ตอนที่ 17 สปาจอมมาร

1424 Words
บรรยากาศภายในปีกตะวันตกของปราสาททมิฬยังคงอบอวลไปด้วยไอระเหยจางๆ ของน้ำร้อนที่ผสมผสานกับกลิ่นอายมานาบริสุทธิ์ เสียงน้ำในอ่างจากุซซี่ที่หมุนวนเป็นเกลียวดังกระทบขอบหินบะซอลต์เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบของท้องทะเลที่เงียบสงบ ไคเซอร์ เมล ออร์เลียเซลัส ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูหินที่ปิดสนิทหลังจากถูก "ขับไล่" ออกมาโดยฝีมือของเจ้าเซฟ มิมิคโลหะจิ๋ว ใบหน้าของราชันย์จอมมารผู้เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกยังคงหลงเหลือริ้วสีแดงซ่านจางๆ ที่พวงแก้ม ความรู้สึกสับสนปนเปกันระหว่างความโกรธขึ้ง ความประหลาดใจ และภาพติดตาของเรือนร่างขาวนวลท่ามกลางฟองสบู่สีขาวโพลนทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาตลอดนับศตวรรษ "ท่านจอมมารคะ... ท่านยังอยู่ข้างนอกนั่นหรือเปล่า?" เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความสั่นเครือและขัดเขินดังลอดออกมาจากประตูหินที่เพิ่งปิดลง ไคเซอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับกระแสมานาในร่างกายให้กลับมานิ่งสงบ "ข้ายังอยู่... เกรซ เจ้า... เจ้าจัดการตัวเองเสร็จหรือยัง?" "เสร็จแล้วค่ะ! และฉันขอเตือนว่าถ้าท่านไม่ยอมเข้ามาลองใช้งานสิ่งที่ฉันตั้งใจสร้างมาหลายวันเพื่อท่านในตอนนี้ ฉันจะถือว่างานรีโนเวทครั้งนี้ล้มเหลว และฉันจะรื้อระบบท่อลาวาทิ้งให้หมดเลยคอยดู!" คำขู่ที่ดูเหมือนการงอนของเด็กสาวแต่กลับแฝงด้วยความดื้อรั้นของสถาปนิกที่ห่วงใยในผลงานทำให้ไคเซอร์ต้องลอบยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เขารวบรวมความกล้าก้าวเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง คราวนี้เขาเคาะประตูเบาๆ เป็นจังหวะเพื่อมารยาทตามที่เกรซเคยพร่ำสอน เมื่อผลักเข้าไปพบว่าห้องถูกจัดระเบียบใหม่ เกรซในชุดกระโปรงตัวใหม่ที่เรียบร้อยกว่าเดิมยืนกอดอกหน้าแดงก่ำอยู่ข้างผนังหิน เธอชี้มือไปที่อ่างจากุซซี่ขนาดยักษ์ที่ยังมีไอน้ำลอยกรุ่น "เชิญค่ะท่านไคเซอร์... ถึงเวลาที่ท่านต้องรับรู้ว่าทำไมฉันถึงยอมเดิมพันชีวิตกับระบบนี้" ไคเซอร์พยักหน้าช้าๆ เขาถอดชุดคลุมและเกราะหนักออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ผ่านการกรำศึก ก้าวเท้าลงสู่บ่อหินสีนิลอย่างระมัดระวัง ทันทีที่ร่างกายของไคเซอร์สัมผัสกับมวลน้ำอุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส รูม่านตาของเขาขยายวาสด้วยความตกตะลึง ความร้อนที่สม่ำเสมอพุ่งเข้าปะทะผิวหนังไม่ใช่ความร้อนที่แผดเผาเหมือนเปลวเพลิงสงคราม แต่มันคือความอุ่นซาบซ่านที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในเส้นใยกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งมานานนับร้อยปีจากการสู้รบและการแบกรับภาระแห่งบัลลังก์ "นี่มัน..." ไคเซอร์ครางต่ำในลำคอขณะค่อยๆ ทิ้งตัวลงพิงขอบอ่างที่เกรซสลักโค้งมนรับกับส่วนเว้าของกระดูกสันหลังอย่างพอดิบพอดี หินบะซอลต์แกนภูเขาไฟที่เกรซคัดสรรมาทำงานตามหลักเทคนิคอย่างแม่นยำ มันแผ่รังสีอินฟราเรดระยะไกลซึ่งมีความถี่ที่สอดคล้องกับการสั่นสะเทือนของมานาในร่างกายปีศาจ พลังงานความร้อนนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ผิวหนัง แต่มันทะลุผ่านเข้าไปถึงไขกระดูกและจุดรวมกระแสประสาท ช่วยให้กรดแลคติกและของเสียที่คั่งค้างในกล้ามเนื้อถูกสลายไปในพริบตา ความรู้สึกเหมือนถูกมือที่นุ่มนวลนับพันค่อยๆ บรรจงนวดเฟ้นไปตามแนวกระดูกสันหลังทำให้จอมมารผู้เย็นชาถึงกับต้องปล่อยลมหายใจออกมายาวเหยียดด้วยความผ่อนคลายอย่างสุดซึ้ง ไคเซอร์หลับตาพริ้มลงด้วยความเคลิบเคลิ้ม เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เกรซเรียกว่าวารีบำบัดอย่างแท้จริง ระบบจากุซซี่ที่ทำงานด้วยแรงดันอากาศช่วยสร้างฟองอากาศขนาดเล็กละเอียดที่แตกตัวออกและปล่อยไอออนลบออกมาปริมาณมหาศาล ไอออนเหล่านี้ถูกดูดซึมผ่านรูขุมขนที่เปิดกว้างจากความร้อน เข้าไปช่วยชำระล้างมานาตกค้างที่มักจะอุดตันตามเส้นชีพจรเวทมนตร์หลังจากใช้อาคมระดับสูงมาอย่างยาวนาน วงเวทในดวงตาของไคเซอร์ที่เคยหมุนวนอย่างรวดเร็วและก้าวร้าวเริ่มหมุนช้าลงจนอยู่ในระดับที่เสถียรที่สุดในรอบศตวรรษ เขาพึงพอใจกับระบบนวดใต้น้ำที่เกรซออกแบบมาให้เน้นหนักไปที่จุดศูนย์กลางมานาใต้สะดือ กระแสน้ำที่หมุนวนเป็นเกลียวช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของมานาโลกที่เขาดูดซับเข้ามา ให้หมุนเวียนไปทั่วร่างกายได้อย่างไร้การติดขัด ทุกส่วนของร่างกายรู้สึกเบาสบายเหมือนถูกหลอมรวมเข้ากับสายน้ำ “มันดียิ่งกว่าการพักผ่อนใดๆ ที่ข้าเคยได้รับมา...” ไคเซอร์คิดในใจ ความรู้สึกผ่อนคลายนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้รับพลังชีวิตใหม่ที่บริสุทธิ์และเยือกเย็นกว่าเดิม ในขณะที่แช่น้ำ ไคเซอร์ลืมตาขึ้นมองสำรวจรอบๆ ห้องน้ำด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่พื้นที่สำหรับชำระล้างสิ่งสกปรกอีกต่อไป แต่มองเห็นความสำคัญของงานสถาปัตยกรรมที่เกรซพยายามถ่ายทอดออกมาผ่านโครงสร้างหินและสายน้ำ แสงสีครามที่นุ่มนวลใต้น้ำ การจัดวางต้นไม้เวทมนตร์ที่ส่งกลิ่นหอมปลอบประโลม และพื้นหินที่ไม่ลื่นล้ม ทุกรายละเอียดถูกคำนวณมาเพื่อความรื่นรมย์ที่ส่งผลต่อจิตใจอย่างลึกซึ้ง เขารู้สึกทึ่งที่มนุษย์ตัวเล็กๆ คนหนึ่งสามารถใช้ตรรกะและโครงสร้างมาสยบความป่าเถื่อนของพลังงานที่บิดเบี้ยวได้ สถาปัตยกรรมของเกรซไม่ใช่การสร้างกำแพงเพื่อกั้นคนออกไป แต่มันคือการสร้างพื้นที่เพื่อให้จิตวิญญาณได้พักฟื้นและเติบโต เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าความงดงามที่แท้จริงไม่ใช่ความน่าเกรงขามของหนามแหลมหรือกะโหลกมังกรที่ประดับตามกำแพง แต่มันคือความสมดุลที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโหยหามาตลอดชีวิตราชันย์ หลังจากแช่น้ำจนความเหนื่อยล้าเหือดหายไป ไคเซอร์ก็ลุกขึ้นสวมชุดคลุม เขายังไม่พร้อมจะสบตากับเกรซตรงๆ หลังจากเหตุการณ์กระอักกระอ่วนก่อนหน้า จึงเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องแต่งตัวที่มีฉากกั้นไม้แกะสลักบังตาไว้ โดยมีเกรซรอฟังผลงานอยู่อีกด้านหนึ่งด้วยใจที่ลุ้นระทึก "เกรซ แอนเดอร์สัน..." ไคเซอร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมีความนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในมิตินี้ มันไม่มีแววของความถือตัวหรือการกดขี่แบบนายกับทาส "ข้าต้องยอมรับความจริงว่า... ข้าประเมินค่าความรู้และเจตนาของเจ้าต่ำไปมาก งานที่เจ้าเนรมิตขึ้นมาในวันนี้... มันวิเศษและทรงพลังยิ่งกว่ามนตราป้องกันบทใดที่ข้ามี ข้าขอบใจเจ้าจริงๆ" เกรซที่ยืนอยู่หลังประตูถึงกับชะงักไป หัวใจของเธอพองโตด้วยความภาคภูมิใจในวิชาชีพ คำขอบคุณจากจอมมารผู้เย็นชาคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่กว่าทองคำกองโตที่เธอได้รับเสียอีก "ท่าน... ท่านชอบมันจริงๆ หรือคะ? ระบบนวดทำงานได้ตามที่ฉันวางแผนไว้ไหม?" "ข้าชอบมาก..." ไคเซอร์ตอบพลางหลับตาลงนึกถึงสัมผัสที่นุ่มนวลของสายน้ำ "และข้าสัญญาว่า นับจากนี้ไป พื้นที่ทุกส่วนที่เจ้าสร้างจะได้รับการดูแลและเคารพอย่างสูงที่สุด และตัวเจ้าเอง... จะไม่มีใครในปราสาทแห่งนี้ หรือในอาณาจักรใด กล้าแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ ตราบเท่าที่ข้ายังคงลมหายใจอยู่" เกรซยิ้มออกมาอย่างกว้างขวาง ความเหนื่อยยากที่เธอต้องมุดลงไปใต้ดินหรือขัดหินจนมือถลอกดูเหมือนจะมลายหายไปสิ้น บรรยากาศระหว่างจอมมารและสถาปนิกสาวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความสัมพันธ์ระหว่างผู้คุมและเครื่องสังเวย กลายเป็นนายจ้างและที่ปรึกษาคนสำคัญที่มีความเคารพต่อกันมากขึ้น และที่สำคัญ... มันคือจุดเริ่มต้นของความไว้วางใจที่หยั่งรากลึกลงไปในฐานรากของปราสาทหินทมิฬแห่งนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD