่ได้สู้แค่กับโครงสร้าง แต่สู้กับความร้อนและควันไฟที่สะสมมานานนับศตวรรษ
"เจ้าเซฟ..." เกรซกระซิบขณะเดินสำรวจมุมห้อง
"ตรวจเช็คค่าความร้อนของผนังหินตรงนั้นทีสิ"
เจ้าเซฟแลบลิ้นเหล็กออกมาแตะที่ผนัง พลางส่งสัญญาณแสงสีแดงกระพริบรัว ๆ
"อืม... 60 องศาเซลเซียส ผนังหินนี่กลายเป็นฮีตเตอร์ชั้นดีไปแล้ว" เกรซกุมขมับ
"ท่านกอร์คคะ... ท่านทนอยู่กับผนังที่ร้อนขนาดนี้ได้ยังไง? รู้ไหมว่ามันทำให้เส้นประสาทของท่านตึงเครียดตลอดเวลา มิน่าล่ะท่านถึงได้อารมณ์เสียบ่อย ๆ"
กอร์คชะงักอีโต้ มองไปทางเกรซด้วยสีหน้าลังเล
"ข้า... ข้านึกว่ามันเป็นเพราะความโกรธของสายเลือดโอกร"
"ไม่ใช่หรอกค่ะ มันเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่ไร้มนุษยธรรมต่างหาก" เกรซกล่าวเสียงนิ่ง ท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยม
"รอดูเถอะค่ะ ท่านกอร์ค... ฉันจะทำให้ท่านรู้ว่า การทำอาหารด้วยหัวใจที่เย็นสบาย รสชาติมันจะยอดเยี่ยมขนาดไหน"
เกรซหยิบชอล์กเวทมนตร์ขึ้นมา และเริ่มขีดกากบาทสีแดงยักษ์ลงบนผนังทิศใต้
"เจ้าเซฟ... เริ่มต้นด้วยการระเบิดผนังตรงนี้ซะ! เราต้องการ หน้าต่าง หน้าต่าง และ หน้าต่าง!"
เสียงสว่านโลหะของเจ้าเซฟเริ่มทำงาน ดังกึกก้องกลบเสียงสับเนื้อของโอกร เป็นสัญญาณว่าวิวัฒนาการครั้งใหญ่ของครัวปราสาทจอมมารได้อุบัติขึ้นแล้ว!